Editorial team
ใครเป็นคนเขียนและตรวจทานเนื้อหาของเรา
ทุกบทความ คู่มือ และคำตอบในคลังความรู้มีชื่อผู้เขียนและผู้ตรวจทานกำกับเสมอ ผู้ตรวจทานมาจากคนละสายงานกับผู้เขียนเพื่อให้ทั้งข้อกฎหมายและตัวเลขถูกตรวจซ้ำก่อนเผยแพร่
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ดูโปรไฟล์หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
รับผิดชอบงานวางแผนภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมถึงคดีอุทธรณ์ภาษีกับกรมสรรพากรมากกว่า 10 ปี
ดูโปรไฟล์หัวหน้าฝ่ายลูกค้าต่างชาติ
ผู้เชี่ยวชาญ BOI ใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และใบอนุญาตทำงาน
ประสานงานกับ BOI กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้นักลงทุนต่างชาติกว่า 200 ราย ตั้งแต่ขั้นออกแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นจนถึงต่ออายุวีซ่า
ดูโปรไฟล์หุ้นส่วนผู้จัดการ
ทนายความอาวุโส สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจกว่า 15 ปี ดูแลงานควบรวมกิจการ สัญญาการค้า และข้อพิพาทพาณิชย์ระหว่างประเทศให้ลูกค้าองค์กร
ดูโปรไฟล์หัวหน้าฝ่ายว่าความ
ทนายความผู้ว่าความในศาลแพ่ง อาญา และแรงงาน
ว่าความในศาลทั่วประเทศมากว่า 12 ปี ครอบคลุมคดีแรงงาน คดีผิดสัญญา และการบังคับคดี
ดูโปรไฟล์งานบัญชีและภาษีของนิติบุคคลไม่ได้ทำโดยคนคนเดียว แต่แบ่งตามบทบาทที่กฎหมายและมาตรฐานวิชาชีพกำหนดไว้ ผู้ทำบัญชีรับผิดชอบการจัดทำบัญชีให้ถูกต้องตามมาตรฐาน ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทำหน้าที่ตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินอย่างเป็นอิสระ ส่วนผู้ดูแลด้านภาษีทำหน้าที่ตีความและจัดการภาระภาษีตามข้อเท็จจริงของกิจการ
การเข้าใจว่าใครทำอะไรสำคัญมาก เพราะเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยคาดหวังให้คนคนเดียวรับผิดชอบทุกเรื่อง ทั้งที่บางบทบาทมีข้อจำกัดเรื่องความเป็นอิสระ เช่น ผู้ที่จัดทำบัญชีให้กิจการไม่สามารถทำหน้าที่ตรวจสอบบัญชีของกิจการเดียวกันได้ ข้อจำกัดนี้มีไว้เพื่อคุ้มครองผู้ใช้งบการเงิน ไม่ใช่เพื่อสร้างขั้นตอนเพิ่ม
หน้านี้อธิบายบทบาทแต่ละอย่าง สิ่งที่ควรถามก่อนมอบหมายงาน และวิธีตรวจสอบสถานะทางวิชาชีพจากแหล่งข้อมูลของหน่วยงาน เพื่อให้เลือกได้จากข้อเท็จจริง ไม่ใช่จากคำโฆษณา
บทบาทที่ต่างกันและเส้นแบ่งที่ห้ามข้าม
ผู้ทำบัญชีคือผู้ที่กิจการต้องจัดให้มีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี มีหน้าที่จัดทำบัญชีให้ถูกต้องครบถ้วนตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินที่ใช้กับกิจการนั้น และต้องมีคุณสมบัติตามที่กำหนด งานประจำวันทั้งการบันทึกรายการ การกระทบยอด และการจัดทำงบทดลอง อยู่ในความรับผิดชอบของบทบาทนี้
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตทำงานคนละด้าน คือตรวจสอบงบการเงินที่กิจการจัดทำขึ้นและแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ ความเป็นอิสระนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญ หากผู้สอบบัญชีเข้าไปจัดทำบัญชีเองก็จะกลายเป็นการตรวจสอบงานของตนเอง ซึ่งขัดกับหลักการพื้นฐานของวิชาชีพ
งานภาษีเป็นอีกบทบาทที่ทับซ้อนกับสองบทบาทแรกได้บ้าง แต่เนื้องานต่างกัน คือเน้นการจัดประเภทรายการตามกฎหมายภาษี การคำนวณภาระ การยื่นแบบให้ทันกำหนด และการเตรียมคำอธิบายรองรับกรณีถูกสอบถาม กิจการที่มีรายการซับซ้อน เช่น มีรายการกับต่างประเทศ ควรแยกบทบาทนี้ให้ชัดเจน
- ผู้ทำบัญชี: จัดทำบัญชีและงบทดลองตามมาตรฐาน
- ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต: ตรวจสอบและแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ
- ผู้ดูแลภาษี: จัดประเภทรายการ คำนวณภาระ และยื่นแบบตามกำหนด
- เจ้าของกิจการ: อนุมัติและรับผิดชอบข้อมูลที่ให้
คำถามที่ควรถามก่อนมอบหมายงาน
คำถามแรกควรเป็นเรื่องคุณสมบัติและสถานะทางวิชาชีพ ใครจะเป็นผู้ทำบัญชีที่แจ้งชื่อไว้ และผู้นั้นมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ คำถามนี้ตรวจสอบได้จากข้อมูลของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่เรื่องที่ต้องเชื่อคำบอกเล่าเพียงอย่างเดียว
คำถามที่สองคือขอบเขตงานที่ชัดเจน ระบุว่าอะไรรวมอยู่และอะไรไม่รวม เช่น การยื่นแบบรายเดือนรวมอยู่หรือไม่ การจัดทำเอกสารเงินเดือนรวมอยู่หรือไม่ การประสานงานกับผู้สอบบัญชีรวมอยู่หรือไม่ ความไม่ชัดตรงนี้เป็นสาเหตุของข้อพิพาทระหว่างกิจการกับผู้ให้บริการมากที่สุด
คำถามที่สามคือรอบงานและกำหนดส่งข้อมูล ทั้งสองฝ่ายต้องรู้ว่าเอกสารต้องถึงมือเมื่อใดจึงจะยื่นทัน และถ้าส่งช้าจะเกิดอะไรขึ้น คำถามที่สี่คือการส่งมอบเมื่อเลิกสัญญา ข้อมูลบัญชีเป็นของกิจการ จึงควรตกลงตั้งแต่ต้นว่าจะส่งคืนในรูปแบบใดและภายในกี่วัน
สัญญาณที่ควรระวังเมื่อประเมินผู้ให้บริการ
สัญญาณแรกคือการรับปากผลลัพธ์ทางภาษีล่วงหน้าโดยยังไม่เห็นเอกสาร เพราะภาระภาษีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและหลักฐาน การรับปากตัวเลขก่อนตรวจเอกสารจึงเป็นการให้ความหวังที่ไม่มีฐานรองรับ สัญญาณที่สองคือการไม่ยอมระบุชื่อผู้รับผิดชอบงานอย่างเป็นทางการ
สัญญาณที่สามคือไม่มีกระบวนการส่งมอบเอกสารที่ตรวจสอบย้อนหลังได้ หากทุกอย่างวิ่งผ่านแชทส่วนตัวโดยไม่มีสารบบ เมื่อเกิดข้อโต้แย้งว่าใครส่งอะไรเมื่อใดจะพิสูจน์ไม่ได้ สัญญาณที่สี่คือการไม่ทักท้วงเมื่อเห็นเอกสารที่มีปัญหา ซึ่งอาจดูเหมือนทำงานง่าย แต่ผลจะย้อนกลับมาที่กิจการเสมอ
- รับปากตัวเลขภาษีก่อนเห็นเอกสาร
- ไม่ระบุผู้รับผิดชอบงานอย่างเป็นทางการ
- ไม่มีสารบบรับส่งเอกสารที่ตรวจสอบได้
- ไม่เคยทักท้วงเอกสารที่มีปัญหา
ทำงานร่วมกับผู้สอบบัญชีให้ปิดงบได้ตรงเวลา
การตรวจสอบบัญชีล่าช้ามีสาเหตุซ้ำ ๆ ไม่กี่เรื่อง เรื่องแรกคือเอกสารประกอบรายการสำคัญหาไม่พบ เรื่องที่สองคือยอดคงเหลือบางบัญชีอธิบายไม่ได้ เช่น เงินให้กู้ยืมกรรมการหรือรายการค้างนานผิดปกติ เรื่องที่สามคือไม่มีคนตอบคำถามได้ในช่วงเวลาที่ผู้สอบบัญชีทำงาน ทั้งสามเรื่องนี้ป้องกันได้ล่วงหน้าทั้งหมด
วิธีป้องกันคือทำรายการเตรียมตรวจตั้งแต่ก่อนสิ้นรอบบัญชี ไม่ใช่หลังสิ้นรอบ โดยไล่ดูบัญชีที่มียอดคงเหลือมากที่สุดก่อน แล้วตรวจว่ามีเอกสารรองรับครบหรือไม่ ถ้าขาดให้ตามตั้งแต่ตอนนั้น เพราะการตามเอกสารจากคู่ค้าย้อนหลังหลายเดือนมีโอกาสสำเร็จต่ำกว่ามาก
เรื่องที่ควรเตรียมคำอธิบายไว้ล่วงหน้าคือรายการที่มีดุลพินิจ เช่น การประมาณค่าเผื่อ การตัดจำหน่ายสินทรัพย์ และรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน คำอธิบายควรอ้างอิงเอกสารและเหตุผลทางธุรกิจ ไม่ใช่ความเห็นลอย ๆ เพราะผู้สอบบัญชีต้องมีหลักฐานสนับสนุนก่อนจึงจะยอมรับได้
สุดท้ายควรกำหนดผู้ประสานงานฝั่งกิจการหนึ่งคนที่ตอบได้จริงและมีเวลาในช่วงตรวจ การให้ผู้สอบบัญชีต้องไล่ถามหลายคนทำให้ได้คำตอบที่ไม่สอดคล้องกัน ซึ่งนำไปสู่คำถามเพิ่มและระยะเวลาตรวจที่ยาวขึ้นโดยไม่จำเป็น
- ทำรายการเตรียมตรวจก่อนสิ้นรอบบัญชี
- ไล่ตรวจจากบัญชีที่มียอดคงเหลือมากที่สุด
- เตรียมคำอธิบายรายการที่มีดุลพินิจพร้อมเอกสาร
- กำหนดผู้ประสานงานหนึ่งคนตลอดช่วงตรวจ
ความรับผิดชอบที่ยังอยู่กับเจ้าของกิจการเสมอ
การจ้างผู้ให้บริการไม่ได้โอนความรับผิดตามกฎหมายออกไปจากกิจการ กรรมการและผู้มีอำนาจยังคงต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลที่นำส่ง เพราะข้อมูลตั้งต้นทั้งหมดมาจากกิจการ ทั้งเอกสารรับจ่าย สัญญา และคำอธิบายรายการ ผู้ให้บริการทำงานจากสิ่งที่ได้รับ ไม่ใช่จากสิ่งที่ไม่ได้เห็น
ในทางปฏิบัติแปลว่าเจ้าของกิจการต้องทำสามอย่างเป็นอย่างน้อย อย่างแรกคือส่งข้อมูลครบถ้วนและตรงตามความจริง รวมถึงรายการที่ไม่อยากให้ใครเห็น เพราะรายการที่ถูกซ่อนไว้มักเป็นรายการที่สร้างปัญหามากที่สุดในภายหลัง อย่างที่สองคืออ่านสิ่งที่ลงนามก่อนลงนาม ไม่ใช่ลงนามเพราะมีคนบอกว่าถึงกำหนดแล้ว
อย่างที่สามคือเก็บสำเนาหลักฐานการยื่นแบบและงบการเงินไว้ที่กิจการเสมอ ไม่ใช่ฝากไว้กับผู้ให้บริการอย่างเดียว เพราะเมื่อต้องแสดงเอกสารย้อนหลังหรือเมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการ การมีหลักฐานอยู่ในมือทำให้กิจการควบคุมสถานการณ์ได้เอง ไม่ต้องรอใคร
ผู้ให้บริการที่ดีจะสนับสนุนสามข้อนี้ ไม่ใช่มองว่าเป็นการไม่ไว้ใจ เพราะการที่กิจการเข้าใจงานของตนเองทำให้การทำงานร่วมกันเร็วขึ้นและลดข้อผิดพลาดทั้งสองฝ่าย
- ความรับผิดตามกฎหมายไม่โอนไปตามการจ้าง
- ให้ข้อมูลครบถ้วน รวมถึงรายการที่ไม่อยากเปิดเผย
- อ่านก่อนลงนามทุกครั้ง
- เก็บสำเนาหลักฐานการยื่นไว้ที่กิจการ
สัญญาณที่บอกว่าถึงเวลาต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาช่วย
สัญญาณแรกคือการที่เจ้าของกิจการเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเลขในรายงานสะท้อนความจริงหรือไม่ เมื่อความไม่แน่ใจนี้เกิดขึ้น การตัดสินใจเรื่องราคา การรับงาน หรือการลงทุน จะเริ่มอิงความรู้สึกแทนข้อมูล ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายที่มองไม่เห็นในระยะสั้น
สัญญาณที่สองคือการที่งานเอกสารเริ่มค้างเกินหนึ่งรอบเดือน เพราะงานบัญชีเป็นงานสะสม เมื่อค้างหนึ่งเดือนแล้วไม่ตามให้ทัน เดือนถัดไปจะยากขึ้นเสมอ และเมื่อค้างถึงสามเดือน การสะสางมักใช้เวลามากกว่าการทำตามปกติหลายเท่า
สัญญาณที่สามคือการได้รับหนังสือหรือคำถามจากหน่วยงาน เรื่องแบบนี้มีกำหนดเวลาตอบและมีผลต่อเนื่อง การตอบช้าหรือตอบไม่ตรงประเด็นทำให้เรื่องที่แก้ได้ง่ายกลายเป็นเรื่องยาว ควรให้ผู้ที่เคยจัดการเรื่องลักษณะเดียวกันเข้ามาช่วยตั้งแต่ฉบับแรก
- ไม่มั่นใจในตัวเลข = ตัดสินใจด้วยความรู้สึก
- งานค้างเกินหนึ่งเดือนมักลามเป็นสามเดือน
- มีหนังสือจากหน่วยงาน ให้หาผู้ช่วยตั้งแต่ฉบับแรก
บทบาท ความรับผิดชอบหลัก และสิ่งที่ตรวจสอบได้
| บทบาท | ความรับผิดชอบหลัก | ตรวจสอบได้จาก |
|---|---|---|
| ผู้ทำบัญชี | จัดทำบัญชีตามมาตรฐานและกฎหมายบัญชี | กรมพัฒนาธุรกิจการค้า |
| ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต | ตรวจสอบและแสดงความเห็นอย่างเป็นอิสระ | สภาวิชาชีพบัญชี |
| ผู้ดูแลภาษี | จัดประเภท คำนวณ และยื่นแบบตามกำหนด | กรมสรรพากร |
| เจ้าของหรือกรรมการ | อนุมัติข้อมูลและรับผิดชอบตามกฎหมาย | หนังสือรับรองนิติบุคคล |
ข้อผิดพลาดที่เราเจอซ้ำจากงานจริง
- ให้ผู้ที่จัดทำบัญชีเป็นผู้ตรวจสอบบัญชีของกิจการเดียวกัน ซึ่งขัดหลักความเป็นอิสระ
- ตกลงงานด้วยวาจาโดยไม่ระบุขอบเขตและกำหนดส่งข้อมูล จนเกิดข้อโต้แย้งภายหลัง
- ไม่แจ้งการเปลี่ยนแปลงสำคัญของกิจการให้ผู้รับผิดชอบทราบตามเวลา
- เปลี่ยนผู้ให้บริการโดยไม่ขอข้อมูลบัญชีคืนให้ครบ ทำให้ปีถัดไปเริ่มต้นจากศูนย์
คำถามที่ถูกถามซ้ำในหน้านี้
- กิจการขนาดเล็กต้องมีผู้ทำบัญชีตามกฎหมายไหม
- นิติบุคคลมีหน้าที่จัดให้มีผู้ทำบัญชีที่มีคุณสมบัติตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี โดยไม่ขึ้นกับขนาดของกิจการ ควรตรวจสอบรายละเอียดกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า
- ให้คนคนเดียวทำทั้งงานบัญชีและงานสอบบัญชีได้หรือไม่
- ไม่ได้ เพราะผู้สอบบัญชีต้องเป็นอิสระจากการจัดทำบัญชีของกิจการที่ตนตรวจสอบ ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานของการแสดงความเห็นต่องบการเงิน
- ควรเปลี่ยนผู้ให้บริการช่วงไหนของปี
- ช่วงที่เสียหายน้อยที่สุดคือหลังปิดงบและนำส่งงบเรียบร้อย เพราะข้อมูลครบรอบและส่งมอบได้สะอาด การเปลี่ยนกลางรอบทำได้แต่ต้องวางแผนการส่งมอบให้ละเอียด
- ต้องเก็บเอกสารอะไรไว้เองบ้างแม้จ้างผู้ให้บริการ
- ควรเก็บสำเนาเอกสารสำคัญและหลักฐานการยื่นแบบไว้ที่กิจการเสมอ เพราะความรับผิดตามกฎหมายอยู่ที่กิจการ ไม่ได้โอนไปตามการจ้าง
ทำเองได้ไหม? ได้ — แต่ต้องแลกกับอะไรบ้าง
เจ้าของกิจการที่พยายามสวมทุกบทบาทเองมักพบว่าเวลาหมดไปกับงานเอกสารมากกว่างานที่สร้างรายได้ และเมื่อถึงจุดที่ต้องตัดสินใจเรื่องที่มีดุลพินิจ เช่น การจัดประเภทรายการที่ไม่ชัดเจน ก็ไม่มีใครให้ทบทวนความเห็นด้วย ความเสี่ยงจึงอยู่ที่คนคนเดียวทั้งหมด
ทีมของเราแบ่งบทบาทตามหลักวิชาชีพ มีผู้ทบทวนงานก่อนส่ง และประสานกับผู้สอบบัญชีให้ตลอดรอบ หากต้องการให้ประเมินว่ากิจการควรจัดโครงสร้างบทบาทอย่างไรและขอบเขตงานควรครอบคลุมแค่ไหน คุยกับทีมงานผ่าน LINE หรือฝากรายละเอียดทางอีเมลไว้ แล้วเราจะเสนอราคากลับให้
ถ้าเวลาของคุณควรใช้ไปกับการหารายได้มากกว่ามานั่งไล่เอกสารและกำหนดส่ง ให้เรารับช่วงต่อ ทีมของเราดูแลตั้งแต่รับเอกสาร บันทึกบัญชี ยื่นภาษีผ่าน e-Filing ประกันสังคมออนไลน์ จนถึงปิดงบและประสานผู้สอบบัญชี โดยคุณเห็นสถานะทุกเดือนและไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน
ขอบเขตงานและค่าบริการประเมินเป็นรายกรณีตามปริมาณเอกสารและความซับซ้อน ส่งรายละเอียดมาทาง LINE หรืออีเมลเพื่อรับใบเสนอราคา
แหล่งอ้างอิงทางการ
เนื้อหานี้เรียบเรียงจากงานให้บริการจริงของสำนักงาน ข้อมูล ณ ปี 2569 อัตราภาษี กำหนดเวลา และแบบฟอร์มเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้