ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร
เครื่องมือคำนวณภาษีและเงินเดือนสำหรับธุรกิจไทย
คำนวณได้ทันทีในหน้าเดียว ทุกเครื่องมือใช้อัตราตามประมวลรัษฎากรและกฎกระทรวงที่ใช้อยู่ในรอบยื่นแบบปี 2569 พร้อมสูตร ขั้นตอน ข้อควรระวัง และคำถามที่พบบ่อยประกอบทุกหน้า ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเพื่อวางแผน ไม่ใช่การรับรองทางภาษี
คำนวณ VAT 7% ออนไลน์ ฟรี
คำนวณ VAT 7% แบบแยกนอก/รวมใน พร้อมยอดก่อนภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม และยอดรวม ใช้ออกใบกำกับภาษีและกระทบยอด ภ.พ.30 ได้ทันที
เปิดเครื่องคำนวณคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย ออนไลน์
คำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย 1% 2% 3% 5% พร้อม VAT และยอดจ่ายสุทธิ ออกหนังสือรับรองการหักภาษีและยื่น ภ.ง.ด.3 ภ.ง.ด.53 ได้ถูกต้อง
เปิดเครื่องคำนวณคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล SME
คำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลจากกำไรสุทธิ ทั้งอัตรา SME แบบขั้นบันได 0/15/20% และอัตราปกติ 20% พร้อมอัตราภาษีที่แท้จริงและขั้นตอนยื่น ภ.ง.ด.50
เปิดเครื่องคำนวณคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
คำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินเดือนทั้งปี หักค่าใช้จ่าย 50% ไม่เกิน 100,000 บาท ค่าลดหย่อนส่วนตัว และค่าลดหย่อนอื่น พร้อมอัตราภาษีขั้นบันได
เปิดเครื่องคำนวณคำนวณเงินสมทบประกันสังคม
คำนวณเงินสมทบประกันสังคมฝ่ายลูกจ้างและนายจ้าง 5% ของค่าจ้างสูงสุด 750 บาทต่อเดือน พร้อมกำหนดนำส่ง สปส.1-10 และข้อควรระวังเรื่องพนักงานเข้าออก
เปิดเครื่องคำนวณคำนวณเงินเดือนสุทธิหลังหักภาษี
คำนวณเงินเดือนสุทธิรายเดือนหลังหักประกันสังคมและภาษีหัก ณ ที่จ่าย พร้อมภาษีทั้งปีโดยประมาณ ใช้วางแผนต้นทุนพนักงานและตรวจสลิปเงินเดือน
เปิดเครื่องคำนวณประเมินต้นทุนนายจ้างและภาระยื่นแบบ (BOI/Payroll)
ใส่จำนวนพนักงานไทย พนักงานต่างชาติ ค่าจ้างเฉลี่ย และจำนวนเอกสารต่อเดือน เพื่อประเมินต้นทุนนายจ้างตามกฎหมายและระดับภาระงานก่อนขอใบเสนอราคา
เปิดเครื่องคำนวณ
เครื่องมือคำนวณบนหน้านี้ถูกออกแบบให้ตอบคำถามที่เจ้าของกิจการถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจ เช่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องนำส่งเดือนนี้เท่าไร เงินสมทบประกันสังคมของลูกจ้างคำนวณอย่างไร และกำไรทางบัญชีต่างจากกำไรทางภาษีตรงไหน ทุกตัวเลขที่ได้จากเครื่องมือคือค่าประมาณเพื่อการวางแผน ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้ยื่นแบบแทนการตรวจสอบเอกสารจริง
เหตุผลที่ต้องย้ำเรื่องนี้คือ ตัวเลขภาษีในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงรอบตัวรายการ ไม่ได้ขึ้นกับสูตรอย่างเดียว ค่าบริการก้อนเดียวกันอาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายคนละอัตรากันเมื่อคู่สัญญาเป็นบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล ใบกำกับภาษีใบเดียวกันอาจใช้เป็นภาษีซื้อได้หรือไม่ได้ ขึ้นกับว่ารายจ่ายนั้นเกี่ยวข้องกับกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เครื่องมือช่วยให้เห็นภาพเร็ว แต่การตัดสินใจต้องดูเอกสารประกอบเสมอ
หน้านี้จึงไม่ได้มีแค่ปุ่มคำนวณ แต่มีคำอธิบายว่าเครื่องมือแต่ละตัวตั้งสมมติฐานอะไรไว้ ควรใช้ตอนไหน และมีจุดที่คนใช้พลาดบ่อยตรงไหน เพื่อให้ตัวเลขที่ได้นำไปคุยกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีต่อได้ทันที
เลือกเครื่องมือให้ตรงกับคำถามที่คุณมีอยู่จริง
คำถามเรื่องกระแสเงินสดกับคำถามเรื่องภาระภาษีปลายปีต้องใช้เครื่องมือคนละตัว ถ้าคุณกำลังจะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างพรุ่งนี้และไม่แน่ใจว่าต้องหักเท่าไร คำถามนั้นคือคำถามกระแสเงินสดระยะสั้น ใช้เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย แล้วบันทึกอัตราที่ใช้พร้อมเหตุผลไว้ในไฟล์เดียวกับใบสำคัญจ่าย เพื่อให้เดือนถัดไปไม่ต้องคิดใหม่
แต่ถ้าคำถามคือ “ปีนี้จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าไร” เครื่องมือที่ควรใช้คือเครื่องประมาณการกำไรสุทธิทางภาษี ซึ่งต้องใส่รายการปรับปรุงที่พบบ่อย เช่น รายจ่ายต้องห้าม ค่ารับรองส่วนที่เกินเกณฑ์ และค่าเสื่อมราคาที่คำนวณต่างจากทางบัญชี การใช้กำไรทางบัญชีตรง ๆ แล้วคูณอัตราภาษีเป็นวิธีที่ให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนมากที่สุด
สำหรับกิจการที่กำลังพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เครื่องมือที่มีประโยชน์ที่สุดไม่ใช่เครื่องคำนวณภาษี แต่เป็นการประมาณรายรับต่อปีเทียบกับเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพราะเมื่อรายรับถึงเกณฑ์แล้วหน้าที่จดทะเบียนเกิดขึ้นตามกำหนดเวลา ไม่ใช่ตอนที่เจ้าของกิจการสะดวก
- จ่ายเงินพรุ่งนี้ ไม่รู้ต้องหักเท่าไร → เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
- อยากรู้ภาระภาษีทั้งปี → เครื่องประมาณกำไรสุทธิทางภาษี
- ยอดขายกำลังโต ไม่แน่ใจต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง → ประมาณรายรับเทียบเกณฑ์
- จ้างพนักงานเพิ่ม → คำนวณเงินสมทบและต้นทุนนายจ้างรวม
สมมติฐานที่ซ่อนอยู่ในทุกเครื่องคำนวณ
เครื่องคำนวณทุกตัวต้องตั้งสมมติฐานบางอย่างเพื่อให้ตอบได้ในหน้าจอเดียว สมมติฐานที่พบบ่อยคือ ผู้จ่ายเงินเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษี คู่สัญญาอยู่ในประเทศไทย รายการเกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบัน และไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อใดที่ข้อเท็จจริงหลุดจากกรอบนี้ ตัวเลขที่ได้จะใช้ไม่ได้ทันที
กรณีจ่ายเงินไปต่างประเทศเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด ค่าบริการที่จ่ายให้ผู้รับในต่างประเทศอาจมีภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร และอาจได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยทำไว้กับประเทศนั้น การใช้อัตราในประเทศกับรายการข้ามพรมแดนจึงทำให้หักเกินหรือหักขาดได้ทั้งสองทาง
อีกสมมติฐานที่คนมองข้ามคือเรื่องช่วงเวลา เครื่องมือคำนวณตามอัตราและเกณฑ์ที่ใช้อยู่ ณ เวลาที่จัดทำ หากมีการแก้ไขกฎหมายหรือมีมาตรการภาษีชั่วคราวออกมา ตัวเลขเดิมอาจไม่ตรงอีกต่อไป จึงควรตรวจสอบกับประกาศของกรมสรรพากรก่อนใช้ตัวเลขในการยื่นแบบจริงเสมอ
วิธีเก็บผลลัพธ์ให้ใช้ต่อได้ ไม่ใช่คำนวณทิ้ง
ปัญหาที่พบในงานปิดงบคือ กิจการคำนวณถูกตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่ไม่มีร่องรอยว่าคำนวณอย่างไร พอผู้สอบบัญชีถามถึงที่มาของอัตราที่ใช้ ก็ต้องย้อนกลับไปหาสัญญาใหม่ทั้งกอง วิธีแก้ง่ายมาก คือทุกครั้งที่ใช้เครื่องคำนวณ ให้บันทึกสามอย่างไว้กับเอกสาร ได้แก่ ข้อเท็จจริงที่ใช้ อัตราหรือเกณฑ์ที่เลือก และวันที่คำนวณ
การทำแบบนี้ให้ผลสองอย่าง อย่างแรกคือปิดงบเร็วขึ้นเพราะไม่ต้องสืบย้อน อย่างที่สองคือถ้ามีการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ในภายหลัง กิจการมีคำอธิบายที่สอดคล้องกันทั้งปี ไม่ใช่คำอธิบายที่เพิ่งคิดขึ้นตอนถูกถาม ซึ่งต่างกันมากในทางปฏิบัติ
- บันทึกข้อเท็จจริงที่ใช้ตัดสินอัตรา ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์
- แนบผลคำนวณไว้กับใบสำคัญจ่ายหรือใบกำกับภาษีที่เกี่ยวข้อง
- ทบทวนสมมติฐานทุกครั้งที่โครงสร้างคู่สัญญาเปลี่ยน
- อย่าใช้ผลคำนวณย้อนหลังข้ามรอบบัญชีโดยไม่ตรวจอัตราใหม่
ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเชื่อผลลัพธ์
เครื่องคำนวณไม่รู้บริบทของกิจการคุณ ไม่รู้ว่ามีสัญญาที่มีเงื่อนไขพิเศษหรือไม่ ไม่รู้ว่ามีรายการระหว่างกิจการที่เกี่ยวข้องกันหรือไม่ และไม่รู้ว่ามีข้อเท็จจริงที่เคยชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ไว้อย่างไร ข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยนคำตอบได้ทั้งหมด และเป็นเหตุผลที่ตัวเลขจากหน้าจอไม่ควรถูกใช้เป็นข้อสรุปสุดท้าย
อีกข้อจำกัดคือเรื่องการปัดเศษและช่วงเวลา ผลลัพธ์ที่แสดงมักปัดเป็นจำนวนเต็มเพื่อให้อ่านง่าย แต่แบบแสดงรายการต้องกรอกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด การนำตัวเลขที่ปัดแล้วไปกรอกอาจทำให้ยอดรวมไม่ตรงกับเอกสารประกอบ ซึ่งเป็นจุดที่ถูกตั้งคำถามได้ง่ายที่สุดเวลาตรวจสอบ
เมื่อผลลัพธ์ต่างจากที่ผู้ทำบัญชีคำนวณ อย่ารีบสรุปว่าฝ่ายใดผิด ให้เทียบสมมติฐานทีละข้อ ส่วนใหญ่ความต่างมาจากช่วงเวลาที่รับรู้รายการหรือประเภทของรายการ ไม่ใช่จากการคำนวณผิด การเทียบสมมติฐานใช้เวลาน้อยกว่าการคำนวณใหม่ทั้งหมดมาก
- เครื่องมือไม่รู้สัญญาและข้อเท็จจริงเฉพาะของกิจการ
- ระวังการปัดเศษเมื่อนำไปกรอกแบบ
- ต่างกันเมื่อไร ให้เทียบสมมติฐานก่อนเสมอ
จากตัวเลขประมาณการสู่การวางแผนกระแสเงินสด
ประโยชน์ที่แท้จริงของการคำนวณล่วงหน้าไม่ใช่การรู้ตัวเลข แต่คือการมีเวลาเตรียมเงิน กิจการที่ประมาณภาระภาษีไว้ตั้งแต่กลางปีมีทางเลือกมากกว่าเสมอ เพราะยังปรับจังหวะการลงทุน การจ่ายโบนัส หรือการเรียกเก็บหนี้ได้ ส่วนกิจการที่รู้ตัวเลขตอนใกล้กำหนดยื่นเหลือทางเลือกเดียวคือหาเงินให้ทัน
วิธีที่ใช้ได้จริงคือประมาณการปีละสี่ครั้ง ครั้งแรกหลังปิดไตรมาสแรกเพื่อดูแนวโน้ม ครั้งที่สองกลางปีซึ่งเป็นจุดที่ยังปรับอะไรได้มาก ครั้งที่สามช่วงไตรมาสสามเพื่อยืนยันตัวเลข และครั้งที่สี่ก่อนปิดงบเพื่อเตรียมเงินและเอกสาร แต่ละครั้งใช้เวลาไม่นานถ้าข้อมูลบัญชีเป็นปัจจุบัน
สิ่งที่ต้องระวังคือการประมาณจากยอดขายอย่างเดียว เพราะภาระภาษีขึ้นกับกำไรและรายการปรับปรุง ไม่ใช่ยอดขาย กิจการที่ยอดขายโตแต่ต้นทุนโตเร็วกว่าอาจมีภาระน้อยกว่าที่คิด ในทางกลับกัน กิจการที่มีรายจ่ายจำนวนมากซึ่งไม่มีเอกสารรองรับ อาจมีภาระมากกว่าที่คำนวณไว้ เพราะรายจ่ายเหล่านั้นถือเป็นรายจ่ายทางภาษีไม่ได้
เอกสารประกอบรายจ่ายจึงเป็นตัวแปรที่กระทบตัวเลขมากที่สุดในกิจการขนาดเล็ก ก่อนใช้ผลจากเครื่องคำนวณ ควรแยกให้ชัดว่ารายจ่ายส่วนใดมีเอกสารครบ ส่วนใดยังขาด แล้วประมาณสองกรณีคือกรณีที่เก็บเอกสารได้ครบและกรณีที่เก็บไม่ได้ ช่วงห่างระหว่างสองกรณีคือมูลค่าของงานเก็บเอกสารที่ควรทำทันที
- ประมาณการปีละสี่ครั้งแทนการรอสิ้นปี
- อย่าประมาณจากยอดขายอย่างเดียว
- แยกรายจ่ายที่มีเอกสารครบออกจากที่ยังขาด
- คำนวณสองกรณีเพื่อเห็นมูลค่าของงานเก็บเอกสาร
คำถามที่พบบ่อย เครื่องมือที่ควรใช้ และสิ่งที่ต้องเตรียม
| คำถาม | เครื่องมือ | เอกสารที่ต้องมี |
|---|---|---|
| จ่ายค่าบริการต้องหักเท่าไร | ภาษีหัก ณ ที่จ่าย | สัญญา ใบแจ้งหนี้ สถานะคู่สัญญา |
| เดือนนี้ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเท่าไร | สรุปภาษีขายหักภาษีซื้อ | รายงานภาษีขาย ภาษีซื้อ ใบกำกับภาษี |
| ต้นทุนจ้างพนักงานหนึ่งคนต่อเดือน | เงินสมทบและต้นทุนนายจ้าง | อัตราค่าจ้าง สัญญาจ้าง ทะเบียนลูกจ้าง |
| ปีนี้เสียภาษีนิติบุคคลประมาณเท่าไร | ประมาณกำไรสุทธิทางภาษี | งบทดลอง รายการปรับปรุง ค่าเสื่อมราคา |
ข้อผิดพลาดที่เราเจอซ้ำจากงานจริง
- ใช้ผลจากเครื่องคำนวณเป็นตัวเลขยื่นแบบโดยไม่กระทบยอดกับสมุดบัญชี ทำให้ยอดที่ยื่นกับยอดในงบไม่ตรงกัน และต้องมาอธิบายภายหลัง
- เลือกอัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายจากชื่อรายการในใบแจ้งหนี้ แทนที่จะดูเนื้อหาของงานที่ทำจริงและสถานะของผู้รับเงิน
- คำนวณเงินสมทบจากยอดโอนสุทธิที่จ่ายให้พนักงาน แทนที่จะคำนวณจากฐานค่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนด
- ใช้เครื่องมือตอนสิ้นปีครั้งเดียวแล้วพบว่าต้องจ่ายก้อนใหญ่ ทั้งที่ถ้าประมาณการรายไตรมาสจะจัดการกระแสเงินสดได้ทัน
คำถามที่ถูกถามซ้ำในหน้านี้
- ตัวเลขจากเครื่องคำนวณใช้ยื่นแบบได้เลยไหม
- ไม่ควร ตัวเลขที่ได้เป็นค่าประมาณจากข้อมูลที่คุณกรอก การยื่นแบบต้องอ้างอิงเอกสารจริงและสมุดบัญชีที่กระทบยอดแล้ว หากตัวเลขสองทางต่างกันควรหาสาเหตุก่อนยื่นเสมอ
- ทำไมเครื่องคำนวณให้อัตราไม่ตรงกับที่คู่ค้าแจ้งมา
- ส่วนใหญ่เกิดจากการมองประเภทเงินได้ต่างกัน เช่น ฝ่ายหนึ่งมองเป็นค่าบริการ อีกฝ่ายมองเป็นค่าเช่าหรือค่าสิทธิ วิธีคลี่คลายคือกลับไปดูเนื้อหาสัญญาว่าคู่สัญญาตกลงให้ทำอะไรกันแน่
- ควรใช้เครื่องมือบ่อยแค่ไหน
- งานหัก ณ ที่จ่ายควรใช้ทุกครั้งที่มีคู่สัญญารายใหม่หรือรูปแบบงานใหม่ ส่วนการประมาณภาระภาษีควรทำอย่างน้อยรายไตรมาส เพื่อไม่ให้เจอตัวเลขก้อนใหญ่ตอนปิดงบ
- กิจการขนาดเล็กมากจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้ไหม
- จำเป็น เพราะหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ลดลงตามขนาดกิจการ กิจการเล็กที่มีรายการน้อยกลับได้ประโยชน์มาก เพราะใช้เวลาไม่นานและช่วยให้ไม่พลาดกำหนดเวลาที่มีค่าปรับ
ทำเองได้ไหม? ได้ — แต่ต้องแลกกับอะไรบ้าง
ถ้าคุณดูแลเรื่องนี้เองทั้งหมด งานจริงไม่ได้จบที่การกดคำนวณ คุณต้องติดตามว่าอัตราและเกณฑ์เปลี่ยนเมื่อไร ต้องตัดสินประเภทเงินได้ให้ถูกในทุกรายการที่ไม่เหมือนเดิม ต้องเก็บหลักฐานให้ครบพอที่จะอธิบายย้อนหลังได้ และต้องทำทั้งหมดนี้คู่ไปกับการขายและการบริหารหน้างานประจำวัน
ต้นทุนที่มองไม่เห็นคือเวลาที่หายไปกับการหาคำตอบซ้ำ ๆ และความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดเพียงจุดเดียวที่ทบไปทั้งปี ทีมของเรารับงานส่วนนี้ไปทำแทน โดยดูเอกสารจริงของคุณ ไม่ใช่คิดจากสมมติฐานกลาง หากต้องการให้ประเมินขอบเขตงาน ส่งข้อมูลกิจการมาทาง LINE หรืออีเมล แล้วเราจะคิดราคาตามลักษณะงานของคุณโดยเฉพาะ
ถ้าเวลาของคุณควรใช้ไปกับการหารายได้มากกว่ามานั่งไล่เอกสารและกำหนดส่ง ให้เรารับช่วงต่อ ทีมของเราดูแลตั้งแต่รับเอกสาร บันทึกบัญชี ยื่นภาษีผ่าน e-Filing ประกันสังคมออนไลน์ จนถึงปิดงบและประสานผู้สอบบัญชี โดยคุณเห็นสถานะทุกเดือนและไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน
ขอบเขตงานและค่าบริการประเมินเป็นรายกรณีตามปริมาณเอกสารและความซับซ้อน ส่งรายละเอียดมาทาง LINE หรืออีเมลเพื่อรับใบเสนอราคา
แหล่งอ้างอิงทางการ
เนื้อหานี้เรียบเรียงจากงานให้บริการจริงของสำนักงาน ข้อมูล ณ ปี 2569 อัตราภาษี กำหนดเวลา และแบบฟอร์มเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้