Skip to main content

ใช้ฟรี ไม่ต้องสมัคร

เครื่องมือคำนวณภาษีและเงินเดือนสำหรับธุรกิจไทย

คำนวณได้ทันทีในหน้าเดียว ทุกเครื่องมือใช้อัตราตามประมวลรัษฎากรและกฎกระทรวงที่ใช้อยู่ในรอบยื่นแบบปี 2569 พร้อมสูตร ขั้นตอน ข้อควรระวัง และคำถามที่พบบ่อยประกอบทุกหน้า ผลลัพธ์เป็นการประมาณการเพื่อวางแผน ไม่ใช่การรับรองทางภาษี

เครื่องมือคำนวณบนหน้านี้ถูกออกแบบให้ตอบคำถามที่เจ้าของกิจการถามบ่อยที่สุดก่อนตัดสินใจ เช่น ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายกี่เปอร์เซ็นต์ ภาษีมูลค่าเพิ่มที่ต้องนำส่งเดือนนี้เท่าไร เงินสมทบประกันสังคมของลูกจ้างคำนวณอย่างไร และกำไรทางบัญชีต่างจากกำไรทางภาษีตรงไหน ทุกตัวเลขที่ได้จากเครื่องมือคือค่าประมาณเพื่อการวางแผน ไม่ใช่ตัวเลขที่ใช้ยื่นแบบแทนการตรวจสอบเอกสารจริง

เหตุผลที่ต้องย้ำเรื่องนี้คือ ตัวเลขภาษีในทางปฏิบัติขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงรอบตัวรายการ ไม่ได้ขึ้นกับสูตรอย่างเดียว ค่าบริการก้อนเดียวกันอาจถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายคนละอัตรากันเมื่อคู่สัญญาเป็นบุคคลธรรมดากับนิติบุคคล ใบกำกับภาษีใบเดียวกันอาจใช้เป็นภาษีซื้อได้หรือไม่ได้ ขึ้นกับว่ารายจ่ายนั้นเกี่ยวข้องกับกิจการที่เสียภาษีมูลค่าเพิ่มหรือไม่ เครื่องมือช่วยให้เห็นภาพเร็ว แต่การตัดสินใจต้องดูเอกสารประกอบเสมอ

หน้านี้จึงไม่ได้มีแค่ปุ่มคำนวณ แต่มีคำอธิบายว่าเครื่องมือแต่ละตัวตั้งสมมติฐานอะไรไว้ ควรใช้ตอนไหน และมีจุดที่คนใช้พลาดบ่อยตรงไหน เพื่อให้ตัวเลขที่ได้นำไปคุยกับผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีต่อได้ทันที

เลือกเครื่องมือให้ตรงกับคำถามที่คุณมีอยู่จริง

คำถามเรื่องกระแสเงินสดกับคำถามเรื่องภาระภาษีปลายปีต้องใช้เครื่องมือคนละตัว ถ้าคุณกำลังจะจ่ายเงินให้ผู้รับจ้างพรุ่งนี้และไม่แน่ใจว่าต้องหักเท่าไร คำถามนั้นคือคำถามกระแสเงินสดระยะสั้น ใช้เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย แล้วบันทึกอัตราที่ใช้พร้อมเหตุผลไว้ในไฟล์เดียวกับใบสำคัญจ่าย เพื่อให้เดือนถัดไปไม่ต้องคิดใหม่

แต่ถ้าคำถามคือ “ปีนี้จะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลเท่าไร” เครื่องมือที่ควรใช้คือเครื่องประมาณการกำไรสุทธิทางภาษี ซึ่งต้องใส่รายการปรับปรุงที่พบบ่อย เช่น รายจ่ายต้องห้าม ค่ารับรองส่วนที่เกินเกณฑ์ และค่าเสื่อมราคาที่คำนวณต่างจากทางบัญชี การใช้กำไรทางบัญชีตรง ๆ แล้วคูณอัตราภาษีเป็นวิธีที่ให้ตัวเลขคลาดเคลื่อนมากที่สุด

สำหรับกิจการที่กำลังพิจารณาจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม เครื่องมือที่มีประโยชน์ที่สุดไม่ใช่เครื่องคำนวณภาษี แต่เป็นการประมาณรายรับต่อปีเทียบกับเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด เพราะเมื่อรายรับถึงเกณฑ์แล้วหน้าที่จดทะเบียนเกิดขึ้นตามกำหนดเวลา ไม่ใช่ตอนที่เจ้าของกิจการสะดวก

  • จ่ายเงินพรุ่งนี้ ไม่รู้ต้องหักเท่าไร → เครื่องคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่าย
  • อยากรู้ภาระภาษีทั้งปี → เครื่องประมาณกำไรสุทธิทางภาษี
  • ยอดขายกำลังโต ไม่แน่ใจต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยัง → ประมาณรายรับเทียบเกณฑ์
  • จ้างพนักงานเพิ่ม → คำนวณเงินสมทบและต้นทุนนายจ้างรวม

สมมติฐานที่ซ่อนอยู่ในทุกเครื่องคำนวณ

เครื่องคำนวณทุกตัวต้องตั้งสมมติฐานบางอย่างเพื่อให้ตอบได้ในหน้าจอเดียว สมมติฐานที่พบบ่อยคือ ผู้จ่ายเงินเป็นผู้มีหน้าที่หักภาษี คู่สัญญาอยู่ในประเทศไทย รายการเกิดขึ้นในรอบระยะเวลาบัญชีปัจจุบัน และไม่มีอนุสัญญาภาษีซ้อนเข้ามาเกี่ยวข้อง เมื่อใดที่ข้อเท็จจริงหลุดจากกรอบนี้ ตัวเลขที่ได้จะใช้ไม่ได้ทันที

กรณีจ่ายเงินไปต่างประเทศเป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุด ค่าบริการที่จ่ายให้ผู้รับในต่างประเทศอาจมีภาระภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามประมวลรัษฎากร และอาจได้รับการลดอัตราหรือยกเว้นตามอนุสัญญาภาษีซ้อนที่ประเทศไทยทำไว้กับประเทศนั้น การใช้อัตราในประเทศกับรายการข้ามพรมแดนจึงทำให้หักเกินหรือหักขาดได้ทั้งสองทาง

อีกสมมติฐานที่คนมองข้ามคือเรื่องช่วงเวลา เครื่องมือคำนวณตามอัตราและเกณฑ์ที่ใช้อยู่ ณ เวลาที่จัดทำ หากมีการแก้ไขกฎหมายหรือมีมาตรการภาษีชั่วคราวออกมา ตัวเลขเดิมอาจไม่ตรงอีกต่อไป จึงควรตรวจสอบกับประกาศของกรมสรรพากรก่อนใช้ตัวเลขในการยื่นแบบจริงเสมอ

วิธีเก็บผลลัพธ์ให้ใช้ต่อได้ ไม่ใช่คำนวณทิ้ง

ปัญหาที่พบในงานปิดงบคือ กิจการคำนวณถูกตั้งแต่ต้นปีแล้ว แต่ไม่มีร่องรอยว่าคำนวณอย่างไร พอผู้สอบบัญชีถามถึงที่มาของอัตราที่ใช้ ก็ต้องย้อนกลับไปหาสัญญาใหม่ทั้งกอง วิธีแก้ง่ายมาก คือทุกครั้งที่ใช้เครื่องคำนวณ ให้บันทึกสามอย่างไว้กับเอกสาร ได้แก่ ข้อเท็จจริงที่ใช้ อัตราหรือเกณฑ์ที่เลือก และวันที่คำนวณ

การทำแบบนี้ให้ผลสองอย่าง อย่างแรกคือปิดงบเร็วขึ้นเพราะไม่ต้องสืบย้อน อย่างที่สองคือถ้ามีการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ในภายหลัง กิจการมีคำอธิบายที่สอดคล้องกันทั้งปี ไม่ใช่คำอธิบายที่เพิ่งคิดขึ้นตอนถูกถาม ซึ่งต่างกันมากในทางปฏิบัติ

  • บันทึกข้อเท็จจริงที่ใช้ตัดสินอัตรา ไม่ใช่แค่ผลลัพธ์
  • แนบผลคำนวณไว้กับใบสำคัญจ่ายหรือใบกำกับภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • ทบทวนสมมติฐานทุกครั้งที่โครงสร้างคู่สัญญาเปลี่ยน
  • อย่าใช้ผลคำนวณย้อนหลังข้ามรอบบัญชีโดยไม่ตรวจอัตราใหม่

ข้อจำกัดที่ควรรู้ก่อนเชื่อผลลัพธ์

เครื่องคำนวณไม่รู้บริบทของกิจการคุณ ไม่รู้ว่ามีสัญญาที่มีเงื่อนไขพิเศษหรือไม่ ไม่รู้ว่ามีรายการระหว่างกิจการที่เกี่ยวข้องกันหรือไม่ และไม่รู้ว่ามีข้อเท็จจริงที่เคยชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ไว้อย่างไร ข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยนคำตอบได้ทั้งหมด และเป็นเหตุผลที่ตัวเลขจากหน้าจอไม่ควรถูกใช้เป็นข้อสรุปสุดท้าย

อีกข้อจำกัดคือเรื่องการปัดเศษและช่วงเวลา ผลลัพธ์ที่แสดงมักปัดเป็นจำนวนเต็มเพื่อให้อ่านง่าย แต่แบบแสดงรายการต้องกรอกตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด การนำตัวเลขที่ปัดแล้วไปกรอกอาจทำให้ยอดรวมไม่ตรงกับเอกสารประกอบ ซึ่งเป็นจุดที่ถูกตั้งคำถามได้ง่ายที่สุดเวลาตรวจสอบ

เมื่อผลลัพธ์ต่างจากที่ผู้ทำบัญชีคำนวณ อย่ารีบสรุปว่าฝ่ายใดผิด ให้เทียบสมมติฐานทีละข้อ ส่วนใหญ่ความต่างมาจากช่วงเวลาที่รับรู้รายการหรือประเภทของรายการ ไม่ใช่จากการคำนวณผิด การเทียบสมมติฐานใช้เวลาน้อยกว่าการคำนวณใหม่ทั้งหมดมาก

  • เครื่องมือไม่รู้สัญญาและข้อเท็จจริงเฉพาะของกิจการ
  • ระวังการปัดเศษเมื่อนำไปกรอกแบบ
  • ต่างกันเมื่อไร ให้เทียบสมมติฐานก่อนเสมอ

จากตัวเลขประมาณการสู่การวางแผนกระแสเงินสด

ประโยชน์ที่แท้จริงของการคำนวณล่วงหน้าไม่ใช่การรู้ตัวเลข แต่คือการมีเวลาเตรียมเงิน กิจการที่ประมาณภาระภาษีไว้ตั้งแต่กลางปีมีทางเลือกมากกว่าเสมอ เพราะยังปรับจังหวะการลงทุน การจ่ายโบนัส หรือการเรียกเก็บหนี้ได้ ส่วนกิจการที่รู้ตัวเลขตอนใกล้กำหนดยื่นเหลือทางเลือกเดียวคือหาเงินให้ทัน

วิธีที่ใช้ได้จริงคือประมาณการปีละสี่ครั้ง ครั้งแรกหลังปิดไตรมาสแรกเพื่อดูแนวโน้ม ครั้งที่สองกลางปีซึ่งเป็นจุดที่ยังปรับอะไรได้มาก ครั้งที่สามช่วงไตรมาสสามเพื่อยืนยันตัวเลข และครั้งที่สี่ก่อนปิดงบเพื่อเตรียมเงินและเอกสาร แต่ละครั้งใช้เวลาไม่นานถ้าข้อมูลบัญชีเป็นปัจจุบัน

สิ่งที่ต้องระวังคือการประมาณจากยอดขายอย่างเดียว เพราะภาระภาษีขึ้นกับกำไรและรายการปรับปรุง ไม่ใช่ยอดขาย กิจการที่ยอดขายโตแต่ต้นทุนโตเร็วกว่าอาจมีภาระน้อยกว่าที่คิด ในทางกลับกัน กิจการที่มีรายจ่ายจำนวนมากซึ่งไม่มีเอกสารรองรับ อาจมีภาระมากกว่าที่คำนวณไว้ เพราะรายจ่ายเหล่านั้นถือเป็นรายจ่ายทางภาษีไม่ได้

เอกสารประกอบรายจ่ายจึงเป็นตัวแปรที่กระทบตัวเลขมากที่สุดในกิจการขนาดเล็ก ก่อนใช้ผลจากเครื่องคำนวณ ควรแยกให้ชัดว่ารายจ่ายส่วนใดมีเอกสารครบ ส่วนใดยังขาด แล้วประมาณสองกรณีคือกรณีที่เก็บเอกสารได้ครบและกรณีที่เก็บไม่ได้ ช่วงห่างระหว่างสองกรณีคือมูลค่าของงานเก็บเอกสารที่ควรทำทันที

  • ประมาณการปีละสี่ครั้งแทนการรอสิ้นปี
  • อย่าประมาณจากยอดขายอย่างเดียว
  • แยกรายจ่ายที่มีเอกสารครบออกจากที่ยังขาด
  • คำนวณสองกรณีเพื่อเห็นมูลค่าของงานเก็บเอกสาร

คำถามที่พบบ่อย เครื่องมือที่ควรใช้ และสิ่งที่ต้องเตรียม

คำถามเครื่องมือเอกสารที่ต้องมี
จ่ายค่าบริการต้องหักเท่าไรภาษีหัก ณ ที่จ่ายสัญญา ใบแจ้งหนี้ สถานะคู่สัญญา
เดือนนี้ต้องนำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเท่าไรสรุปภาษีขายหักภาษีซื้อรายงานภาษีขาย ภาษีซื้อ ใบกำกับภาษี
ต้นทุนจ้างพนักงานหนึ่งคนต่อเดือนเงินสมทบและต้นทุนนายจ้างอัตราค่าจ้าง สัญญาจ้าง ทะเบียนลูกจ้าง
ปีนี้เสียภาษีนิติบุคคลประมาณเท่าไรประมาณกำไรสุทธิทางภาษีงบทดลอง รายการปรับปรุง ค่าเสื่อมราคา

ข้อผิดพลาดที่เราเจอซ้ำจากงานจริง

  • ใช้ผลจากเครื่องคำนวณเป็นตัวเลขยื่นแบบโดยไม่กระทบยอดกับสมุดบัญชี ทำให้ยอดที่ยื่นกับยอดในงบไม่ตรงกัน และต้องมาอธิบายภายหลัง
  • เลือกอัตราหักภาษี ณ ที่จ่ายจากชื่อรายการในใบแจ้งหนี้ แทนที่จะดูเนื้อหาของงานที่ทำจริงและสถานะของผู้รับเงิน
  • คำนวณเงินสมทบจากยอดโอนสุทธิที่จ่ายให้พนักงาน แทนที่จะคำนวณจากฐานค่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนด
  • ใช้เครื่องมือตอนสิ้นปีครั้งเดียวแล้วพบว่าต้องจ่ายก้อนใหญ่ ทั้งที่ถ้าประมาณการรายไตรมาสจะจัดการกระแสเงินสดได้ทัน

คำถามที่ถูกถามซ้ำในหน้านี้

ตัวเลขจากเครื่องคำนวณใช้ยื่นแบบได้เลยไหม
ไม่ควร ตัวเลขที่ได้เป็นค่าประมาณจากข้อมูลที่คุณกรอก การยื่นแบบต้องอ้างอิงเอกสารจริงและสมุดบัญชีที่กระทบยอดแล้ว หากตัวเลขสองทางต่างกันควรหาสาเหตุก่อนยื่นเสมอ
ทำไมเครื่องคำนวณให้อัตราไม่ตรงกับที่คู่ค้าแจ้งมา
ส่วนใหญ่เกิดจากการมองประเภทเงินได้ต่างกัน เช่น ฝ่ายหนึ่งมองเป็นค่าบริการ อีกฝ่ายมองเป็นค่าเช่าหรือค่าสิทธิ วิธีคลี่คลายคือกลับไปดูเนื้อหาสัญญาว่าคู่สัญญาตกลงให้ทำอะไรกันแน่
ควรใช้เครื่องมือบ่อยแค่ไหน
งานหัก ณ ที่จ่ายควรใช้ทุกครั้งที่มีคู่สัญญารายใหม่หรือรูปแบบงานใหม่ ส่วนการประมาณภาระภาษีควรทำอย่างน้อยรายไตรมาส เพื่อไม่ให้เจอตัวเลขก้อนใหญ่ตอนปิดงบ
กิจการขนาดเล็กมากจำเป็นต้องใช้เครื่องมือเหล่านี้ไหม
จำเป็น เพราะหน้าที่ตามกฎหมายไม่ได้ลดลงตามขนาดกิจการ กิจการเล็กที่มีรายการน้อยกลับได้ประโยชน์มาก เพราะใช้เวลาไม่นานและช่วยให้ไม่พลาดกำหนดเวลาที่มีค่าปรับ

ทำเองได้ไหม? ได้ — แต่ต้องแลกกับอะไรบ้าง

ถ้าคุณดูแลเรื่องนี้เองทั้งหมด งานจริงไม่ได้จบที่การกดคำนวณ คุณต้องติดตามว่าอัตราและเกณฑ์เปลี่ยนเมื่อไร ต้องตัดสินประเภทเงินได้ให้ถูกในทุกรายการที่ไม่เหมือนเดิม ต้องเก็บหลักฐานให้ครบพอที่จะอธิบายย้อนหลังได้ และต้องทำทั้งหมดนี้คู่ไปกับการขายและการบริหารหน้างานประจำวัน

ต้นทุนที่มองไม่เห็นคือเวลาที่หายไปกับการหาคำตอบซ้ำ ๆ และความเสี่ยงจากการตัดสินใจผิดเพียงจุดเดียวที่ทบไปทั้งปี ทีมของเรารับงานส่วนนี้ไปทำแทน โดยดูเอกสารจริงของคุณ ไม่ใช่คิดจากสมมติฐานกลาง หากต้องการให้ประเมินขอบเขตงาน ส่งข้อมูลกิจการมาทาง LINE หรืออีเมล แล้วเราจะคิดราคาตามลักษณะงานของคุณโดยเฉพาะ

ถ้าเวลาของคุณควรใช้ไปกับการหารายได้มากกว่ามานั่งไล่เอกสารและกำหนดส่ง ให้เรารับช่วงต่อ ทีมของเราดูแลตั้งแต่รับเอกสาร บันทึกบัญชี ยื่นภาษีผ่าน e-Filing ประกันสังคมออนไลน์ จนถึงปิดงบและประสานผู้สอบบัญชี โดยคุณเห็นสถานะทุกเดือนและไม่ต้องเดินทางมาที่สำนักงาน

ขอบเขตงานและค่าบริการประเมินเป็นรายกรณีตามปริมาณเอกสารและความซับซ้อน ส่งรายละเอียดมาทาง LINE หรืออีเมลเพื่อรับใบเสนอราคา

แหล่งอ้างอิงทางการ

เนื้อหานี้เรียบเรียงจากงานให้บริการจริงของสำนักงาน ข้อมูล ณ ปี 2569 อัตราภาษี กำหนดเวลา และแบบฟอร์มเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานเจ้าของเรื่องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้

ดูที่ตั้งสำนักงานและช่องทางติดต่อทั้งหมด