จดทะเบียนและกรมพัฒน์
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล(PDPA)
Personal Data Protection Act
PDPA คือกฎหมายที่กำหนดหน้าที่ของผู้เก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในไทย รวมถึงข้อมูลพนักงานและลูกค้า
คำตอบสั้น
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) คือ กฎหมายที่กำหนดหน้าที่ของผู้เก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในไทย รวมถึงข้อมูลพนักงานและลูกค้า
ขั้นตอนโดยสรุป
- ตรวจข้อมูลจดทะเบียนปัจจุบันของนิติบุคคล
- เตรียมมติที่ประชุมและเอกสารประกอบให้ครบ
- ยื่นต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าตามแบบที่กำหนด
- ปรับปรุงทะเบียนภายในและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
สิ่งที่ต้องเตรียม
- เอกสารต้นทาง เช่น ใบกำกับภาษี ใบเสร็จ และสัญญาที่เกี่ยวข้อง
- รายการเดินบัญชีธนาคารของงวดที่เกี่ยวข้อง
- หนังสือรับรองบริษัทและเลขประจำตัวผู้เสียภาษี
- แบบยื่นและหลักฐานการยื่นย้อนหลังที่เคยส่งไว้
ไม่อยากจัดการเอง? ทีมผู้ทำบัญชีและผู้เชี่ยวชาญภาษีประสบการณ์กว่า 15 ปีของเรารับดูแลให้ครบทั้งกระบวนการ และให้คำปรึกษาต่อเนื่องตลอดอายุงาน ไม่ใช่แค่รับจ้างทำ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรีสำนักงานบัญชีมักเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลแทนลูกค้า จึงต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัย และบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล ฐานทางกฎหมายที่ใช้กับข้อมูลพนักงานส่วนใหญ่คือการปฏิบัติตามสัญญาและหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ความยินยอม
ข้อควรระวังในทางปฏิบัติ
- •หากข้อมูลรั่วไหลจนกระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูล ต้องรายงานต่อหน่วยงานกำกับภายในกรอบ 72 ชั่วโมง
คำถามที่พบบ่อยเรื่อง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
PDPA คือกฎหมายที่กำหนดหน้าที่ของผู้เก็บและใช้ข้อมูลส่วนบุคคลในไทย รวมถึงข้อมูลพนักงานและลูกค้า สำนักงานบัญชีมักเป็นผู้ประมวลผลข้อมูลแทนลูกค้า จึงต้องมีข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล มาตรการรักษาความปลอดภัย และบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล ฐานทางกฎหมายที่ใช้กับข้อมูลพนักงานส่วนใหญ่คือการปฏิบัติตามสัญญาและหน้าที่ตามกฎหมาย ไม่ใช่ความยินยอม
หากข้อมูลรั่วไหลจนกระทบสิทธิของเจ้าของข้อมูล ต้องรายงานต่อหน่วยงานกำกับภายในกรอบ 72 ชั่วโมง.
PDPA ใช้เรียกแทน พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งภาษาอังกฤษเขียนว่า Personal Data Protection Act เอกสารราชการและโปรแกรมบัญชีมักพิมพ์เฉพาะตัวย่อไว้ จึงควรจำคู่กันไว้ทั้งสองแบบ
คำที่ทำงานคู่กันคือ จดทะเบียนบริษัทจำกัด ผู้ทำบัญชี ทั้งหมดอยู่ในหมวดจดทะเบียนและกรมพัฒน์ และมักถูกอ้างถึงพร้อมกันเวลายื่นเอกสารจริง
ทีมของเราตรวจเอกสารต้นทาง จัดทำและยื่นแบบตามกำหนด พร้อมเก็บหลักฐานให้พร้อมชี้แจงหากเจ้าหน้าที่ขอดูย้อนหลัง ปรึกษาเบื้องต้นไม่มีค่าใช้จ่าย โทร 092-0170000
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ทุกข้อความในหน้านี้อิงตัวบทและเอกสารของหน่วยงานที่ออกกฎเอง ลิงก์ด้านล่างเปิดไปยังเว็บไซต์ต้นทางโดยตรง หากตัวบทมีการแก้ไข ให้ยึดฉบับที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นสำคัญ
1. พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
ฐานการประมวลผล สิทธิเจ้าของข้อมูล และหน้าที่ของสำนักงานบัญชีในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูลของลูกค้า
2. ประมวลกฎหมาย
ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
บทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนและบริษัท การประชุมผู้ถือหุ้น เงินปันผล และทุนสำรองตามกฎหมาย
3. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ
ระบบนำส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing)กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ช่องทางนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์
4. ประกาศ
ราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษา
แหล่งประกาศฉบับจริงของพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง และประกาศที่มีผลบังคับ
คำนวณต่อได้ทันทีด้วยเครื่องมือเหล่านี้
คำที่เกี่ยวข้อง
- จดทะเบียนบริษัทจำกัดการจดทะเบียนบริษัทจำกัดคือขั้นตอนจัดตั้งนิติบุคคลกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยต้องมีผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 2 คน
- ผู้ทำบัญชีผู้ทำบัญชีคือผู้มีคุณวุฒิตามกฎหมายที่รับผิดชอบจัดทำบัญชีของกิจการ และต้องขึ้นทะเบียนกับสภาวิชาชีพบัญชี
- หนังสือบริคณห์สนธิหนังสือบริคณห์สนธิคือเอกสารก่อตั้งที่ระบุชื่อบริษัท ที่ตั้งสำนักงาน วัตถุประสงค์ ทุนจดทะเบียน และผู้เริ่มก่อการ
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากรมพัฒนาธุรกิจการค้าคือหน่วยงานที่ดูแลทะเบียนนิติบุคคลและรับงบการเงินประจำปีของบริษัทในไทย
- บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นหรือ บอจ.5 คือเอกสารที่แสดงว่าใครถือหุ้นเท่าใด ณ วันประชุมสามัญประจำปี
- บริษัทที่ไม่มีการดำเนินงานบริษัทที่ไม่มีการดำเนินงานคือบริษัทที่ยังจดทะเบียนอยู่แต่ไม่มีรายการค้า ซึ่งยังต้องปิดงบและยื่นแบบตามปกติ
- การเลิกบริษัทและชำระบัญชีการเลิกบริษัทและชำระบัญชีคือกระบวนการปิดกิจการอย่างถูกกฎหมาย ตั้งแต่มติเลิกจนถึงจดทะเบียนเสร็จการชำระบัญชี
- นิติบุคคลนิติบุคคลคือองค์กรที่กฎหมายรับรองให้มีสถานะคล้ายบุคคลธรรมดา ได้แก่ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนจำกัด มูลนิธิ และสมาคม โดยแยกทรัพย์สินและหนี้สินออกจากผู้ก่อตั้ง