Skip to main content

คู่มือตัดสินใจก่อนเริ่มงาน

วางแผนภาษี & ที่ปรึกษาภาษีอากร

เป้าหมายไม่ใช่ภาษีต่ำที่สุด แต่คือภาษีที่ถูกต้องและอธิบายได้

การวางแผนภาษีที่ดีเริ่มจากคำถามว่า รายได้เกิดเมื่อใด ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับกิจการจริงหรือไม่ คู่สัญญาเป็นใคร และมีหลักฐานอะไร ไม่เริ่มจากการเลือกสิทธิประโยชน์ก่อนเห็นข้อเท็จจริง เราจึงอ่านบัญชี สัญญา กระแสเงิน และแบบภาษีร่วมกัน แล้วแยกให้ชัดระหว่างสิทธิที่ใช้ได้ทันที เรื่องที่ต้องแก้เอกสารก่อน และทางเลือกที่ไม่ควรทำ

ที่ปรึกษาภาษีอาวุโสอธิบายแผนภาษีให้ลูกค้าฟังในห้องประชุม
ที่ปรึกษาภาษีอาวุโสอธิบายแผนภาษีให้ลูกค้าฟังในห้องประชุม

ค่าบริการ

สอบถามเพื่อประเมินราคา

ระยะเวลาดำเนินการ

Diagnostic 7 วัน · Full plan 21 วัน

เอกสารเริ่มต้น

  • — งบการเงิน 2–3 ปีย้อนหลัง
  • — โครงสร้างบริษัทและผู้ถือหุ้น
  • — แผนธุรกิจ 3 ปี ข้างหน้า

คำตอบก่อนตัดสินใจ

ควรเริ่มวางแผนภาษีเมื่อใด?

เริ่มก่อนทำธุรกรรมหรืออย่างช้าที่สุดก่อนปิดไตรมาส เพราะสัญญา มติบริษัท ใบกำกับ และเส้นทางชำระเงินจริงไม่สามารถสร้างย้อนหลังอย่างน่าเชื่อถือได้ การพบที่ปรึกษาหลังสิ้นปีช่วยแก้การคำนวณได้บางส่วน แต่ไม่อาจเปลี่ยนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว

กรณีตัวอย่าง

ตัวอย่างการตัดสินใจ: ซื้อเครื่องจักรหรือเช่าใช้งาน

โรงงานแห่งหนึ่งเตรียมเพิ่มกำลังผลิต ผู้บริหารเห็นว่าการซื้อทำให้มีค่าเสื่อมราคา ส่วนการเช่าทำให้มีรายจ่ายรายเดือน จึงถามว่าทางใดลดภาษีมากกว่า คำถามนี้ยังตอบไม่ได้จากอัตราภาษี เพราะต้องรู้ว่าใครเป็นเจ้าของทรัพย์สิน ใครรับความเสี่ยงซ่อมบำรุง อายุใช้งานจริง เงื่อนไขยกเลิกสัญญา VAT และกระแสเงินสดในแต่ละงวด

  1. จุดตรวจ 1ทำตารางเงินสดรายเดือนรวมเงินดาวน์ ค่างวด VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และมูลค่าคงเหลือ ไม่เปรียบเทียบเฉพาะค่าใช้จ่ายในกำไรขาดทุน
  2. จุดตรวจ 2อ่านสัญญาเพื่อแยกการเช่าใช้ทรัพย์ออกจากข้อตกลงที่เนื้อหาทางเศรษฐกิจเป็นการซื้อ เพราะชื่อสัญญาไม่ใช่ข้อสรุปทางบัญชีหรือภาษี
  3. จุดตรวจ 3ตรวจว่าสิทธิส่งเสริมครอบคลุมเครื่องจักร กิจกรรม และวันที่ได้มาหรือไม่ ก่อนนำการยกเว้นมาลดประมาณการ
  4. จุดตรวจ 4จำลองกรณีผลิตต่ำกว่าเป้าเพื่อดูว่าภาระผูกพันคงที่ทำให้เงินสดตึงเพียงใด และระบุจุดที่ต้องกลับมาทบทวนสมมติฐาน

คำแนะนำสุดท้ายจึงไม่ใช่คำว่า ‘ซื้อดีกว่า’ หรือ ‘เช่าดีกว่า’ แต่เป็นบันทึกสองทางเลือกที่แสดงเงินสดหลังภาษี ความเสี่ยงของสัญญา เอกสารที่ต้องมี และเงื่อนไขที่ทำให้คำตอบเปลี่ยน ผู้บริหารเลือกได้โดยรู้ต้นทุนทั้งหมด และฝ่ายบัญชีมีฐานเดียวกันสำหรับบันทึกรายการ ออกเอกสาร และยื่นแบบ

ขั้นที่ 1

1. ทำแผนที่ภาษีจากกิจการจริง

เราจัดกลุ่มรายได้ ต้นทุน การจ่ายข้ามประเทศ รายการกับกรรมการ และรายการกับบริษัทในเครือ เพื่อดูว่าภาษีแต่ละก้อนผูกกับเอกสารและการรับรู้ทางบัญชีอย่างไร แผนนี้ทำให้เห็นทั้งภาษีที่จ่ายเกินและจุดที่อาจถูกประเมินเพิ่ม

สิ่งที่ตรวจในขั้นนี้

  • เทียบยอดขายในบัญชีกับ VAT และเงินเข้าธนาคาร
  • แยกรายจ่ายต้องห้ามออกจากรายจ่ายที่เอกสารยังไม่ครบ
  • ระบุรายการข้ามประเทศที่ต้องดูภาษีหัก ณ ที่จ่ายและอนุสัญญา
  • ตรวจยอดกับกรรมการและบริษัทในเครือแยกจากคู่ค้าทั่วไป

ขั้นที่ 2

2. ทดสอบสิทธิก่อนใส่ตัวเลขประหยัดภาษี

สิทธิ SME, BOI, อนุสัญญาภาษีซ้อน และมาตรการหักรายจ่ายเพิ่มมีเงื่อนไขคนละชุด เราไม่รวมสิทธิเหล่านี้ไว้ในประมาณการจนกว่าจะตรวจคุณสมบัติ ช่วงเวลาอนุมัติ กิจกรรมที่ได้รับสิทธิ และเอกสารบังคับครบ

สิ่งที่ตรวจในขั้นนี้

  • อ่านบัตรส่งเสริมและเงื่อนไขเฉพาะโครงการ ไม่ใช้สรุปทั่วไปแทน
  • ตรวจผู้รับเงินและถิ่นที่อยู่ทางภาษีก่อนใช้อนุสัญญา
  • ยืนยันทุนชำระแล้ว รายได้ และรอบบัญชีก่อนใช้อัตรา SME
  • เก็บหนังสือรับรองหรือรายงานที่มาตรการกำหนดก่อนยื่นแบบ

ขั้นที่ 3

3. เปรียบเทียบทางเลือกด้วยเงินสด ไม่ใช่อัตราภาษีอย่างเดียว

ทางเลือกที่ลดภาษีนิติบุคคลอาจเพิ่ม VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย ต้นทุนเอกสาร หรือภาษีของผู้ถือหุ้น เราจึงทำสถานการณ์จำลองที่แสดงเงินสดหลังภาษี เวลาที่ต้องใช้ และข้อผูกพันของแต่ละทาง ไม่เสนอเพียงเปอร์เซ็นต์ที่ดูดี

สิ่งที่ตรวจในขั้นนี้

  • แสดงฐานคำนวณและสมมติฐานทุกบรรทัด
  • แยกผลครั้งเดียวออกจากผลที่เกิดซ้ำทุกปี
  • ใส่ต้นทุนดำเนินการและระยะเวลารออนุมัติ
  • ทดสอบกรณีรายได้ต่ำกว่าแผนและสูงกว่าแผน

ขั้นที่ 4

4. สร้างแฟ้มเหตุผลก่อนยื่น

ทุกข้อเสนอจบด้วยรายการเอกสาร ผู้รับผิดชอบ และวันที่ต้องทำ เช่น สัญญา มติกรรมการ ใบกำกับ หลักฐานส่งมอบ และวิธีคำนวณราคา หากมีการตรวจ ทีมงานจึงตอบจากหลักฐานชุดเดียวกับที่ใช้ตัดสินใจ ไม่ต้องย้อนสร้างเรื่องราวใหม่

สิ่งที่ตรวจในขั้นนี้

  • บันทึกเหตุผลทางธุรกิจแยกจากเหตุผลทางภาษี
  • ผูกเอกสารกับรายการบัญชีและแบบภาษีที่เกี่ยวข้อง
  • กำหนดผู้อนุมัติและผู้เก็บต้นฉบับ
  • ทบทวนเมื่อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงเปลี่ยน

หลักฐานที่ควรมีพร้อม

  • — งบการเงิน แบบภาษี และงบทดลองย้อนหลังที่กระทบยอดกันได้
  • — สัญญาหลัก โครงสร้างผู้ถือหุ้น และเส้นทางการชำระเงินจริง
  • — หลักฐานสิทธิประโยชน์ซึ่งออกโดยหน่วยงานเจ้าของโครงการ
  • — ประมาณการธุรกิจที่ระบุผู้จัดทำ วันที่ และสมมติฐาน

ขอบเขตที่เราจะไม่ข้าม

  • — เราไม่สร้างเอกสารย้อนหลังเพื่อเปลี่ยนลักษณะธุรกรรม
  • — เราไม่รับรองยอดประหยัดก่อนตรวจข้อมูลจริง
  • — สิทธิประโยชน์ใช้ได้เฉพาะเมื่อกิจการทำตามเงื่อนไขตลอดช่วงที่กำหนด

เขียนโดย

หัวหน้าฝ่ายภาษี

ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)

รับผิดชอบงานวางแผนภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมถึงการอุทธรณ์การประเมินภาษีต่อกรมสรรพากร

ตรวจทานโดย

หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี

ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026

ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทาน

ตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานต้นทาง

เริ่มจากตรวจข้อมูลก่อนเสนอราคา

ส่งข้อมูลที่มีอยู่ก่อน ทีมงานจะสรุปสิ่งที่ขาด ขอบเขตที่ทำได้ และความเสี่ยงที่ควรรู้เป็นลายลักษณ์อักษร

ส่งข้อมูลเพื่อประเมิน