เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปี หรือรอสิ้นรอบบัญชี
คำตอบสั้น
ถ้างานปัจจุบันค้างยื่น มีเอกสารหาย หรือได้รับหนังสือจากกรมสรรพากรแล้ว การรอถึงสิ้นรอบมีแต่ทำให้ค่าปรับและงานสะสมเพิ่มขึ้น ควรย้ายทันทีโดยกำหนดวันตัดยอดชัดเจน แต่ถ้างานเดินปกติและเหลืออีกไม่กี่เดือนจะปิดรอบ การรอให้ผู้ทำบัญชีเดิมปิดงบและนำส่งให้จบก่อนจะลดความเสี่ยงยอดยกมาไม่ตรงและประหยัดค่าตั้งต้นระบบซ้ำ
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | ย้ายทันทีกลางรอบบัญชี | รอย้ายเมื่อปิดรอบบัญชีแล้ว |
|---|---|---|
| ความเสี่ยงยอดยกมา | สูงกว่า เพราะต้องรับยอดกลางรอบที่ยังไม่ผ่านการปิดงบ | ต่ำกว่า เพราะยอดผ่านการปิดงบและนำส่งแล้ว |
| ค่าใช้จ่ายเริ่มต้น | มีค่าตรวจสอบสภาพงานและตั้งระบบระหว่างรอบ | รวมอยู่ในการเริ่มรอบใหม่ตามปกติ |
| ภาระยื่นแบบระหว่างทาง | ต้องตกลงชัดว่าใครยื่นเดือนใด | ผู้ทำบัญชีเดิมยื่นจนจบรอบ |
| กรณีมีงานค้าง | เหมาะสม เพราะเริ่มสะสางได้ทันที | ไม่เหมาะ เพราะเบี้ยปรับเดินต่อทุกเดือน |
| การเข้าถึงไฟล์เดิม | ต้องเจรจาขอไฟล์ระหว่างที่ความสัมพันธ์ยังไม่จบดี | ขอพร้อมงบที่ปิดเสร็จได้ในคราวเดียว |
| ช่วงเวลาที่งานหนักที่สุด | กระจายได้ เพราะไม่ชนฤดูปิดงบ | กระจุกที่ช่วงปิดรอบซึ่งทุกฝ่ายงานล้น |
เลือกทางนี้เมื่อ — ย้ายทันทีกลางรอบบัญชี
- มีแบบภาษีหรือสำหรับงบการเงินที่เลยกำหนดนำส่งแล้ว
- ติดต่อผู้ทำบัญชีเดิมไม่ได้ตามสมควรหรือไม่ได้รับเอกสารคืน
- ได้รับหนังสือเชิญพบหรือหนังสือขอตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่
- พบว่ายอดในงบไม่ตรงกับเงินฝากธนาคารและสต๊อกจริงอย่างมีนัยสำคัญ
เลือกทางนี้เมื่อ — รอย้ายเมื่อปิดรอบบัญชีแล้ว
- การยื่นแบบทุกเดือนยังตรงเวลาและไม่มีเรื่องค้าง
- เหลืออีกไม่เกินสามเดือนจะสิ้นรอบบัญชี
- ผู้ทำบัญชีเดิมยินดีปิดงบและส่งมอบไฟล์ให้ครบ
เอกสารที่ต้องเตรียม
- งบทดลองและรายละเอียดประกอบ ณ วันตัดยอดที่ตกลงกัน
- แบบภาษีที่ยื่นแล้วทุกฉบับในรอบปัจจุบันพร้อมใบเสร็จรับชำระ
- ไฟล์สำรองจากโปรแกรมบัญชีเดิมในรูปแบบที่เปิดอ่านได้
- ทะเบียนทรัพย์สินพร้อมค่าเสื่อมสะสมถึงวันตัดยอด
- รายละเอียดลูกหนี้ เจ้าหนี้ สินค้าคงเหลือ และเงินกู้ยืมคงค้าง
- รายชื่อพนักงานพร้อมฐานเงินสมทบและหนังสือรับรองการหักภาษีที่ออกไปแล้ว
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ล็อกวันตัดยอดเป็นลายลักษณ์อักษร
ระบุวันสุดท้ายที่ผู้ทำบัญชีเดิมรับผิดชอบ และเดือนแรกที่ทีมใหม่รับช่วง เพื่อไม่ให้เดือนใดไม่มีเจ้าภาพ
ระยะเวลา: 1–2 วันทำการ
2. ตรวจสภาพงานย้อนหลัง
ไล่ดูแบบที่ยื่นแล้ว ยอดคงเหลือ และเอกสารที่ขาด เพื่อประเมินว่าต้องสะสางเท่าใดก่อนเดินหน้า
ระยะเวลา: 5–7 วันทำการ
3. รับมอบไฟล์และกระทบยอด
นำยอดยกมาไปกระทบกับธนาคาร สต๊อก และทะเบียนทรัพย์สิน แล้วบันทึกส่วนต่างที่อธิบายได้เป็นลายลักษณ์อักษร
ระยะเวลา: 1–2 สัปดาห์
4. ปิดงบเดือนแรกกับทีมใหม่
ส่งงบและรายงานผู้บริหารชุดแรก พร้อมรายการที่ยังรอเอกสารจากฝ่ายเดิม
ระยะเวลา: 30 วัน
ข้อควรระวัง
- บอกเลิกงานก่อนได้รับไฟล์สำรอง ทำให้ต้องคีย์ข้อมูลใหม่ทั้งรอบ
- ไม่ระบุว่าใครยื่นแบบของเดือนที่คาบเกี่ยว จนเกิดยื่นซ้ำหรือไม่มีใครยื่นเลย
- รับยอดยกมาโดยไม่กระทบกับธนาคารและสต๊อกจริงก่อน
- ลืมแจ้งเปลี่ยนผู้ทำบัญชีในระบบยื่นแบบออนไลน์ ทำให้ยื่นไม่ทันกำหนด
คำถามที่พบบ่อย
ผู้ทำบัญชีเดิมไม่ยอมคืนเอกสารทำอย่างไร
เอกสารทางบัญชีของกิจการเป็นของกิจการ ควรเริ่มด้วยหนังสือทวงถามที่ระบุรายการและกำหนดเวลาให้ชัด พร้อมสำเนาถึงกรรมการ ระหว่างนั้นให้สร้างชุดข้อมูลทดแทนจากสเตทเมนต์ธนาคาร ระบบยื่นแบบออนไลน์ และคู่ค้า เพื่อให้งานเดินต่อได้โดยไม่ต้องรอ
ย้ายกลางปีทำให้ถูกตรวจสอบมากขึ้นหรือไม่
การเปลี่ยนผู้ทำบัญชีเป็นเรื่องปกติทางธุรกิจและไม่ใช่เหตุให้ถูกตรวจสอบโดยตัวเอง สิ่งที่ดึงความสนใจคือแบบที่ยื่นไม่สม่ำเสมอ ยอดที่กระโดดโดยไม่มีคำอธิบาย และการยื่นเพิ่มเติมจำนวนมาก การส่งมอบที่มีเอกสารครบจึงช่วยลดความเสี่ยงมากกว่าการเลื่อนย้ายออกไป
ต้องแจ้งใครบ้างเมื่อเปลี่ยนผู้ทำบัญชี
อย่างน้อยต้องปรับสิทธิผู้ยื่นแบบในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แจ้งผู้สอบบัญชีที่รับงานอยู่ และแจ้งธนาคารหากผู้ทำบัญชีเดิมมีสิทธิเข้าดูรายการเดินบัญชี ส่วนการเปลี่ยนแปลงในทะเบียนที่ยื่นต่อหน่วยงานให้ตรวจว่ามีรายการใดต้องแก้ไขตามข้อเท็จจริงใหม่
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
ติ๊กทีละข้อ ถ้ายังตอบไม่ได้เกินสองข้อ ให้ส่งคำถามเข้ามาก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อในหมวดที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย
เราเริ่มงานย้ายด้วยการตรวจสภาพก่อนเสมอ เพื่อให้คุณเห็นก่อนเซ็นว่ามีงานค้างเท่าใด ความเสี่ยงอยู่ตรงไหน และควรตัดยอดวันใดจึงเสียหายน้อยที่สุด จากนั้นจึงเสนอขอบเขตงานและช่วงราคาตามปริมาณเอกสารจริง ไม่ใช่ตัวเลขสำเร็จรูปที่ตั้งไว้ก่อนเห็นแฟ้ม
แหล่งอ้างอิง
เปรียบเทียบเรื่องอื่นที่มักตัดสินใจพร้อมกัน
- BOI กับ Amity Treaty เลือกทางไหนสำหรับธุรกิจต่างชาติ
- จ้างนักบัญชีประจำ หรือใช้สำนักงานบัญชี แบบไหนคุ้มกว่า
- ทะเบียนพาณิชย์บุคคลธรรมดา กับ บริษัทจำกัด เลือกแบบไหน
- จดเครื่องหมายการค้าในไทย กับ ยื่นผ่านระบบมาดริด ต่างกันอย่างไร
- ทำบัญชีรายเดือน หรือรวบทำทีเดียวตอนสิ้นปี
- จดภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนถึงเกณฑ์ หรือรอให้ถึงเกณฑ์
- ทำเงินเดือนเองในบริษัท หรือให้สำนักงานบัญชีดูแล
- จ้างนักบัญชีพาร์ตไทม์ หรือรับพนักงานบัญชีประจำ
- เปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชี หรือคงรอบเดิมไว้
- ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ กับใบกำกับกระดาษ เลือกแบบไหน
- ปิดบริษัทถาวร หรือคงสถานะไว้แบบไม่มีรายได้ แบบไหนเหมาะกว่า
- จ้างเป็นพนักงาน หรือจ้างเป็นฟรีแลนซ์ ต่างกันทางบัญชีและภาษีอย่างไร
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้