BOI กับ Amity Treaty เลือกทางไหนสำหรับธุรกิจต่างชาติ
คำตอบสั้น
BOI เปิดให้ธุรกิจในกิจการที่อยู่ในบัญชีประเภทกิจการที่ได้รับการส่งเสริม ขอสิทธิถือหุ้นต่างชาติและสิทธิประโยชน์อื่นตามเงื่อนไขของบัตรส่งเสริม ส่วน Amity เป็นสิทธิเฉพาะผู้ถือหุ้นสัญชาติอเมริกัน ใช้ได้กับธุรกิจหลายประเภทแต่มีกิจการที่ถูกสงวนไว้ จุดตัดสินคือสัญชาติผู้ถือหุ้นและประเภทกิจการ ไม่ใช่ขนาดเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | ขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI | ใช้สิทธิตามสนธิสัญญาไมตรีไทย–สหรัฐฯ (Amity) |
|---|---|---|
| ใครใช้ได้ | ผู้ลงทุนทุกสัญชาติ ถ้ากิจการอยู่ในบัญชีส่งเสริม | ผู้ถือหุ้นสัญชาติอเมริกันตามเงื่อนไขสนธิสัญญา |
| ประเภทกิจการ | จำกัดตามบัญชีประเภทกิจการที่ BOI ประกาศ | กว้างกว่า แต่มีกิจการสงวนที่ใช้สิทธิไม่ได้ |
| สิทธิประโยชน์ทางภาษี | อาจได้รับสิทธิยกเว้น/ลดหย่อนตามประเภทกิจการและเงื่อนไขบัตร | ไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีโดยตัวสนธิสัญญาเอง |
| งานเอกสาร | แผนธุรกิจ โครงสร้างการลงทุน และการรายงานหลังได้บัตร | เอกสารพิสูจน์สัญชาติผู้ถือหุ้นและเอกสารบริษัทที่รับรองแล้ว |
| ภาระต่อเนื่อง | รายงานผลการดำเนินงานตามเงื่อนไขบัตรส่งเสริม | รักษาคุณสมบัติสัญชาติของผู้ถือหุ้นตลอดเวลา |
| การจ้างชาวต่างชาติ | มีช่องทางเฉพาะสำหรับกิจการที่ได้รับส่งเสริม | ใช้ช่องทางปกติของกรมการจัดหางานและ ตม. |
เลือกทางนี้เมื่อ — ขอรับส่งเสริมการลงทุนจาก BOI
- กิจการอยู่ในบัญชีที่ BOI ส่งเสริม เช่น การผลิต ดิจิทัล หรือบริการเป้าหมาย
- ต้องการโครงสร้างที่รองรับการขยายและการนำเข้าผู้เชี่ยวชาญ
- พร้อมทำแผนธุรกิจและรายงานตามเงื่อนไขต่อเนื่อง
เลือกทางนี้เมื่อ — ใช้สิทธิตามสนธิสัญญาไมตรีไทย–สหรัฐฯ (Amity)
- ผู้ถือหุ้นเป็นสัญชาติอเมริกันและกิจการไม่อยู่ในรายการสงวน
- ธุรกิจบริการหรือการค้าที่ไม่เข้าเกณฑ์บัญชีส่งเสริม
- ต้องการโครงสร้างที่เรียบง่ายกว่าและเริ่มดำเนินการได้เร็ว
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
- พาสปอร์ตและหลักฐานสัญชาติของผู้ถือหุ้น
- แผนธุรกิจ ประมาณการงบการเงิน และโครงสร้างการลงทุน
- สัญญาเช่าสถานประกอบการหรือหลักฐานสถานที่ตั้ง
- เอกสารบริษัทแม่ในต่างประเทศ พร้อมรับรองตามเส้นทางเอกสารที่ถูกต้อง
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ประเมินคุณสมบัติ
เทียบกิจการจริงกับบัญชีประเภทกิจการและรายการสงวน ก่อนตัดสินใจโครงสร้าง
ระยะเวลา: 3–5 วันทำการ
2. ออกแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้น
วางสัดส่วนและชั้นการถือหุ้นให้สอดคล้องกับเส้นทางที่เลือกและกฎหมายการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
ระยะเวลา: 1–2 สัปดาห์
3. เตรียมและรับรองเอกสารต่างประเทศ
เอกสารบริษัทแม่ต้องผ่านเส้นทางรับรองที่ถูกต้องก่อนใช้ในไทย
ระยะเวลา: ผันแปรตามประเทศต้นทาง
4. ยื่นคำขอและตอบข้อซักถาม
ยื่นคำขอพร้อมแผนธุรกิจ และเตรียมชี้แจงประเด็นที่เจ้าหน้าที่สอบถาม
ระยะเวลา: ผันแปรตามคิวและความครบถ้วนของเอกสาร
5. ปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังได้รับอนุมัติ
วางระบบบัญชี ภาษี และการรายงานให้ตรงเงื่อนไขตั้งแต่เดือนแรก
ระยะเวลา: ต่อเนื่อง
ข้อควรระวัง
- เขียนวัตถุประสงค์บริษัทกว้างเกินจนกินเข้าไปในกิจการสงวน
- ใช้ผู้ถือหุ้นไทยแบบนอมินีเพื่อเลี่ยงข้อจำกัด ซึ่งผิดกฎหมายและมีโทษ
- ยื่นแผนธุรกิจที่ตัวเลขไม่สอดคล้องกับงบการเงินที่จะยื่นจริงในภายหลัง
- ลืมภาระรายงานหลังได้รับอนุมัติ จนกระทบสถานะสิทธิที่ได้มา
คำถามที่พบบ่อย
Amity ให้สิทธิลดภาษีไหม
สนธิสัญญาไมตรีเป็นเรื่องสิทธิในการประกอบธุรกิจและการถือหุ้นของคนอเมริกัน ไม่ใช่มาตรการภาษี สิทธิประโยชน์ทางภาษีเป็นคนละระบบและต้องพิจารณาตามกฎหมายภาษีไทยหรือเงื่อนไข BOI แยกต่างหาก
ถือสองสถานะพร้อมกันได้ไหม
ในทางปฏิบัติต้องออกแบบให้ชัดว่ากิจการส่วนใดอยู่ภายใต้สิทธิใด เพราะเงื่อนไขและภาระรายงานต่างกัน ควรวางโครงสร้างตั้งแต่ต้นแทนการแก้ทีหลัง
ใช้เวลานานแค่ไหน
ระยะเวลาขึ้นกับความครบถ้วนของเอกสาร คิวของหน่วยงาน และจำนวนรอบข้อซักถาม เราให้กรอบเวลาเป็นช่วงหลังตรวจเอกสารจริง และอัปเดตทุกครั้งที่สถานะเปลี่ยน
ถ้าผู้ถือหุ้นอเมริกันขายหุ้นให้สัญชาติอื่น
สิทธิ Amity ผูกกับคุณสมบัติสัญชาติ การเปลี่ยนผู้ถือหุ้นอาจกระทบสถานะทันที ต้องวางแผนก่อนทำธุรกรรมและตรวจผลกระทบต่อใบอนุญาตอื่นด้วย
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
ติ๊กทีละข้อ ถ้ายังตอบไม่ได้เกินสองข้อ ให้ส่งคำถามเข้ามาก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อในหมวดที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย
เราไม่ได้ทำแค่ยื่นแบบ แต่จะนั่งคุยกับคุณเรื่องแผน 3 ปีข้างหน้าก่อน เพราะโครงสร้างที่ผ่านวันนี้แต่ขวางการระดมทุนปีหน้า คือความเสียหายที่แพงกว่าค่าบริการหลายเท่า ทีมที่ปรึกษาของเราอยู่กับคุณต่อหลังได้อนุมัติ ทั้งงานบัญชี ภาษี และการรายงานตามเงื่อนไข
แหล่งอ้างอิง
เปรียบเทียบเรื่องอื่นที่มักตัดสินใจพร้อมกัน
- จ้างนักบัญชีประจำ หรือใช้สำนักงานบัญชี แบบไหนคุ้มกว่า
- ทะเบียนพาณิชย์บุคคลธรรมดา กับ บริษัทจำกัด เลือกแบบไหน
- จดเครื่องหมายการค้าในไทย กับ ยื่นผ่านระบบมาดริด ต่างกันอย่างไร
- เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปี หรือรอสิ้นรอบบัญชี
- ทำบัญชีรายเดือน หรือรวบทำทีเดียวตอนสิ้นปี
- จดภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนถึงเกณฑ์ หรือรอให้ถึงเกณฑ์
- ทำเงินเดือนเองในบริษัท หรือให้สำนักงานบัญชีดูแล
- จ้างนักบัญชีพาร์ตไทม์ หรือรับพนักงานบัญชีประจำ
- เปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชี หรือคงรอบเดิมไว้
- ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ กับใบกำกับกระดาษ เลือกแบบไหน
- ปิดบริษัทถาวร หรือคงสถานะไว้แบบไม่มีรายได้ แบบไหนเหมาะกว่า
- จ้างเป็นพนักงาน หรือจ้างเป็นฟรีแลนซ์ ต่างกันทางบัญชีและภาษีอย่างไร
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้