ปิดบริษัทถาวร หรือคงสถานะไว้แบบไม่มีรายได้ แบบไหนเหมาะกว่า

คำตอบสั้น
การคงบริษัทไว้ไม่ได้แปลว่าไม่มีภาระ กิจการที่ไม่มีรายได้ยังต้องจัดทำงบการเงิน ให้ผู้สอบบัญชีตรวจสอบ นำส่งกรมพัฒนาธุรกิจการค้า และยื่นแบบภาษีตามกำหนดทุกปี หากแน่ใจว่าจะไม่กลับมาใช้บริษัทนี้ภายในสองถึงสามปี การจดเลิกมักถูกกว่าเมื่อคิดรวมหลายปี แต่ถ้ายังมีแผนกลับมาดำเนินการ การคงไว้ช่วยรักษาชื่อ เลขทะเบียน และประวัติกับธนาคาร
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ดูแลงบการเงินของ SME และบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ตั้งแต่ออกแบบผังบัญชีเดือนแรกจนถึงการรับรองงบปลายปีตาม TFRS for NPAEs
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานตารางเปรียบเทียบ
| หัวข้อ | จดเลิกและชำระบัญชีให้จบตามกฎหมาย | คงบริษัทไว้และยื่นแบบตามรอบต่อไป |
|---|---|---|
| งบการเงินประจำปี | ทำงบชุดสุดท้าย ณ วันเลิกกิจการแล้วจบ | ต้องทำและตรวจสอบทุกปีแม้ไม่มีรายการค้า |
| การยื่นแบบภาษี | ยื่นแบบช่วงชำระบัญชีจนกว่าจะเสร็จสิ้น | ยื่นแบบประจำปีและครึ่งปีต่อเนื่อง |
| ค่าใช้จ่ายรายปี | จ่ายก้อนเดียวช่วงชำระบัญชี | จ่ายค่าทำบัญชีและค่าสอบบัญชีทุกปี |
| ความเสี่ยงค่าปรับ | หมดไปเมื่อจดทะเบียนเสร็จสิ้นการชำระบัญชี | สะสมทันทีที่ลืมยื่นแบบหรือส่งงบล่าช้า |
| การกลับมาใช้ในอนาคต | ต้องจดตั้งนิติบุคคลใหม่ทั้งหมด | กลับมาเดินเรื่องได้ทันทีด้วยเลขทะเบียนเดิม |
| บัญชีธนาคารและคู่ค้า | ต้องปิดบัญชีและแจ้งคู่ค้าให้ครบก่อนจบ | คงบัญชีไว้ได้แต่ธนาคารอาจขอเอกสารเพิ่มเมื่อไม่มีการเคลื่อนไหว |
เลือกทางนี้เมื่อ — จดเลิกและชำระบัญชีให้จบตามกฎหมาย
- ไม่มีแผนใช้บริษัทนี้ในอีกสองถึงสามปีข้างหน้า
- ผู้ถือหุ้นต้องการตัดภาระค่าดูแลรายปีให้จบ
- ไม่มีคดีหรือภาระผูกพันค้างที่ต้องอาศัยสถานะนิติบุคคล
เลือกทางนี้เมื่อ — คงบริษัทไว้และยื่นแบบตามรอบต่อไป
- มีแผนกลับมาดำเนินธุรกิจภายในระยะเวลาอันใกล้
- ชื่อบริษัท ใบอนุญาต หรือประวัติสินเชื่อมีมูลค่าต่อธุรกิจ
- ยังมีสัญญาระยะยาวหรือทรัพย์สินที่ถือในนามบริษัท
เอกสารที่ต้องเตรียม
- เอกสารรับรองนิติบุคคลฉบับปัจจุบัน พร้อมรายชื่อผู้ถือหุ้นล่าสุด
- งบการเงินและแบบภาษีที่ยื่นแล้วของปีล่าสุด
- รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นที่อนุมัติแนวทางที่เลือก
- รายการทรัพย์สิน หนี้สิน และเงินฝากคงเหลือทุกบัญชี
- ทะเบียนลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสัญญาที่ยังมีผลผูกพัน
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. รวบรวมสถานะการยื่นย้อนหลัง
ตรวจว่ามีงบการเงินหรือแบบภาษีปีใดค้างส่งหรือไม่ เพราะรายการค้างต้องเคลียร์ไม่ว่าจะเลือกทางใด
ระยะเวลา: 1–2 สัปดาห์
2. ประเมินต้นทุนสามปีข้างหน้า
เทียบค่าดูแลรายปีของบริษัทที่ไม่มีรายได้ กับค่าใช้จ่ายครั้งเดียวของการชำระบัญชี แล้วดูจุดคุ้มทุน
ระยะเวลา: 2–3 วันทำการ
3. จัดประชุมผู้ถือหุ้นและบันทึกมติ
มติต้องระบุแนวทางที่เลือกและผู้รับผิดชอบดำเนินการ เพื่อใช้อ้างอิงกับหน่วยงานและธนาคาร
ระยะเวลา: ตามข้อบังคับของบริษัท
4. จัดการทรัพย์สินและภาระคงค้าง
เก็บหนี้ ชำระเจ้าหนี้ และจัดการทรัพย์สินให้เรียบร้อยก่อน เพราะรายการค้างทำให้ขั้นตอนยืดออกมากที่สุด
ระยะเวลา: ผันแปรตามจำนวนรายการ
5. ดำเนินการตามเส้นทางที่เลือกและเก็บหลักฐาน
ไม่ว่าจะจดเลิกหรือคงไว้ ให้เก็บสำเนาการยื่นทุกครั้งไว้เป็นชุดเดียวกัน เพื่อพิสูจน์ความต่อเนื่องหากถูกสอบถามภายหลัง
ระยะเวลา: ต่อเนื่อง
ข้อควรระวัง
- เข้าใจว่าบริษัทไม่มีรายได้จึงไม่ต้องยื่นแบบ ทำให้เกิดค่าปรับสะสม
- หยุดจ้างผู้ทำบัญชีแต่ยังไม่ได้จดเลิก จนงบขาดส่งหลายปี
- ลืมปิดหรือแจ้งเปลี่ยนสถานะบัญชีธนาคารและทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม
- โอนทรัพย์สินออกก่อนโดยไม่บันทึกราคาที่เหมาะสม จนเกิดประเด็นภาษีภายหลัง
คำถามที่พบบ่อย
บริษัทที่ไม่มีรายได้ยังต้องมีผู้สอบบัญชีหรือไม่
โดยหลักบริษัทจำกัดต้องจัดให้มีการตรวจสอบงบการเงินและนำส่งตามกำหนด แม้ในปีนั้นไม่มีรายการค้าเลย งบที่ไม่มีรายการยังต้องแสดงยอดคงเหลือ ทุนจดทะเบียน และรายการค้างรับค้างจ่ายให้ถูกต้อง จึงยังต้องมีผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงลายมือชื่อ
การชำระบัญชีใช้เวลานานเท่าไร
ระยะเวลาขึ้นกับความเรียบร้อยของบัญชีเป็นหลัก กิจการที่ปิดงบครบทุกปีและไม่มีลูกหนี้เจ้าหนี้ค้างจะเดินเรื่องได้เร็วกว่ากิจการที่ต้องย้อนกลับไปทำงบหลายปีก่อน จึงควรเคลียร์งานค้างให้จบก่อนเริ่มขั้นตอนจดเลิก
ถ้าเลิกกิจการแล้วเปลี่ยนใจ ใช้ชื่อเดิมได้ไหม
ต้องจดทะเบียนนิติบุคคลใหม่ และการใช้ชื่อเดิมขึ้นอยู่กับว่าชื่อนั้นยังว่างและผ่านหลักเกณฑ์การจองชื่อในขณะนั้นหรือไม่ ประวัติเดิมกับธนาคารและคู่ค้าไม่โอนตามมาด้วย จึงควรชั่งน้ำหนักข้อนี้ก่อนตัดสินใจเลิก
เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ
ติ๊กทีละข้อ ถ้ายังตอบไม่ได้เกินสองข้อ ให้ส่งคำถามเข้ามาก่อนตัดสินใจ
อ่านต่อในหมวดที่เกี่ยวข้อง
ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย
สิ่งที่ทำให้ตัดสินใจผิดบ่อยที่สุดคือการมองเฉพาะค่าใช้จ่ายปีหน้า ทั้งที่ต้นทุนจริงคือผลรวมหลายปีบวกความเสี่ยงค่าปรับจากการลืมยื่น ที่ปรึกษาจะช่วยตีตัวเลขทั้งสองเส้นทางออกมาเทียบกันก่อน
แหล่งอ้างอิง
เปรียบเทียบเรื่องอื่นที่มักตัดสินใจพร้อมกัน
- BOI กับ Amity Treaty เลือกทางไหนสำหรับธุรกิจต่างชาติ
- จ้างนักบัญชีประจำ หรือใช้สำนักงานบัญชี แบบไหนคุ้มกว่า
- ทะเบียนพาณิชย์บุคคลธรรมดา กับ บริษัทจำกัด เลือกแบบไหน
- จดเครื่องหมายการค้าในไทย กับ ยื่นผ่านระบบมาดริด ต่างกันอย่างไร
- เปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปี หรือรอสิ้นรอบบัญชี
- ทำบัญชีรายเดือน หรือรวบทำทีเดียวตอนสิ้นปี
- จดภาษีมูลค่าเพิ่มก่อนถึงเกณฑ์ หรือรอให้ถึงเกณฑ์
- ทำเงินเดือนเองในบริษัท หรือให้สำนักงานบัญชีดูแล
- จ้างนักบัญชีพาร์ตไทม์ หรือรับพนักงานบัญชีประจำ
- เปลี่ยนรอบระยะเวลาบัญชี หรือคงรอบเดิมไว้
- ใบกำกับภาษีอิเล็กทรอนิกส์ กับใบกำกับกระดาษ เลือกแบบไหน
- จ้างเป็นพนักงาน หรือจ้างเป็นฟรีแลนซ์ ต่างกันทางบัญชีและภาษีอย่างไร
- แยกจ้างสำนักงานบัญชีกับสำนักงานกฎหมาย หรือใช้ที่เดียวครบ
ทีมผู้ทำบัญชีและที่ปรึกษาภาษี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานวิธีบันทึกและตัวเลขโดย CPA ที่มีสถานะใบอนุญาตกับสภาวิชาชีพบัญชี · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้