Skip to main content

บริการสำหรับเจ้าของกิจการอินเดีย

รับตรวจสอบบัญชี (Audit) โดย CPA รับอนุญาตสำหรับบริษัททุนอินเดียในประเทศไทย

ผู้ประกอบการอินเดียในไทยมักทำการค้า อัญมณี สิ่งทอ หรือธุรกิจไอที ที่มีคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศ การแยกรายการซื้อขายในประเทศกับการนำเข้าจึงมีผลต่อภาษีมูลค่าเพิ่มโดยตรง

การประสานงานตรวจสอบบัญชีจะเตรียมเอกสารประกอบเป็นภาษาอังกฤษให้ผู้ถือหุ้นและผู้สอบบัญชีอ่านชุดเดียวกัน ลดรอบคำถามระหว่างการตรวจและทำให้ปิดงานได้ตามกำหนด

เริ่มงานกับเราอย่างไร

ขั้นตอนการทำงานและเอกสารที่ต้องเตรียม

การสอบบัญชีเริ่มจากวางแผนงานและประเมินความเสี่ยงของกิจการ ขอเอกสารเป็นชุดตามรายการ ทดสอบรายการสำคัญ แล้วจึงสรุปประเด็นกับผู้บริหารก่อนออกรายงานของผู้สอบบัญชี

สำหรับกิจการทุนอินเดีย เราจัดรอบรายงานให้ตรงกับปฏิทินของบริษัทแม่ และสรุปประเด็นภาษีเป็นภาษาอังกฤษควบคู่ภาษาไทยทุกงวด

  1. ก่อนสิ้นรอบ

    1. วางแผนงานและประเมินความเสี่ยง

    ทำความเข้าใจธุรกิจ ระบบควบคุมภายใน และรายการที่มีนัยสำคัญ ก่อนกำหนดขอบเขตการตรวจ

  2. สัปดาห์ที่ 1

    2. ส่งรายการเอกสารเป็นชุด

    ให้รายการเอกสารล่วงหน้าเป็นชุด เพื่อให้ทีมบัญชีเตรียมได้โดยไม่กระทบงานประจำ

  3. สัปดาห์ที่ 2–3

    3. ทดสอบรายการสำคัญ

    ทดสอบรายได้ ต้นทุน สินค้าคงเหลือ และรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกัน ตามวิธีที่มาตรฐานกำหนด

  4. ก่อนออกรายงาน

    4. สรุปประเด็นกับผู้บริหาร

    แจ้งประเด็นและข้อเสนอแนะล่วงหน้า ไม่มีเซอร์ไพรส์ในวันออกรายงาน

เอกสารเบื้องต้นแยกตามประเภทผู้ใช้บริการ

เจ้าของกิจการ / บุคคลธรรมดา

  • สรุปรายการเดินบัญชีธนาคารทั้งรอบ
  • หลักฐานรายได้หลักของกิจการ

บริษัทจำกัด / ห้างหุ้นส่วน

  • งบทดลอง แยกประเภท และกระดาษทำการปิดงบ
  • หนังสือยืนยันยอดจากธนาคาร ลูกหนี้ และเจ้าหนี้
  • รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและกรรมการในรอบ

กิจการที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ / BOI

  • นโยบายบัญชีของกลุ่มบริษัท
  • รายละเอียดรายการกับบุคคลที่เกี่ยวข้องกันทั้งรอบ

ข้อควรระวังก่อนเริ่ม

  • เริ่มติดต่อผู้สอบบัญชีช้า ทำให้เหลือเวลาไม่พอสำหรับการยืนยันยอดกับบุคคลภายนอก
  • ไม่ได้นับสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบ เป็นข้อจำกัดขอบเขตที่กระทบความเห็นของผู้สอบบัญชี
  • รายการกับกรรมการที่ไม่มีเอกสารรองรับ เป็นประเด็นที่ถูกตั้งคำถามแทบทุกปี

ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่เอกสารเอง ส่งรายการที่มีอยู่มาก่อนได้เลย เราจะบอกกลับว่าขาดอะไรและใช้เวลาเท่าไร แล้วจึงเสนอขอบเขตงานและค่าบริการเป็นรายกรณี ทักไลน์ @THAIL หรือโทร 092-0170000

สิ่งที่กิจการทุนอินเดียต้องดูแลในประเทศไทย

นักลงทุนอินเดียที่เข้ามาตั้งบริษัทในไทยส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจไอที ยา สิ่งทอ หรือการค้าอัญมณี และมักบริหารผ่านครอบครัวหรือกลุ่มธุรกิจที่มีบริษัทแม่จดทะเบียนในมุมไบหรือเดลี รูปแบบการกำกับดูแลของกลุ่มมักผสมระหว่างความเป็นกันเองแบบครอบครัวกับข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับหลักทรัพย์อินเดียที่ต้องการรายละเอียดการลงทุนในต่างประเทศครบถ้วน ทีมบัญชีไทยจึงต้องส่งรายงานที่ครบทั้งตัวเลขและคำอธิบายเชิงธุรกิจ ไม่ใช่เพียงงบทดลองที่ขาดบริบท

เมื่อกลุ่มแม่ในอินเดียถือหุ้นในบริษัทไทยผ่านโครงสร้างที่มีการลงทุนซ้อนหลายชั้น รายงานประจำปีที่ส่งกลับต้องระบุแหล่งที่มาของเงินลงทุน มูลค่าทรัพย์สินสุทธิ และผลประกอบการของบริษัทไทยตามแบบฟอร์มการรายงานเงินลงทุนต่างประเทศที่ธนาคารกลางอินเดียกำหนด ความล่าช้าในการปิดบัญชีที่ไทยจึงส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำหนดยื่นรายงานของบริษัทแม่ เราจึงวางระบบปิดบัญชีที่ผลิตตัวเลขพร้อมคำอธิบายความเคลื่อนไหวของเงินลงทุนให้ทันตามกำหนดฝั่งอินเดีย

บริษัทลูกอินเดียในไทยจำนวนมากมีรายการระหว่างกันที่เป็นค่าธรรมเนียมทางเทคนิคหรือค่าบริการสนับสนุนซอฟต์แวร์ที่จ่ายกลับไปยังบริษัทแม่หรือบริษัทพี่น้องเป็นประจำทุกเดือน รายการเหล่านี้อยู่ในสายตาของทั้งกรมสรรพากรไทยและหน่วยงานภาษีของอินเดียซึ่งมีกฎเกณฑ์ราคาโอนที่เข้มงวดของตนเอง การจัดเอกสารสนับสนุนให้พร้อมตั้งแต่ต้นปีช่วยลดความเสี่ยงที่ตัวเลขจะถูกตั้งคำถามพร้อมกันจากทั้งสองฝั่ง

ปฏิทินรายงานของบริษัทแม่และชุดงบตรวจสอบกลุ่ม

ปีภาษีของอินเดียเริ่มเดือนเมษายนและสิ้นสุดมีนาคม ต่างจากปีปฏิทินที่บริษัทไทยส่วนใหญ่ใช้ ทำให้บริษัทแม่มักขอตัวเลขกลางปีของบริษัทไทยเพื่อประกอบการยื่นรายงานเงินลงทุนต่างประเทศและการปิดงบรวมของกลุ่มในเดือนมีนาคม เราจัดทำงบทดลองชั่วคราว ณ จุดตัดที่กลุ่มต้องการ พร้อมหมายเหตุอธิบายรายการที่ยังไม่ปิดสมบูรณ์ตามรอบภาษีไทย เพื่อให้ฝ่ายบัญชีกลางในอินเดียนำไปรวมกับบริษัทในเครือประเทศอื่นได้โดยไม่ต้องรอจนสิ้นปีภาษีไทย

อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–อินเดีย

รายจ่ายประเภทเงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ ตลอดจนค่าบริการทางเทคนิคที่บริษัทลูกในไทยส่งกลับไปยังบริษัทแม่ในอินเดียนั้นอาจเข้าหลักเกณฑ์อัตราหัก ณ ที่จ่ายที่ผ่อนปรนลงตามอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–อินเดีย ทว่าค่าบริการทางเทคนิคมักถูกตีความแยกจากค่าบริการทั่วไป และการมีสถานประกอบการถาวรในไทยอาจเกิดขึ้นได้แม้ไม่มีสำนักงานถาวรหากมีบุคลากรเข้ามาปฏิบัติงานต่อเนื่อง เราตรวจลักษณะรายได้และระยะเวลาที่บุคลากรอินเดียเข้ามาทำงานในไทยก่อนสรุปว่าจะขอใช้สิทธิ์ตามอนุสัญญาได้หรือไม่ และช่วยเตรียมหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากทางการอินเดียประกอบการยื่นต่อกรมสรรพากรไทย

เอกสารราคาโอนสำหรับกลุ่มทุนอินเดีย

กลุ่มทุนอินเดียส่วนใหญ่คุ้นเคยกับกฎราคาโอนที่เข้มงวดในประเทศตนเองอยู่แล้ว จึงมักมีนโยบายกำหนดราคาระดับกลุ่มพร้อมรายงานเปรียบเทียบราคาตลาดที่จัดทำไว้แล้วบางส่วน งานของเราคือปรับนโยบายนั้นให้สอดคล้องกับรูปแบบแฟ้มข้อมูลท้องถิ่นที่ต้องจัดทำเมื่อรายได้ผ่านเกณฑ์ที่ทางการไทยวางไว้และมีธุรกรรมกับบริษัทในเครือ พร้อมตรวจสอบว่าฐานข้อมูลเปรียบเทียบที่ใช้ในอินเดียยังเหมาะสมกับตลาดไทยหรือไม่ ก่อนนำมาอ้างอิงในรายงานที่ยื่นต่อกรมสรรพากรไทย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในบริษัทลูกทุนอินเดีย

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยคือการบันทึกค่าธรรมเนียมทางเทคนิคที่จ่ายกลับไปยังบริษัทแม่โดยไม่หักภาษี ณ ที่จ่ายให้ครบตามอัตราปกติก่อน แล้วค่อยไปขอใช้สิทธิ์ตามอนุสัญญาย้อนหลัง ซึ่งทำให้เกิดภาระดอกเบี้ยหากตรวจพบภายหลัง อีกกรณีคือการส่งพนักงานอินเดียเข้ามาดูแลโครงการในไทยเป็นเวลานานโดยไม่ประเมินว่าเกิดสถานประกอบการถาวรหรือไม่ ทำให้รายได้บางส่วนที่ควรเสียภาษีในไทยยังไม่ถูกนำมารวมคำนวณ เราตรวจทั้งสองประเด็นนี้ตั้งแต่ต้นปีก่อนเป็นปัญหาสะสม

ความเป็นจริงด้านภาษาและเอกสาร

ผู้บริหารอินเดียที่ดูแลกิจการในไทยมักสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้คล่องและคาดหวังรายงานที่ให้เหตุผลประกอบตัวเลขอย่างละเอียด ไม่ใช่แค่สรุปยอดรวม เราจึงจัดทำรายงานที่มีคำอธิบายรายการสำคัญแนบท้ายงบทุกครั้ง พร้อมแปลเอกสารราชการไทยที่เกี่ยวข้องเป็นภาษาอังกฤษให้ทีมกฎหมายและบัญชีของกลุ่มในอินเดียตรวจสอบได้เอง โดยไม่ต้องพึ่งล่ามหรือผู้แปลบุคคลที่สามในการประชุมทุกครั้ง

ปฏิทินการยื่นภาษีของไทยที่ต้องเดินตาม

อีกด้านหนึ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือหน้าที่ในประเทศไทยเอง บริษัทลูกของกลุ่มทุนอินเดียยังคงต้องปิดรอบภาษีเงินได้นิติบุคคลด้วยแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ตามปีภาษีไทย ส่งแบบภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.30 เป็นรายเดือนไม่ขาด นำส่งหัก ณ ที่จ่ายผ่านแบบ ภ.ง.ด.3 กับ ภ.ง.ด.53 ตรงเวลา ดูแลเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของบุคลากร และส่งงบการเงินให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติแล้ว ทั้งหมดนี้ต้องเดินคู่ขนานไปกับรอบรายงานเงินลงทุนต่างประเทศที่บริษัทแม่ต้องส่งตามปีงบประมาณเมษายนถึงมีนาคม เราจึงรวมทั้งสองปฏิทินไว้ในเอกสารชุดเดียวเพื่อให้ติดตามง่ายขึ้น

การดูแลบัญชีของบริษัทลูกทุนอินเดียให้ตรงทั้งฝั่งไทยและฝั่งกลุ่มต้องอาศัยทีมที่เข้าใจรอบปีงบประมาณเมษายนถึงมีนาคม เงื่อนไขค่าบริการทางเทคนิคภายใต้อนุสัญญา และกฎราคาโอนที่เข้มงวดของทั้งสองประเทศไปพร้อมกัน การทำเองในกิจการมักเสี่ยงต่อการหักภาษี ณ ที่จ่ายผิดอัตราหรือประเมินสถานประกอบการถาวรผิดพลาดจนต้องแก้ไขย้อนหลัง หากท่านมองหาผู้ดูแลที่ส่งรายงานทันรอบของบริษัทแม่ในอินเดีย และยื่นแบบภาษีในประเทศไทยได้ถูกต้องตั้งแต่เดือนแรก โทรมาพูดคุยที่หมายเลข 092-0170000 หรือเพิ่มเพื่อนทางไลน์ @THAIL เพื่อให้เราช่วยดูโครงสร้างงานบัญชีเบื้องต้นโดยไม่มีข้อผูกมัด

โครงสร้างธุรกิจที่พบบ่อย

ผู้ประกอบการอินเดียในไทยมักทำการค้า อัญมณี สิ่งทอ หรือธุรกิจไอที ที่มีคู่ค้าทั้งในและนอกประเทศ การแยกรายการซื้อขายในประเทศกับการนำเข้าจึงมีผลต่อภาษีมูลค่าเพิ่มโดยตรง

การรายงานกลับประเทศต้นทาง

รายการชำระค่าบริการข้ามประเทศต้องพิจารณาทั้งภาษีหัก ณ ที่จ่ายในไทยและข้อกำหนดฝั่งอินเดีย เราจึงตรวจสัญญาและลักษณะบริการก่อนกำหนดอัตรา ไม่ใช้อัตราเดิมซ้ำโดยอัตโนมัติ

ภาษาและเวลาทำงาน

สื่อสารภาษาอังกฤษเป็นหลัก และสรุปกำหนดยื่นแบบของไทยเป็นปฏิทินล่วงหน้าทั้งปี เพื่อให้วางแผนกระแสเงินสดข้ามประเทศได้

สิ่งที่คุณได้รับ

  • รายงานผู้สอบบัญชี (Auditor's Report)
  • Management Letter ระบุจุดควรปรับปรุง
  • เอกสารประกอบ audit ครบชุด
  • Sign-off ทันการยื่น DBD 150 วัน

ประเทศไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับอินเดีย การใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญาต้องมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้รับเงินประกอบทุกครั้ง เราจะแจ้งรายการเอกสารก่อนถึงกำหนดจ่ายเงิน

ค่าบริการประเมินเป็นรายกรณีตามปริมาณเอกสารและความซับซ้อนของรายการข้ามประเทศ เราไม่ประกาศราคาสำเร็จรูป

บริการอื่นสำหรับกิจการทุนอินเดีย

รับตรวจสอบบัญชี (Audit) โดย CPA รับอนุญาตสำหรับลูกค้าประเทศอื่น