บริการสำหรับเจ้าของกิจการญี่ปุ่น
รับปิดงบการเงิน · งบเปล่า · ด่วน · ย้อนหลังสำหรับบริษัททุนญี่ปุ่นในประเทศไทย
กิจการสัญชาติญี่ปุ่นในไทยส่วนใหญ่เป็นบริษัทลูกของบริษัทแม่ที่ต้องส่งงบภายในกำหนดของกลุ่มก่อนสิ้นเดือนถัดไป ทีมบัญชีจึงต้องปิดรอบเดือนเร็วกว่ามาตรฐานทั่วไป และต้องมีชุดตัวเลขที่กระทบยอดกับรูปแบบรายงานของบริษัทแม่ได้
การปิดงบสำหรับกิจการที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติจะเตรียมชุดข้อมูลรวมงบและหมายเหตุประกอบเป็นภาษาอังกฤษควบคู่กับงบภาษาไทยที่ใช้ยื่นต่อหน่วยงานราชการ
เริ่มงานกับเราอย่างไร
ขั้นตอนการทำงานและเอกสารที่ต้องเตรียม
การปิดงบเริ่มจากล็อกรายการค้าง ตรวจยืนยันยอดกับบุคคลภายนอก จัดทำร่างงบให้ผู้บริหารอ่าน แล้วจึงส่งผู้สอบบัญชี ก่อนนำส่ง DBD และกรมสรรพากรตามกำหนดของรอบบัญชีนั้น
สำหรับกิจการทุนญี่ปุ่น เราจัดรอบรายงานให้ตรงกับปฏิทินของบริษัทแม่ และสรุปประเด็นภาษีเป็นภาษาอังกฤษควบคู่ภาษาไทยทุกงวด
เดือนสุดท้ายของรอบ
1. ล็อกรายการค้างและตัดรอบ
ตรวจรายได้และค่าใช้จ่ายที่คาบเกี่ยวสองรอบ ให้บันทึกในรอบที่ถูกต้อง
สัปดาห์ที่ 1–2 หลังสิ้นรอบ
2. ยืนยันยอดกับบุคคลภายนอก
กระทบยอดธนาคาร ลูกหนี้ เจ้าหนี้ และสินค้าคงเหลือ ให้มีหลักฐานรองรับ
สัปดาห์ที่ 3
3. ส่งร่างงบให้ผู้บริหารอ่าน
อธิบายรายการที่กระทบกำไรผิดปกติ และผลกระทบทางภาษีก่อนสรุปตัวเลข
ตามรอบกฎหมาย
4. สอบบัญชีและนำส่ง
ประสานผู้สอบบัญชี จัดประชุมอนุมัติงบ และนำส่งงบพร้อมแบบภาษีตามกำหนด
เอกสารเบื้องต้นแยกตามประเภทผู้ใช้บริการ
เจ้าของกิจการ / บุคคลธรรมดา
- สรุปรายรับรายจ่ายทั้งปี
- หลักฐานทรัพย์สินที่ใช้ในกิจการ
บริษัทจำกัด / ห้างหุ้นส่วน
- งบทดลองสิ้นรอบและกระดาษทำการ
- รายงานนับสินค้าคงเหลือ ณ วันสิ้นรอบ
- สัญญาเงินกู้ ลีสซิ่ง และภาระผูกพันคงค้าง
- รายงานการประชุมอนุมัติงบปีก่อน
กิจการที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ / BOI
- รายการธุรกรรมกับบริษัทในเครือทั้งรอบ
- เอกสารสนับสนุนราคาโอน กรณีเข้าเกณฑ์
ข้อควรระวังก่อนเริ่ม
- นับสต๊อกช้ากว่าวันสิ้นรอบโดยไม่มีเอกสารเคลื่อนไหวรองรับ ทำให้ผู้สอบบัญชีตั้งข้อสังเกต
- เงินให้กรรมการยืมที่ไม่มีสัญญาและไม่มีดอกเบี้ย มักถูกประเมินรายได้เพิ่ม
- เริ่มหาผู้สอบบัญชีหลังสิ้นรอบไปแล้วสองเดือน ทำให้เวลาสอบทานบีบและเสี่ยงส่งช้า
ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่เอกสารเอง ส่งรายการที่มีอยู่มาก่อนได้เลย เราจะบอกกลับว่าขาดอะไรและใช้เวลาเท่าไร แล้วจึงเสนอขอบเขตงานและค่าบริการเป็นรายกรณี ทักไลน์ @THAIL หรือโทร 092-0170000
คำถามที่พบบ่อยในภาษาของคุณ
คลังคำถามภาษาญี่ปุ่นสำหรับผู้บริหารและผู้ถูกส่งมาประจำในไทย ครอบคลุมการทำบัญชีรายเดือน ภาษีหัก ณ ที่จ่าย เงินเดือน การปิดงบ และการยื่นภาษีของผู้พำนัก
日本語の会計・税務Q&Aสิ่งที่กิจการทุนญี่ปุ่นต้องดูแลในประเทศไทย
บริษัทลูกของกลุ่มทุนญี่ปุ่นในประเทศไทยมักดำเนินธุรกิจผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ อิเล็กทรอนิกส์ หรือบริการสนับสนุนให้กับบริษัทในเครือทั่วภูมิภาค ความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทแม่ที่โตเกียวหรือโอซาก้ากับบริษัทลูกในไทยไม่ได้จบแค่การส่งงบการเงินประจำปี แต่รวมถึงรอบปิดบัญชีรายเดือนที่ต้องเสร็จเร็วกว่ามาตรฐานทั่วไปเพื่อให้ทันรอบรวมงบของกลุ่ม ทีมบัญชีจึงต้องเข้าใจทั้งกฎหมายภาษีไทยและรูปแบบรายงานที่สำนักงานใหญ่คุ้นเคย เพื่อไม่ให้ตัวเลขที่ส่งไปต้องถูกปรับปรุงซ้ำที่ปลายทาง
เมื่อกลุ่มมีสำนักงานใหญ่ในญี่ปุ่น รายงานที่ส่งกลับมักต้องผ่านทั้งฝ่ายบัญชีของบริษัทลูกและผู้สอบบัญชีของกลุ่มที่อาจเป็นเครือข่ายเดียวกันในไทย การจัดทำงบต้องรองรับทั้งมาตรฐานการบัญชีไทยสำหรับการยื่นภาษีและมาตรฐานที่ใช้รวมงบของกลุ่ม ซึ่งบางรายการรับรู้ต่างกัน เช่น ค่าเสื่อมราคาหรือการตั้งสำรอง ความแตกต่างเหล่านี้ต้องถูกอธิบายด้วยตารางกระทบยอดที่ชัดเจน ไม่ใช่เพียงคำอธิบายปากเปล่าในที่ประชุม เพื่อให้ผู้ตรวจสอบทั้งสองฝั่งยอมรับตัวเลขชุดเดียวกันได้
ธุรกิจญี่ปุ่นจำนวนมากในไทยดำเนินงานผ่านสัญญาให้บริการหรือสัญญาผลิตตามคำสั่งซื้อของบริษัทแม่ ทำให้รายการระหว่างกันเกิดขึ้นเกือบทุกเดือนทั้งค่าสินค้า ค่าบริหารจัดการ และดอกเบี้ยเงินกู้ยืมในกลุ่ม การจัดการเรื่องนี้ให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นทางช่วยลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบทั้งฝั่งกรมสรรพากรไทยและหน่วยงานภาษีของญี่ปุ่น ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างให้ความสำคัญกับราคาโอนและเอกสารประกอบการทำธุรกรรมระหว่างบริษัทในเครือมากขึ้นทุกปี
ปฏิทินรายงานของบริษัทแม่และชุดงบตรวจสอบกลุ่ม
บริษัทแม่ในญี่ปุ่นส่วนใหญ่ปิดปีบัญชีเดือนมีนาคมและต้องการงบรวมของบริษัทลูกภายในไม่กี่วันหลังสิ้นเดือน ขณะที่ปีภาษีไทยของบริษัทลูกอาจไม่ตรงกัน ทำให้ต้องจัดทำงบเสมือนสองชุดคือชุดตามรอบไทยเพื่อยื่นภาษีและชุดตามรอบกลุ่มเพื่อรวมบัญชี เราจึงวางระบบปิดบัญชีรายเดือนที่ผลิตข้อมูลได้ทั้งสองรูปแบบพร้อมกัน พร้อมกระดาษทำการที่ผู้สอบบัญชีกลุ่มตรวจได้ทันทีโดยไม่ต้องขอเอกสารเพิ่มหลายรอบ ซึ่งช่วยลดเวลาที่ทีมบัญชีบริษัทลูกต้องตอบคำถามซ้ำในช่วงปิดงบประจำปี
อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–ญี่ปุ่น
เงินปันผล ดอกเบี้ย ค่าสิทธิ และค่าบริการที่จ่ายกลับไปยังบริษัทแม่ในญี่ปุ่นอาจได้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลดลงตามอนุสัญญาภาษีซ้อน แต่เงื่อนไขเรื่องสัดส่วนการถือหุ้น ประเภทรายได้ และการมีสถานประกอบการถาวรในไทยล้วนต้องพิจารณาเป็นรายกรณี เราจึงตรวจสัญญาที่มาของรายได้ก่อนคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกครั้ง และช่วยเตรียมเอกสารขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากทางการญี่ปุ่นเพื่อยื่นประกอบการขอใช้สิทธิตามอนุสัญญาต่อกรมสรรพากรไทย โดยไม่สรุปอัตราที่แน่นอนจนกว่าจะตรวจเงื่อนไขครบถ้วน
เอกสารราคาโอนสำหรับรายการระหว่างกัน
กฎหมายไทยกำหนดให้นิติบุคคลที่มีรายได้เกินเกณฑ์และมีรายการกับบริษัทในเครือต้องจัดทำรายงานข้อมูลบริษัทในเครือและความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจประจำปี บริษัทลูกญี่ปุ่นที่รับสินค้าหรือบริการจากบริษัทแม่ในราคาที่กำหนดจากส่วนกลางจึงต้องมีเอกสารเปรียบเทียบราคาตลาดรองรับ ไม่ใช่เพียงอ้างว่าราคานั้นมาจากนโยบายกลุ่ม เราช่วยรวบรวมสัญญา นโยบายกำหนดราคาโอนของกลุ่ม และผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบเพื่อจัดทำแฟ้มข้อมูลท้องถิ่นให้สอดคล้องกับสิ่งที่กลุ่มจัดทำในญี่ปุ่น ลดความเสี่ยงที่ตัวเลขสองฝั่งจะขัดแย้งกันเมื่อถูกขอตรวจสอบ
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในบริษัทลูกทุนญี่ปุ่น
ข้อผิดพลาดที่พบซ้ำคือการคำนวณค่าเสื่อมราคาตามอายุการใช้งานที่กลุ่มกำหนดโดยไม่ปรับให้ตรงกับเกณฑ์ภาษีไทย ทำให้ต้องบวกกลับตอนคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคลทุกปีโดยไม่จำเป็น อีกกรณีคือการโอนพนักงานญี่ปุ่นมาช่วยงานชั่วคราวโดยไม่บันทึกต้นทุนที่แท้จริงในบัญชีไทย ทำให้กำไรของบริษัทลูกดูสูงเกินจริงเมื่อเทียบกับต้นทุนที่กลุ่มรับภาระอยู่จริง เราตรวจพบรายการเหล่านี้ตั้งแต่รอบปิดบัญชีรายเดือนแทนที่จะปล่อยให้สะสมไปจนถึงปลายปี
ความเป็นจริงด้านภาษาและเอกสาร
ผู้บริหารญี่ปุ่นที่ประจำอยู่ในไทยมักอ่านภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง จึงต้องการคำอธิบายที่สั้น ตรงประเด็น และมีตารางประกอบมากกว่าเนื้อหาความเรียง เราจัดทำรายงานสองภาษาไทย–อังกฤษพร้อมสรุปประเด็นสำคัญไม่เกินหนึ่งหน้าให้ผู้บริหารตัดสินใจได้เร็ว และนัดประชุมช่วงเช้าตามเวลาไทยเพื่อให้ยังอยู่ในเวลาทำการของสำนักงานใหญ่ที่โตเกียวหรือโอซาก้า ลดรอบอีเมลไปมาที่กินเวลาข้ามวัน
ปฏิทินการยื่นภาษีของไทยที่ต้องเดินตาม
นอกจากรอบรายงานของกลุ่ม บริษัทลูกในไทยยังต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ตามรอบปีภาษีไทย ยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มแบบ ภ.พ.30 ทุกเดือน นำส่งภาษีหัก ณ ที่จ่ายแบบ ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ภายในกำหนด นำส่งเงินสมทบประกันสังคมของพนักงาน และยื่นงบการเงินต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหลังผู้ถือหุ้นอนุมัติงบ เราจัดปฏิทินรวมทั้งฝั่งไทยและฝั่งกลุ่มไว้ในระบบเดียว เพื่อไม่ให้กำหนดใดกำหนดหนึ่งถูกมองข้ามเพราะติดรอบปิดงบของอีกฝั่ง
การดูแลบัญชีของบริษัทลูกญี่ปุ่นให้ครบทั้งฝั่งไทยและฝั่งกลุ่มต้องอาศัยทีมที่คุ้นเคยกับทั้งสองระบบพร้อมกัน ไม่ใช่แค่คนที่ทำบัญชีไทยเป็นแล้วค่อยเรียนรู้รูปแบบรายงานของกลุ่มไปทีละขั้น ความเสี่ยงของการทำเองในกิจการคือรายงานสองชุดไม่ตรงกันจนต้องแก้ย้อนหลัง หรือพลาดเงื่อนไขอนุสัญญาภาษีจนเสียสิทธิ์ที่ควรได้ หากท่านต้องการทีมที่พูดคุยกับสำนักงานใหญ่ได้ตรงประเด็นและยื่นภาษีไทยได้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรก ติดต่อเราได้ที่โทร 092-0170000 หรือไลน์ @THAIL เพื่อให้เราประเมินโครงสร้างบัญชีของท่านโดยไม่มีข้อผูกมัด
โครงสร้างธุรกิจที่พบบ่อย
กิจการสัญชาติญี่ปุ่นในไทยส่วนใหญ่เป็นบริษัทลูกของบริษัทแม่ที่ต้องส่งงบภายในกำหนดของกลุ่มก่อนสิ้นเดือนถัดไป ทีมบัญชีจึงต้องปิดรอบเดือนเร็วกว่ามาตรฐานทั่วไป และต้องมีชุดตัวเลขที่กระทบยอดกับรูปแบบรายงานของบริษัทแม่ได้
การรายงานกลับประเทศต้นทาง
รายการระหว่างบริษัทแม่กับบริษัทลูก เช่น ค่าบริหารจัดการ ค่าลิขสิทธิ์ และดอกเบี้ยเงินกู้ในกลุ่ม ต้องมีเอกสารรองรับและอัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่สอดคล้องกับอนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–ญี่ปุ่น เราจึงตรวจสัญญาควบคู่กับการบันทึกบัญชีทุกครั้ง
ภาษาและเวลาทำงาน
เอกสารและคำอธิบายจัดทำสองภาษาไทย–อังกฤษ พร้อมสรุปประเด็นสั้นให้ผู้บริหารที่อ่านภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง โดยนัดประชุมช่วงเช้าเพื่อให้ตรงกับเวลาทำการของสำนักงานใหญ่
สิ่งที่คุณได้รับ
- งบดุล + งบกำไรขาดทุน + หมายเหตุประกอบ
- รายงานผู้สอบบัญชี CPA พร้อมเซ็น
- แบบ ส.บช.3 + ภ.ง.ด.50
- ยื่น DBD e-Filing เรียบร้อย
ประเทศไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับญี่ปุ่น การใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญาต้องมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้รับเงินประกอบทุกครั้ง เราจะแจ้งรายการเอกสารก่อนถึงกำหนดจ่ายเงิน
ค่าบริการประเมินเป็นรายกรณีตามปริมาณเอกสารและความซับซ้อนของรายการข้ามประเทศ เราไม่ประกาศราคาสำเร็จรูป