Skip to main content

ย่านเศรษฐกิจ · นนทบุรี

สำนักงานบัญชีและภาษีย่านงามวงศ์วาน

ธุรกิจครอบครัวและผู้รับเหมาสายเหนือกรุงเทพฯ

งามวงศ์วานเชื่อมนนทบุรีกับกรุงเทพฯ ฝั่งเหนือ ธุรกิจส่วนใหญ่เป็นกิจการครอบครัว ผู้รับเหมาก่อสร้าง ร้านวัสดุ และคลินิก การทำบัญชีที่นี่เน้นความเรียบง่ายที่ทำได้ต่อเนื่อง มากกว่าระบบซับซ้อนที่คนหน้างานไม่ได้ใช้

เศรษฐกิจย่านงามวงศ์วานกับงานบัญชีที่ตามมา

ผู้รับเหมาขนาดกลางมักทำหลายงานพร้อมกันและใช้เงินหมุนจากงานหนึ่งไปอีกงานหนึ่ง การแยกต้นทุนรายโครงการทำให้เห็นว่างานใดขาดทุนก่อนที่จะสายเกินแก้

ร้านวัสดุก่อสร้างขายทั้งเงินสดและเครดิต การควบคุมวงเงินเครดิตลูกค้าและการติดตามหนี้ตามอายุเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดหนี้สูญได้จริง เราจัดรายงานให้ใช้ประชุมทุกเดือน

กิจการครอบครัวที่มีทรัพย์สินหลายรายการมักไม่มีทะเบียนทรัพย์สินที่เป็นปัจจุบัน ทำให้ค่าเสื่อมราคาไม่ตรงและขายทรัพย์สินแล้วไม่ได้ตัดออกจากบัญชี เราจัดทำทะเบียนใหม่ตั้งแต่ต้นให้ครั้งเดียว

กลุ่มธุรกิจที่เราดูแลในย่านนี้

  • ผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดกลาง
  • ร้านวัสดุก่อสร้างและฮาร์ดแวร์
  • คลินิกและร้านขายยา
  • โรงเรียนเอกชนและสถาบันกวดวิชา
  • อู่ซ่อมรถและศูนย์บริการยาง

ขอบเขตพื้นที่ที่หมายถึง

  • · ถนนงามวงศ์วานช่วงแคราย
  • · ศูนย์การค้าและตลาดย่านงามวงศ์วาน
  • · แยกแคราย-ติวานนท์

วิธีทำงานกับลูกค้าในย่านนี้

  • 1แยกต้นทุนรายโครงการและสรุปกำไรงานทุกเดือน
  • 2รายงานอายุลูกหนี้พร้อมวงเงินเครดิตที่ทบทวนแล้ว
  • 3จัดทำทะเบียนทรัพย์สินให้เป็นปัจจุบันครั้งเดียวแล้วดูแลต่อ

คำถามที่เจ้าของกิจการย่านนี้ถามบ่อย

ผู้รับเหมาต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อไร

งานรับเหมาถือเป็นการให้บริการ ความรับผิดทางภาษีมูลค่าเพิ่มเกิดเมื่อได้รับชำระราคา จึงต้องออกใบกำกับภาษีเมื่อรับเงินแต่ละงวด ไม่ใช่รอจบงานทั้งโครงการ

ซื้อของแล้วผู้ขายออกบิลเงินสดใช้ได้ไหม

ใช้เป็นหลักฐานรายจ่ายได้หากระบุผู้ขาย รายการ และจำนวนเงินชัดเจน แต่จะขอเครดิตภาษีซื้อไม่ได้เพราะไม่ใช่ใบกำกับภาษี หากซื้อบ่อยควรเลือกผู้ขายที่ออกใบกำกับภาษีได้

ขายทรัพย์สินเก่าของบริษัทต้องเสียภาษีไหม

การขายทรัพย์สินของกิจการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม และผลต่างระหว่างราคาขายกับมูลค่าตามบัญชีเป็นกำไรหรือขาดทุนที่กระทบภาษีเงินได้นิติบุคคล

อยากเริ่มทำบัญชีให้ถูกต้องต้องเริ่มจากอะไร

เริ่มจากสามอย่างคือแยกบัญชีธนาคารกิจการ เก็บเอกสารซื้อขายให้ครบทุกใบ และทำทะเบียนทรัพย์สินกับสินค้าคงเหลือให้เป็นปัจจุบัน สามข้อนี้แก้ปัญหาได้เกินครึ่งของเคสที่เราเจอ

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้

ตรวจตัวบทและแนวทางของหน่วยงานได้จากลิงก์ต้นทางด้านล่าง ขอบเขตที่แต่ละแหล่งรองรับระบุไว้ใต้ชื่อเอกสาร ข้อสรุปเฉพาะกิจการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและกฎที่มีผลกับช่วงเวลานั้นด้วย

  1. 1. พระราชบัญญัติ

    พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    หน้าที่จัดทำบัญชี คุณสมบัติผู้ทำบัญชี ระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสาร และกำหนดนำส่งงบการเงิน

  2. 2. ประมวลกฎหมาย

    ประมวลรัษฎากร

    กรมสรรพากร

    ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล

  3. 3. ประมวลกฎหมาย

    ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

    สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

    บทบัญญัติว่าด้วยห้างหุ้นส่วนและบริษัท การประชุมผู้ถือหุ้น เงินปันผล และทุนสำรองตามกฎหมาย

  4. 4. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ

    ระบบนำส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing)

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    ช่องทางนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์

  5. 5. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ

    ระบบยื่นแบบผ่านอินเทอร์เน็ตของกรมสรรพากร

    กรมสรรพากร

    ช่องทางยื่นแบบและชำระภาษีออนไลน์ พร้อมกำหนดเวลาขยายเพิ่มสำหรับการยื่นทางอิเล็กทรอนิกส์

  6. 6. พระราชบัญญัติ

    พระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. 2533

    สำนักงานประกันสังคม

    การขึ้นทะเบียนนายจ้างและผู้ประกันตน ฐานค่าจ้าง อัตราเงินสมทบ กำหนดนำส่ง และสิทธิประโยชน์เจ็ดกรณี