ภาษีบุคคลธรรมดาสำหรับผู้บริหารต่างชาติ (Expat Tax)
ผู้บริหารต่างชาติประจำภูมิภาค: จัดการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาปีแรกในประเทศไทย
ผู้บริหารชาวยุโรปย้ายมาประจำสำนักงานในกรุงเทพฯ กลางปี มีเงินเดือนจ่ายจากบริษัทในไทยส่วนหนึ่งและจากบริษัทแม่อีกส่วนหนึ่ง พร้อมสวัสดิการที่พักและค่าเล่าเรียนบุตร

สรุปสั้นสำหรับผู้บริหาร
ปีแรกของผู้บริหารรายนี้ซับซ้อนเพราะได้รับค่าตอบแทนจากสองประเทศและมีสวัสดิการที่ต้องนำมารวมคำนวณ เราเริ่มจากนับวันที่อยู่ในประเทศไทยเพื่อสรุปสถานะผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี แยกเงินได้ตามแหล่งที่มาและวันที่นำเข้ามาในไทย ตีมูลค่าสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้ ตรวจภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่นายจ้างนำส่งไว้แล้ว จากนั้นยื่นแบบพร้อมขอหนังสือรับรองการเสียภาษีไว้ใช้ที่ประเทศต้นทาง
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานปัญหาที่พบเมื่อเข้ารับงาน
- เงินเดือนส่วนที่จ่ายจากบริษัทแม่ไม่ได้ผ่านระบบเงินเดือนในไทย จึงไม่มีการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- สวัสดิการที่พักและค่าเล่าเรียนบุตรถูกมองว่าเป็นสวัสดิการบริษัทและไม่เคยนำมารวมเป็นเงินได้
- ไม่มีบันทึกวันเข้าออกประเทศที่เป็นระบบ ทำให้สรุปสถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษีได้ยาก
- ต้องใช้หลักฐานการเสียภาษีในไทยเพื่อยื่นต่อหน่วยงานภาษีของประเทศต้นทางภายในกำหนด
ขั้นตอนการแก้ไข
1. สรุปสถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษี
3 วันทำการรวบรวมตราประทับหนังสือเดินทาง ตั๋วเดินทาง และบันทึกการเดินทางของบริษัท เพื่อนับจำนวนวันที่อยู่ในประเทศไทยในปีภาษีนั้นให้ชัดเจนก่อนคำนวณสิ่งอื่น
2. แยกเงินได้ตามแหล่งและตีมูลค่าสวัสดิการ
1 สัปดาห์จัดกลุ่มค่าตอบแทนตามแหล่งที่มา ระบุส่วนที่เกี่ยวกับงานที่ทำในประเทศไทย และตีมูลค่าที่พักกับค่าเล่าเรียนตามหลักเกณฑ์ที่ใช้กับสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้
3. ตรวจภาษีหัก ณ ที่จ่ายและคำนวณส่วนต่าง
4 วันทำการเทียบยอดที่นายจ้างนำส่งกับภาระที่คำนวณได้จริง แล้วประเมินว่าต้องชำระเพิ่มหรือขอคืน พร้อมทบทวนการหักลดหย่อนที่ใช้สิทธิได้
4. ยื่นแบบและขอหนังสือรับรอง
2 สัปดาห์ยื่นแบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาพร้อมชำระส่วนต่าง แล้วยื่นคำขอหนังสือรับรองการเสียภาษีเพื่อส่งให้หน่วยงานภาษีของประเทศต้นทางใช้ประกอบการพิจารณา
เอกสารที่ใช้ในเคสนี้
- หนังสือเดินทางพร้อมตราประทับเข้าออกและบันทึกการเดินทาง
- สัญญาจ้างทั้งฉบับที่ทำกับบริษัทในไทยและกับบริษัทแม่
- สลิปเงินเดือนและหนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย
- สัญญาเช่าที่พักและใบเสร็จค่าเล่าเรียนบุตร
- ใบอนุญาตทำงานและเอกสารการตรวจลงตราที่เกี่ยวข้อง
- หลักฐานการโอนเงินเข้ามาในประเทศไทยระหว่างปีภาษี
ผลลัพธ์ที่วัดได้
| สถานะถิ่นที่อยู่ทางภาษี | สรุปได้ชัดเจนพร้อมหลักฐานการนับวัน |
|---|---|
| สวัสดิการที่นำมารวมคำนวณ | ตีมูลค่าครบทั้งที่พักและค่าเล่าเรียน |
| การยื่นแบบประจำปี | ยื่นภายในกำหนดพร้อมชำระส่วนต่าง |
| หนังสือรับรองการเสียภาษี | ได้รับทันกำหนดของประเทศต้นทาง |
ข้อควรระวังที่ธุรกิจแบบเดียวกันมักพลาด
- คิดว่าเงินเดือนที่จ่ายจากต่างประเทศไม่เกี่ยวกับภาษีไทยทั้งที่ทำงานอยู่ในประเทศไทย
- ละเลยสวัสดิการที่นายจ้างจัดให้ ซึ่งโดยหลักถือเป็นประโยชน์ที่ต้องนำมารวมคำนวณ
- ไม่เก็บหลักฐานวันเข้าออกประเทศ ทำให้โต้แย้งสถานะถิ่นที่อยู่ในภายหลังได้ยาก
- รอจนใกล้ย้ายกลับประเทศจึงเริ่มจัดการ ทั้งที่บางเอกสารต้องขอขณะยังอยู่ในไทย
มุมมองที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่รับจ้างทำ
ภาษีของผู้บริหารต่างชาติวางแผนได้ง่ายที่สุดในเดือนแรกที่ย้ายเข้ามา เพราะยังเลือกวิธีจ่ายค่าตอบแทนและจัดเอกสารได้ตั้งแต่ต้น เมื่อรอถึงฤดูยื่นแบบ สิ่งที่ทำได้มักเหลือเพียงคำนวณจากสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้ว
คำถามที่พบบ่อยจากเคสนี้
- อยู่ในไทยกี่วันจึงถือเป็นผู้มีถิ่นที่อยู่ทางภาษี
- หลักเกณฑ์ทั่วไปใช้จำนวนวันที่อยู่ในประเทศไทยรวมกันในปีภาษีหนึ่ง ๆ ตั้งแต่หนึ่งร้อยแปดสิบวันขึ้นไป โดยไม่จำเป็นต้องอยู่ติดต่อกัน การนับจึงควรทำจากหลักฐานการเดินทางจริง ไม่ใช่ความทรงจำ เพราะสถานะนี้กระทบขอบเขตของเงินได้ที่ต้องนำมาคำนวณ
- เงินได้จากต่างประเทศต้องเสียภาษีในไทยหรือไม่
- ขึ้นอยู่กับสถานะถิ่นที่อยู่และการนำเงินได้นั้นเข้ามาในประเทศไทย ผู้ที่มีถิ่นที่อยู่ทางภาษีอาจต้องนำเงินได้จากแหล่งต่างประเทศที่นำเข้ามาคำนวณด้วย ประเด็นนี้มีรายละเอียดและเคยมีการปรับแนวปฏิบัติ จึงควรตรวจสอบข้อเท็จจริงรายบุคคลก่อนสรุป
- อนุสัญญาภาษีซ้อนช่วยได้อย่างไร
- อนุสัญญาระหว่างประเทศกำหนดว่าประเทศใดมีสิทธิเก็บภาษีจากเงินได้ประเภทใด และวางกลไกบรรเทาภาระเมื่อถูกเก็บทั้งสองทาง การใช้สิทธิต้องมีเอกสารประกอบ เช่น หนังสือรับรองถิ่นที่อยู่และหลักฐานการเสียภาษี จึงต้องเตรียมล่วงหน้าไม่ใช่ขอย้อนหลัง
- ที่พักที่บริษัทจัดให้ถือเป็นเงินได้หรือไม่
- โดยหลักถือเป็นประโยชน์ที่ได้รับจากการจ้างแรงงานและต้องนำมูลค่ามารวมคำนวณ วิธีตีมูลค่าขึ้นกับรูปแบบว่าบริษัทเช่าให้ จ่ายคืนตามใบเสร็จ หรือให้เป็นเงินเพิ่มในเงินเดือน แต่ละแบบมีผลต่างกัน จึงควรระบุให้ชัดในสัญญาจ้างตั้งแต่แรก
- ก่อนย้ายกลับประเทศต้องทำอะไรบ้าง
- ควรตรวจว่ายื่นแบบและชำระภาษีของช่วงเวลาที่ทำงานอยู่ครบแล้ว ขอหนังสือรับรองการเสียภาษีไว้ใช้ที่ประเทศต้นทาง จัดการเรื่องใบอนุญาตทำงานให้เรียบร้อย และเก็บสำเนาเอกสารทั้งชุดไว้ เพราะการขอย้อนหลังจากต่างประเทศใช้เวลานานกว่ามาก
กรณีศึกษาอื่น
ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้