บริการสำหรับเจ้าของกิจการมาเลเซีย
วางแผนภาษี & ที่ปรึกษาภาษีอากรสำหรับบริษัททุนมาเลเซียในประเทศไทย
ผู้ประกอบการมาเลเซียมักขยายเข้ามาทางภาคใต้ของไทยด้วยธุรกิจค้าส่ง ยางพารา อาหาร และบริการชายแดน จึงมีทั้งรายการเงินบาทและริงกิตในระบบเดียวกัน
การวางแผนภาษีสำหรับผู้ลงทุนต่างชาติจะพิจารณาอนุสัญญาภาษีซ้อน อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่าย และจังหวะการจ่ายเงินปันผลพร้อมกัน ไม่แยกคิดทีละเรื่อง
เริ่มงานกับเราอย่างไร
ขั้นตอนการทำงานและเอกสารที่ต้องเตรียม
งานวางแผนภาษีเริ่มจากอ่านตัวเลขปีที่ผ่านมา หาจุดที่เสียภาษีเกินจำเป็นและจุดที่เสี่ยงเกินไป เสนอทางเลือกที่ทำได้จริงตามกฎหมาย แล้วติดตามผลเป็นรายไตรมาสไม่ใช่ปีละครั้ง
สำหรับกิจการทุนมาเลเซีย เราจัดรอบรายงานให้ตรงกับปฏิทินของบริษัทแม่ และสรุปประเด็นภาษีเป็นภาษาอังกฤษควบคู่ภาษาไทยทุกงวด
สัปดาห์ที่ 1
1. อ่านตัวเลขย้อนหลัง
ดูโครงสร้างรายได้ ต้นทุน และภาษีที่จ่ายจริงย้อนหลัง เพื่อหาจุดที่ผิดปกติ
สัปดาห์ที่ 2
2. ระบุทางเลือกที่ทำได้จริง
เสนอทางเลือกพร้อมเงื่อนไข เอกสารที่ต้องมี และความเสี่ยงเมื่อถูกตรวจ
สัปดาห์ที่ 3
3. เลือกและวางเอกสารรองรับ
สิ่งที่ทำให้แผนภาษีอยู่รอดคือเอกสาร ไม่ใช่ความตั้งใจ เราวางชุดเอกสารให้ตั้งแต่ต้น
รายไตรมาส
4. ติดตามและปรับ
ทบทวนทุกไตรมาสตามผลจริง เพื่อไม่ต้องมาเร่งตัดสินใจในเดือนสุดท้ายของรอบ
เอกสารเบื้องต้นแยกตามประเภทผู้ใช้บริการ
เจ้าของกิจการ / บุคคลธรรมดา
- แบบภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาย้อนหลังสองปี
- รายละเอียดแหล่งรายได้ทั้งหมด
บริษัทจำกัด / ห้างหุ้นส่วน
- งบการเงินย้อนหลังสองถึงสามปี
- ภ.ง.ด.50 และกระดาษปรับปรุงกำไรทางภาษี
- แผนลงทุนหรือแผนขยายกิจการปีหน้า
กิจการที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ / BOI
- โครงสร้างการถือหุ้นของกลุ่ม
- รายการจ่ายค่าสิทธิ ดอกเบี้ย หรือค่าบริการข้ามประเทศ
ข้อควรระวังก่อนเริ่ม
- แผนภาษีที่ประหยัดที่สุดบนกระดาษมักเป็นแผนที่มีเอกสารรองรับน้อยที่สุด ให้ชั่งน้ำหนักความเสี่ยงด้วยเสมอ
- การตัดสินใจในเดือนสุดท้ายของรอบบัญชี ทำให้ทางเลือกเหลือน้อยกว่าที่ควร
- สิทธิประโยชน์ทางภาษีบางรายการต้องยื่นขอหรือแจ้งล่วงหน้า ไม่ใช่ใช้สิทธิ์ย้อนหลังได้
ถ้าไม่อยากเสียเวลาไล่เอกสารเอง ส่งรายการที่มีอยู่มาก่อนได้เลย เราจะบอกกลับว่าขาดอะไรและใช้เวลาเท่าไร แล้วจึงเสนอขอบเขตงานและค่าบริการเป็นรายกรณี ทักไลน์ @THAIL หรือโทร 092-0170000
สิ่งที่กิจการทุนมาเลเซียต้องดูแลในประเทศไทย
กิจการที่มีผู้ถือหุ้นมาเลเซียมักตั้งขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้าจากปีนังหรือกัวลาลัมเปอร์เข้ามาในภาคใต้ของไทย หรือเพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตที่อยู่ใกล้ท่าเรือและด่านชายแดนสะเดา ปาดังเบซาร์ และวังประจัน โครงสร้างที่พบบ่อยคือบริษัทลูกที่ถือหุ้นเต็มจำนวนโดยบริษัทแม่ในมาเลเซีย หรือกิจการร่วมทุนกับหุ้นส่วนไทยเพื่อให้เข้าเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในบางประเภทกิจการ ทีมบัญชีจึงต้องเข้าใจทั้งจังหวะรายงานของกลุ่มบริษัทแม่และภาระภาษีไทยที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง
เพราะระยะทางระหว่างกัวลาลัมเปอร์กับสำนักงานในหาดใหญ่หรือสงขลาไม่ไกลนัก ผู้บริหารมาเลเซียบางรายเลือกเดินทางมาตรวจงานเองเป็นระยะแทนที่จะพึ่งรายงานทางไกลเพียงอย่างเดียว แต่ก็ยังต้องการชุดตัวเลขที่ส่งกลับไปให้ฝ่ายการเงินส่วนกลางรวมงบได้ตรงตามกำหนดของกลุ่มโดยไม่ล่าช้าเพราะรอเอกสารจากฝั่งไทย บางกลุ่มยังกำหนดให้บริษัทลูกรายงานตามรอบเดือนแบบเดียวกับสำนักงานใหญ่ ซึ่งต่างจากรอบยื่นภาษีของไทยที่เดินตามปฏิทินของกรมสรรพากรเอง จุดนี้ต้องมีการจัดการให้ตัวเลขทั้งสองชุดสอดคล้องกันโดยไม่ต้องปิดบัญชีซ้ำสองครั้ง
การค้าชายแดนภาคใต้ยังมีลักษณะเฉพาะที่แยกจากการนำเข้าส่งออกทางเรือทั่วไป เพราะสินค้าจำนวนมากเคลื่อนผ่านด่านทางบกเป็นรอบเล็กและถี่ ทำให้เอกสารศุลกากรและใบกำกับภาษีมูลค่าเพิ่มต้องสอดคล้องกันในทุกเที่ยวรถ ไม่ใช่รวมยอดเป็นก้อนใหญ่ตอนสิ้นเดือน กิจการที่มีสายส่งสินค้าข้ามแดนบ่อยครั้งจึงต้องมีระบบเก็บเอกสารที่ตามทันความถี่ของการขนส่งจริง มิเช่นนั้นจะพบว่าใบขนสินค้าไม่ครบเมื่อถึงเวลากระทบยอดภาษีมูลค่าเพิ่มประจำเดือน
จังหวะรายงานของบริษัทแม่มาเลเซียและการรวมงบกลุ่ม
กลุ่มบริษัทมาเลเซียหลายแห่งปิดงบรายเดือนเพื่อรวมกับบริษัทในเครือทั่วภูมิภาค และมักใช้แม่แบบรายงานที่ปรับจากมาตรฐานการรายงานทางการเงินของมาเลเซียซึ่งใกล้เคียงกับมาตรฐานสากลแต่ไม่ตรงกับผังบัญชีภาษีไทยทุกจุด เราจึงจัดทำงบทดลองรายเดือนควบคู่สองชุด ชุดหนึ่งตามเกณฑ์บัญชีไทยเพื่อใช้ยื่นภาษี และอีกชุดปรับรายการให้ตรงกับแม่แบบที่กลุ่มใช้รวมงบ พร้อมหมายเหตุอธิบายส่วนต่างที่เกิดจากการรับรู้รายได้หรือค่าเสื่อมราคาต่างเกณฑ์ ทำให้ฝ่ายการเงินที่กัวลาลัมเปอร์ปิดงบกลุ่มได้ตรงเวลาโดยไม่ต้องขอคำชี้แจงเพิ่มทุกรอบ
อนุสัญญาภาษีซ้อนไทย–มาเลเซีย
รายการจ่ายข้ามแดนอย่างเงินปันผล ดอกเบี้ยเงินกู้ ค่าสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา และค่าบริการระหว่างนิติบุคคลไทยกับคู่ค้าฝั่งมาเลเซีย มีโอกาสได้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ต่ำลงตามความตกลงว่าด้วยการเว้นการเก็บภาษีซ้อนของทั้งสองประเทศ แต่สิทธิดังกล่าวขึ้นอยู่กับประเภทรายได้ สัดส่วนการถือหุ้น และการพิจารณาว่ากิจกรรมของฝ่ายมาเลเซียในไทยก่อให้เกิดสถานประกอบการถาวรหรือไม่ เราตรวจสัญญาที่มาของแต่ละรายการจ่ายก่อนคำนวณภาษีหัก ณ ที่จ่ายทุกครั้ง และช่วยประสานการขอหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีจากหน่วยงานภาษีมาเลเซียเพื่อใช้ประกอบการยื่นขอใช้สิทธิตามอนุสัญญาต่อกรมสรรพากรไทย โดยไม่ยืนยันอัตราจนกว่าจะตรวจครบทุกเงื่อนไข
เอกสารราคาโอนสำหรับซัพพลายเออร์และบริษัทในเครือ
เมื่อรายได้ของบริษัทในไทยผ่านระดับที่กฎหมายวางไว้ และมีรายการค้ากับบริษัทในกลุ่มฝั่งมาเลเซีย จะเกิดหน้าที่ยื่นรายงานประจำปีเปิดเผยธุรกรรมกับกิจการที่มีความเกี่ยวโยงกัน จุดที่มักถูกตั้งคำถามคือการรับซื้อวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูปจากบริษัทแม่ในราคาที่กำหนดจากส่วนกลาง เพราะคำชี้แจงว่าเป็นราคาตามแนวทางภายในกลุ่มยังไม่พอ ต้องมีตัวเลขอ้างอิงจากตลาดมาสนับสนุน เราจึงรวบรวมสัญญาซื้อขายภายในกลุ่มพร้อมหลักเกณฑ์การตั้งราคา แล้วจัดทำชุดเอกสารฝั่งไทยให้ล้อไปกับสิ่งที่เก็บไว้ที่มาเลเซีย เพื่อไม่ให้สองด้านให้ข้อมูลไม่ตรงกันเมื่อถูกสอบถามภายหลัง
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในกิจการทุนมาเลเซีย
ข้อผิดพลาดหนึ่งคือการเลือกจดทะเบียนเป็นสาขาของบริษัทมาเลเซียแทนที่จะตั้งเป็นบริษัทลูกโดยไม่ได้ชั่งน้ำหนักภาระภาษีและความรับผิดที่ต่างกัน ทำให้ภายหลังต้องแก้ไขโครงสร้างซึ่งมีต้นทุนสูงกว่าตั้งใหม่ให้ถูกต้องตั้งแต่แรก อีกกรณีคือทีมงานข้ามพรมแดนที่เดินทางมาปฏิบัติงานในไทยเป็นระยะโดยไม่ได้พิจารณาว่าก่อให้เกิดสถานประกอบการถาวรหรือภาระภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในไทยหรือไม่ และการซื้อสินค้าจากบริษัทในเครือโดยไม่มีสัญญาราคาที่ปรับปรุงตามช่วงเวลา เราตรวจพบลักษณะนี้ตั้งแต่ช่วงวางโครงสร้างเริ่มต้นและช่วงปิดบัญชีรายเดือน ก่อนที่จะกลายเป็นภาระย้อนหลังที่แก้ไขยาก
ความเป็นจริงด้านภาษาและเอกสารสามภาษา
ทีมงานฝั่งมาเลเซียมักสื่อสารกันเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษามลายูภายในองค์กร ขณะที่เอกสารทางภาษีของไทยต้องเป็นภาษาไทยตามที่กฎหมายกำหนด เราจัดทำรายงานสองภาษาไทย–อังกฤษให้กรรมการที่ไม่ได้ประจำอยู่ในไทยอ่านและตัดสินใจได้ทันที พร้อมเก็บต้นฉบับใบกำกับภาษีและสัญญาภาษาไทยไว้ครบตามกฎหมาย และจัดทำคำแปลสรุปแนบไว้สำหรับผู้ถือหุ้นที่ต้องการตรวจสอบย้อนหลังโดยไม่ต้องพึ่งล่ามทุกครั้งที่มีการประชุม
ปฏิทินการยื่นภาษีของไทยที่ต้องเดินตาม
นอกเหนือจากรอบรายงานที่ส่งให้บริษัทแม่มาเลเซีย บริษัทไทยยังคงมีหน้าที่ยื่นแบบ ภ.ง.ด.50 และ ภ.ง.ด.51 ตามกำหนดของกรมสรรพากร พร้อมยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มด้วยแบบ ภ.พ.30 เป็นประจำทุกเดือน ยื่นแบบหักภาษี ณ ที่จ่ายทั้ง ภ.ง.ด.3 และ ภ.ง.ด.53 ให้ทันกำหนดเวลา นำส่งเงินสมทบกองทุนประกันสังคมของลูกจ้าง และส่งงบการเงินที่ผ่านการอนุมัติจากผู้ถือหุ้นให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้ารับทราบ เราจัดทำปฏิทินเดียวที่รวมกำหนดของไทยและรอบรายงานของฝั่งมาเลเซียไว้ด้วยกัน เพื่อกันไม่ให้วันใดวันหนึ่งถูกลืมระหว่างที่ทีมกำลังยุ่งกับอีกฝั่ง
งานบัญชีของกิจการที่มีผู้ถือหุ้นมาเลเซียในประเทศไทยเรียกร้องความเข้าใจสามด้านพร้อมกัน คือจังหวะรวมงบของกลุ่มในแต่ละเดือน สิทธิประโยชน์ตามความตกลงภาษีระหว่างสองประเทศ และเอกสารพิธีการศุลกากรที่เกิดถี่ตามเส้นทางการค้าชายแดนภาคใต้ เมื่อจัดการกันเองโดยไม่มีผู้ที่ชำนาญครบทั้งสามด้าน สิ่งที่มักตามมาคือใบขนสินค้าไม่ครบตอนกระทบยอดภาษีมูลค่าเพิ่ม สิทธิตามความตกลงหลุดมือเพราะขาดเอกสารประกอบ หรือเลือกรูปแบบการจัดตั้งที่ต้องรื้อทำใหม่ในภายหลัง หากท่านมองหาผู้ดูแลที่ตอบโจทย์ทั้งผู้บริหารในกัวลาลัมเปอร์และหน่วยงานภาษีของไทย ติดต่อทีมงานที่หมายเลข 092-0170000 หรือทักไลน์ @THAIL แล้วเราจะช่วยประเมินระบบงานปัจจุบันให้ก่อน
โครงสร้างธุรกิจที่พบบ่อย
ผู้ประกอบการมาเลเซียมักขยายเข้ามาทางภาคใต้ของไทยด้วยธุรกิจค้าส่ง ยางพารา อาหาร และบริการชายแดน จึงมีทั้งรายการเงินบาทและริงกิตในระบบเดียวกัน
การรายงานกลับประเทศต้นทาง
การซื้อขายข้ามแดนต้องมีเอกสารพิสูจน์การส่งออกครบถ้วนจึงจะใช้อัตราภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละศูนย์ได้ เราจึงตรวจใบขนสินค้าและหลักฐานการรับเงินก่อนยื่นแบบทุกเดือน
ภาษาและเวลาทำงาน
เวลาทำการตรงกันทั้งวันและใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักในการทำงาน ทำให้ประสานงานกับทีมบัญชีฝั่งมาเลเซียได้โดยตรง
สิ่งที่คุณได้รับ
- Tax Position Memo (รายงานสถานะภาษี)
- Scenario สำรอง 2–3 แบบ พร้อมประหยัดภาษีเป็นตัวเลข
- แผน implementation 90 วัน
- รับติดตามและอัปเดตกฎหมายใหม่
ประเทศไทยมีอนุสัญญาเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนกับมาเลเซีย การใช้อัตราภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามอนุสัญญาต้องมีหนังสือรับรองถิ่นที่อยู่ทางภาษีของผู้รับเงินประกอบทุกครั้ง เราจะแจ้งรายการเอกสารก่อนถึงกำหนดจ่ายเงิน
ค่าบริการประเมินเป็นรายกรณีตามปริมาณเอกสารและความซับซ้อนของรายการข้ามประเทศ เราไม่ประกาศราคาสำเร็จรูป