ภาษี / Pillar Two
ภาษีส่วนเพิ่ม Pillar Two ในไทย: กลุ่ม BOI ต้องเตรียมอะไร

เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายภาษี
ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)
รับผิดชอบงานวางแผนภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และการชี้แจงต่อเจ้าพนักงานประเมิน รวมถึงการอุทธรณ์การประเมินภาษีต่อกรมสรรพากร
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-07-23 · แก้ไขล่าสุด 2026-10-07
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานไทยออกพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567 ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อปลายเดือนธันวาคม 2567 ใช้กับรอบระยะเวลาบัญชีที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 มกราคม 2568 กฎหมายนี้นำหลักภาษีขั้นต่ำโลก (GloBE) ของ OECD มาใช้ในไทย ผู้ที่ได้รับผลตรงที่สุดคือบริษัทในกลุ่มข้ามชาติที่ได้สิทธิยกเว้นภาษีจาก BOI เพราะอัตราภาษีที่แท้จริงในไทยอาจต่ำกว่า 15% บทความนี้สรุปว่าใครเข้าข่าย คำนวณอย่างไร และฝ่ายบัญชีต้องเตรียมข้อมูลอะไร
ใครเข้าข่าย
กฎหมายใช้กับบริษัทในไทยที่เป็นสมาชิกของกลุ่มกิจการข้ามชาติ ซึ่งมีรายได้ตามงบการเงินรวมของบริษัทแม่ลำดับสูงสุดตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไป อย่างน้อย 2 ปีใน 4 รอบบัญชีก่อนหน้า บริษัทไทยที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มขนาดนี้ไม่ต้องเสียภาษีส่วนเพิ่ม แม้จะได้สิทธิ BOI ก็ตาม
ภาษีส่วนเพิ่มสามแบบในกฎหมายไทย
พ.ร.ก. กำหนดไว้ครบสามกลไก ได้แก่ ภาษีส่วนเพิ่มภายในประเทศ (DMTT) ที่ไทยเก็บจากบริษัทในไทยก่อน, กฎการนับรวมเงินได้ (IIR) ที่บริษัทแม่ในไทยเก็บส่วนขาดของบริษัทลูกต่างประเทศ และกฎภาษีส่วนเพิ่มสำรอง (UTPR) ใช้กรณีที่ประเทศอื่นไม่ได้เก็บ จุดสำคัญสำหรับบริษัท BOI คือ ถ้าไทยเก็บ DMTT ไปแล้ว ประเทศของบริษัทแม่จะนำส่วนนั้นไปหักออก ไม่ต้องเสียซ้ำสองครั้ง
หลักการคำนวณแบบรวมทั้งประเทศ
นำภาษีที่ครอบคลุมของทุกบริษัทในกลุ่มที่อยู่ในไทยมารวมกัน แล้วหารด้วยกำไรตามหลัก GloBE ซึ่งเริ่มจากกำไรทางบัญชีแล้วปรับรายการตามที่กฎหมายกำหนด ถ้าได้อัตราต่ำกว่า 15% ส่วนต่างคูณกำไรส่วนเกินหลังหักค่าลดหย่อนตามสาระทางเศรษฐกิจ (คำนวณจากค่าจ้างพนักงานและสินทรัพย์ที่มีตัวตนในไทย) คือภาษีส่วนเพิ่ม ดังนั้นกลุ่มที่มีโรงงานและพนักงานในไทยมากจะเหลือภาษีส่วนเพิ่มน้อยกว่ากลุ่มที่มีแต่กำไรจากสิทธิทางปัญญา
Safe Harbour ช่วงเปลี่ยนผ่าน
ตามแนวทาง OECD กลุ่มกิจการใช้ข้อมูลรายงานแยกรายประเทศ (CbCR) เพื่อขอยกเว้นการคำนวณเต็มรูปแบบในช่วงแรกได้ ถ้าผ่านเงื่อนไขข้อใดข้อหนึ่ง เช่น รายได้ในประเทศต่ำกว่า 10 ล้านยูโรและกำไรต่ำกว่า 1 ล้านยูโร หรืออัตราภาษีแบบย่อถึงเกณฑ์ (16% สำหรับรอบปี 2568 และ 17% สำหรับรอบปี 2569) ถ้าปีใดไม่ใช้สิทธิ ปีถัดไปจะกลับมาใช้อีกไม่ได้ ควรตรวจรายละเอียดกับประกาศของกรมสรรพากรก่อนตัดสินใจ
ฝ่ายบัญชีต้องเตรียมอะไร
รวบรวมข้อมูลกำไร ภาษี ค่าจ้าง และสินทรัพย์ของทุกบริษัทในกลุ่มที่อยู่ในไทยให้ตรงกับงบการเงินรวม แยกรายได้ที่ได้รับยกเว้นจาก BOI ให้ชัด ประสานกับบริษัทแม่เรื่องการยื่นแบบแสดงข้อมูล GloBE (GIR) ซึ่งตามหลัก OECD ต้องยื่นภายใน 15 เดือนหลังสิ้นรอบบัญชี และ 18 เดือนสำหรับปีแรก และติดตามประกาศกรมสรรพากรเรื่องแบบและการยื่นออนไลน์อย่างใกล้ชิด
สรุป
ภาษีส่วนเพิ่มไม่ได้ยกเลิกสิทธิ BOI แต่ทำให้ประโยชน์ของการยกเว้นภาษีลดลงสำหรับกลุ่มข้ามชาติขนาดใหญ่ บริษัทที่เข้าข่ายควรประเมินผลกระทบด้วยตัวเลขจริงของรอบปี 2568 ก่อน แล้วจึงวางแผนโครงสร้างร่วมกับผู้สอบบัญชีและที่ปรึกษาภาษี
ปรึกษาทีมเราฟรีคำถามที่พบบ่อย
บริษัทไทยที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มข้ามชาติเข้าข่ายไหม?+
ไม่เข้าข่าย กฎหมายใช้เฉพาะกลุ่มที่มีรายได้รวมตั้งแต่ 750 ล้านยูโรขึ้นไปอย่างน้อย 2 ปีใน 4 รอบบัญชีก่อนหน้า
ภาษีส่วนเพิ่มที่จ่ายในไทยจะถูกเก็บซ้ำที่ประเทศบริษัทแม่ไหม?+
ถ้าเป็น DMTT ที่ผ่านเกณฑ์ของ OECD ประเทศบริษัทแม่จะนำยอดที่จ่ายในไทยไปหักออก จึงไม่เสียซ้ำ
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →5 ข้อผิดพลาดยอดฮิตของ SME ที่ทำให้ถูกเรียกตรวจสอบภาษี
รวมกรณีศึกษาจริงจากทีมของเรา พร้อมวิธีป้องกันก่อนสรรพากรเข้าตรวจ ครอบคลุมทั้ง VAT ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และภาษีเงินได้นิติบุคคล
ยื่นวีซ่านิวซีแลนด์ด้วยคำแปล NAATI ปี 2570: INZ, NZQA และ Family Court เอกสารต่างกันตรงไหน
Immigration New Zealand เปิดรับคำแปล NAATI ทุกระดับ แต่ NZQA IQA ยอมรับเฉพาะ Certified Translator ที่มี stamp ดิจิทัลรุ่นใหม่ ส่วน Family Court ยังต้องมี NZSTI member เซ็นกำกับ
ESOP สตาร์ทอัพไทย: จุดเกิดภาษีและสิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนออกแผน
ESOP ในไทยอาจก่อภาษีแก่พนักงานก่อนมีเงินสดรับจริง จึงต้องตรวจรูปแบบสิทธิ มูลค่าหุ้น วันใช้สิทธิ และหน้าที่หักภาษีตามกฎหมายที่มีผลในวันนั้น
Negative Income Tax ไทย: แยกข้อเสนอเชิงนโยบายออกจากสิทธิที่ใช้ได้จริง
Negative Income Tax ยังต้องแยกแนวคิดเชิงนโยบายออกจากกฎหมายและสิทธิที่ประกาศใช้ บทความนี้สรุปจุดที่ประชาชนควรตรวจสอบก่อนเชื่อสูตรคำนวณ วันเริ่มใช้ หรือช่องทางรับเงิน
แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ตรวจตัวบทและแนวทางของหน่วยงานได้จากลิงก์ต้นทางด้านล่าง ขอบเขตที่แต่ละแหล่งรองรับระบุไว้ใต้ชื่อเอกสาร ข้อสรุปเฉพาะกิจการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและกฎที่มีผลกับช่วงเวลานั้นด้วย
1. แนวปฏิบัติ
กรมสรรพากร: การประกาศพระราชกำหนดภาษีส่วนเพิ่ม พ.ศ. 2567กรมสรรพากร
ข่าวต้นทางยืนยันรอบบัญชีเริ่มตั้งแต่ 1 มกราคม 2568 และรายได้รวมกลุ่มอย่างน้อย 750 ล้านยูโรในสองจากสี่ปีก่อนหน้า ไม่ใช่กฎที่ใช้กับกิจการ BOI ทุกแห่ง
2. ประมวลกฎหมาย
ประมวลรัษฎากรกรมสรรพากร
ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล
3. ประกาศ
ราชกิจจานุเบกษาราชกิจจานุเบกษา
แหล่งประกาศฉบับจริงของพระราชบัญญัติ พระราชกฤษฎีกา กฎกระทรวง และประกาศที่มีผลบังคับ