Skip to main content

แยกจ้างสำนักงานบัญชีกับสำนักงานกฎหมาย หรือใช้ที่เดียวครบ

เจ้าของกิจการนั่งประชุมกับผู้ทำบัญชีที่เปิดแฟ้มงบการเงิน และที่ปรึกษากฎหมายที่ถือร่างสัญญาอยู่ในมือ

คำตอบสั้น

การแยกจ้างเหมาะเมื่องานกฎหมายเกิดนาน ๆ ครั้งและไม่ผูกกับตัวเลขในงบ เช่น คดีเฉพาะเรื่องที่ต้องการทนายเชี่ยวชาญสาขานั้นจริง ๆ แต่ถ้าเรื่องเดียวกันแตะทั้งสัญญา ภาษี และการบันทึกบัญชี เช่น ปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้น เลิกจ้าง หรือขายทรัพย์สิน การใช้ทีมเดียวจะลดการส่งเอกสารไปกลับและลดคำตอบที่ขัดกันเอง จุดตัดสินคือเรื่องของคุณข้ามสายงานบ่อยแค่ไหน

เขียนโดย

หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี

ปิดงบและเซ็นรับรองงบการเงินให้ธุรกิจ SME และบริษัทต่างชาติมากว่า 10 ปี ดูแลมาตรฐาน TFRS for NPAEs และการวางผังบัญชีตั้งแต่วันแรกของกิจการ

ตรวจทานโดย

หัวหน้าฝ่ายภาษี

ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)

ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08

ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทาน

ตารางเปรียบเทียบ

หัวข้อแยกจ้างสองสำนักงาน บัญชีที่หนึ่ง กฎหมายอีกที่หนึ่งใช้สำนักงานเดียวที่รับทั้งบัญชี ภาษี และงานกฎหมายธุรกิจ
จุดรับผิดชอบแต่ละสำนักงานรับผิดชอบเฉพาะส่วนของตน ช่องว่างระหว่างสองงานมักตกกับเจ้าของกิจการทีมเดียวรับผิดชอบทั้งเส้นทาง ตั้งแต่ร่างสัญญาไปจนถึงตัวเลขที่ลงบัญชี
ความเร็วเมื่อเรื่องเร่งต้องส่งเอกสารชุดเดียวกันสองรอบ และรอให้สองฝ่ายเห็นตรงกันใช้ชุดเอกสารเดียวร่วมกัน ตอบได้เร็วกว่าเมื่อมีกำหนดยื่นบีบ
ต้นทุนจ่ายสองค่าบริการและเสียเวลาเจ้าของกิจการในการประสานงานค่าบริการอยู่ในขอบเขตเดียว แต่ต้องดูว่าครอบคลุมงานที่ต้องใช้จริงหรือไม่
ความเสี่ยงคำตอบขัดกันเกิดได้เมื่อฝ่ายกฎหมายมองถ้อยคำสัญญา ฝ่ายบัญชีมองผลทางภาษี โดยไม่ได้คุยกันลดลงเพราะข้อสรุปออกจากที่ประชุมเดียว แต่ต้องขอเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง
งานที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะเลือกผู้เชี่ยวชาญสาขานั้นได้ตรงตัวที่สุดควรถามตรง ๆ ว่าเรื่องนี้ทำเองหรือส่งต่อ และใครลงชื่อรับผิดชอบ
ความต่อเนื่องของข้อมูลประวัติเรื่องกระจายอยู่สองที่ ค้นย้อนหลังยากเมื่อถูกขอตรวจประวัติเอกสารและเหตุผลของแต่ละรายการอยู่ชุดเดียว

เลือกทางนี้เมื่อแยกจ้างสองสำนักงาน บัญชีที่หนึ่ง กฎหมายอีกที่หนึ่ง

  • ต้องการทนายที่เชี่ยวชาญเฉพาะประเภทคดีนั้นเป็นหลัก
  • งานกฎหมายเกิดปีละครั้งสองครั้งและไม่กระทบวิธีบันทึกบัญชี
  • มีทีมภายในที่ประสานสองสำนักงานได้เองอยู่แล้ว

เลือกทางนี้เมื่อใช้สำนักงานเดียวที่รับทั้งบัญชี ภาษี และงานกฎหมายธุรกิจ

  • เรื่องเดียวแตะทั้งสัญญา ภาษี และงบการเงินพร้อมกัน
  • มีผู้ถือหุ้นหรือกรรมการต่างชาติ ซึ่งงานเอกสารและภาษีต้องเดินไปด้วยกัน
  • ต้องการคนเดียวที่ตอบได้ว่าเอกสารชุดนี้จะลงบัญชีอย่างไร
  • เจ้าของกิจการไม่มีเวลาเป็นตัวกลางส่งข้อมูลระหว่างสองฝ่าย

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สำเนาหนังสือรับรองนิติบุคคลฉบับล่าสุด พร้อมรายชื่อผู้ถือหุ้นที่เป็นปัจจุบัน
  • สัญญาที่ยังมีผลผูกพัน เช่น เช่า จ้างงาน และซื้อขายรายใหญ่
  • งบการเงินปีล่าสุดและแบบภาษีที่ยื่นไปแล้ว
  • รายการข้อพิพาทหรือหนังสือจากหน่วยงานที่ยังไม่จบ

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. รวบรวมเรื่องที่ค้างอยู่ทั้งหมด

    เขียนรายการเรื่องที่ยังไม่จบทั้งฝ่ายบัญชีและฝ่ายกฎหมาย แล้วทำเครื่องหมายเรื่องที่แตะทั้งสองฝ่าย

    ระยะเวลา: 1–2 วัน

  2. 2. ตรวจว่าขอบเขตทับซ้อนหรือมีช่องว่าง

    เทียบขอบเขตงานที่ตกลงไว้กับรายการจริง จะเห็นว่างานบางส่วนจ่ายซ้ำ และบางส่วนไม่มีใครรับ

    ระยะเวลา: 3–5 วันทำการ

  3. 3. กำหนดผู้รับผิดชอบเป็นรายเรื่อง

    ระบุชื่อผู้รับผิดชอบและกำหนดวันส่งของแต่ละเรื่อง ไม่ใช่ระบุเพียงชื่อสำนักงาน

    ระยะเวลา: 1 สัปดาห์

  4. 4. ย้ายงานอย่างมีลำดับถ้าตัดสินใจรวม

    ส่งมอบทะเบียนเอกสาร รหัสผู้ใช้ระบบยื่นภาษี และสถานะเรื่องที่ค้าง โดยยึดกำหนดยื่นเป็นตัวตั้ง

    ระยะเวลา: 2–6 สัปดาห์ ตามจำนวนเรื่องค้าง

  5. 5. ตั้งรอบทบทวนร่วม

    นัดทบทวนรายไตรมาสเพื่อดูว่าข้อตกลงใหม่กระทบภาษีหรือการบันทึกบัญชีอย่างไร

    ระยะเวลา: ต่อเนื่อง

ข้อควรระวัง

  • เซ็นสัญญาโดยไม่ถามผลทางภาษีก่อน แล้วมารู้ตอนปิดงบว่าบันทึกได้ยาก
  • เชื่อว่าคำว่าครบวงจรหมายถึงรวมทุกอย่างในค่าบริการเดียว โดยไม่อ่านขอบเขตงาน
  • เปลี่ยนผู้ให้บริการกลางรอบยื่นภาษี ทำให้เอกสารขาดช่วง
  • ไม่ขอสรุปเป็นลายลักษณ์อักษร ทำให้ไม่มีหลักฐานว่าใครแนะนำอะไรไว้

คำถามที่พบบ่อย

ใช้ที่เดียวจะถูกกว่าจริงไหม

ขึ้นกับขอบเขตที่ตกลงและปริมาณงานจริง สิ่งที่วัดได้ชัดกว่าราคาคือเวลาที่เจ้าของกิจการต้องใช้ประสานงาน และจำนวนรอบส่งเอกสารซ้ำ ควรขอใบเสนอราคาที่ระบุงานเป็นรายการ แล้วเทียบกับสิ่งที่คุณจ่ายอยู่จริงในปีที่ผ่านมา

ถ้ามีคดีที่ต้องใช้ทนายเฉพาะทางจะทำอย่างไร

ถามให้ชัดตั้งแต่ต้นว่าเรื่องประเภทนั้นทำเองหรือส่งต่อ ใครเป็นผู้ลงชื่อในเอกสารต่อศาล และการส่งต่อกระทบค่าบริการอย่างไร คำตอบที่ตรงไปตรงมาเรื่องขอบเขตมีค่ามากกว่าคำโฆษณาว่าทำได้ทุกอย่าง

เปลี่ยนผู้ให้บริการตอนไหนเสี่ยงน้อยที่สุด

ช่วงที่มีกำหนดยื่นห่างที่สุดจะปลอดภัยกว่า เพราะมีเวลาส่งมอบทะเบียนเอกสารและสอบทานยอดยกมา ถ้าต้องย้ายกลางปี ควรกำหนดวันตัดยอดให้ชัดและระบุผู้รับผิดชอบของแต่ละเดือนไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

เช็กลิสต์ก่อนตัดสินใจ

ติ๊กทีละข้อ ถ้ายังตอบไม่ได้เกินสองข้อ ให้ส่งคำถามเข้ามาก่อนตัดสินใจ

อ่านต่อในหมวดที่เกี่ยวข้อง

ไม่ใช่แค่รับทำ — เราเป็นที่ปรึกษาให้ด้วย

สิ่งที่ควรขอก่อนตัดสินใจคือรายการงานพร้อมชื่อผู้รับผิดชอบและวันส่ง ไม่ใช่เพียงตัวเลขค่าบริการรายเดือน เมื่อขอบเขตชัด คุณจะเห็นเองว่าเรื่องของกิจการข้ามสายบัญชีกับกฎหมายบ่อยแค่ไหน และคำตอบนั้นจะบอกว่าควรรวมหรือแยก

แหล่งอ้างอิง

เปรียบเทียบเรื่องอื่นที่มักตัดสินใจพร้อมกัน

ทีมทนายความและผู้สอบบัญชี Thai Law & Accounting Services · ตรวจทานโดยทนายความผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร (Notarial Services Attorney) ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ปรับปรุง 2026-08
ข้อมูล ณ สิงหาคม 2569 ค่าธรรมเนียมและระยะเวลาของหน่วยงานราชการเปลี่ยนแปลงได้ โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ หรือให้ทีมเราตรวจสอบให้