Skip to main content
กลับสู่บทความทั้งหมด

Legal

ชนะคดีแล้วแต่ยังไม่ได้เงิน: ขั้นตอนบังคับคดี สืบทรัพย์ และอายัดทรัพย์ในทางปฏิบัติ

2026-09-09 12 minหุ้นส่วนผู้จัดการ
ทนายความกำลังให้คำปรึกษาและอธิบายสัญญากับลูกค้าในห้องประชุมสำนักงานกรุงเทพฯ
ทนายความกำลังให้คำปรึกษาและอธิบายสัญญากับลูกค้าในห้องประชุมสำนักงานกรุงเทพฯ

เขียนโดย

หุ้นส่วนผู้จัดการ

ทนายความอาวุโส สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจกว่า 15 ปี ดูแลงานควบรวมกิจการ สัญญาการค้า และข้อพิพาทพาณิชย์ระหว่างประเทศให้ลูกค้าองค์กร

ตรวจทานโดย

หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี

ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-09-09 · แก้ไขล่าสุด 2026-09-09

ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทาน

หลายคนเข้าใจผิดว่าเมื่อศาลมีคำพิพากษาให้ชนะคดีแล้ว เงินจะไหลเข้าบัญชีเองโดยอัตโนมัติ ความจริงคือคำพิพากษาเป็นเพียงใบเบิกทางให้เจ้าหนี้เริ่มกระบวนการบังคับคดี ซึ่งเจ้าหนี้ต้องลงมือสืบทรัพย์ลูกหนี้ด้วยตนเองหรือผ่านทนายความ แล้วนำผลการสืบทรัพย์ไปยื่นต่อกรมบังคับคดีเพื่อขอยึดหรืออายัดทรัพย์สิน บทความนี้เรียบเรียงลำดับขั้นตอนที่เจ้าหนี้ตัวจริงต้องเจอ ตั้งแต่วันที่ศาลอ่านคำพิพากษาจนถึงวันที่เงินเข้าบัญชี พร้อมประเด็นค่าใช้จ่ายและระยะเวลาที่มักถูกมองข้าม

Loading table of contents

จากคำพิพากษาสู่หมายบังคับคดี

เมื่อศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดหรือพ้นระยะเวลาอุทธรณ์แล้ว เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาต้องยื่นคำขอต่อศาลเพื่อออกหมายบังคับคดี ระบุยอดหนี้ตามคำพิพากษาพร้อมดอกเบี้ยที่คำนวณถึงวันยื่น ขั้นตอนนี้ดูเหมือนง่ายแต่ต้องคำนวณตัวเลขให้ถูกต้อง เพราะหากยอดผิดพลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีอาจไม่รับดำเนินการต่อ

หมายบังคับคดีที่ศาลออกให้จะระบุชื่อเจ้าพนักงานบังคับคดีที่รับผิดชอบ ซึ่งสังกัดกรมบังคับคดี กระทรวงยุติธรรม เจ้าหนี้ต้องนำหมายนี้ไปยื่นคำขอให้ดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ที่กรมบังคับคดีในเขตที่ทรัพย์สินตั้งอยู่หรือที่ลูกหนี้มีภูมิลำเนา ไม่ใช่ที่ศาลที่ตัดสินคดีเสมอไป

ในทางปฏิบัติ ตัวอย่างสมมุติเช่นบริษัทเจ้าหนี้รายหนึ่งชนะคดีเรียกหนี้การค้าแล้วปล่อยเวลาผ่านไปหลายเดือนโดยไม่ขอออกหมายบังคับคดี ระหว่างนั้นลูกหนี้โอนทรัพย์สินให้ญาติจนแทบไม่เหลือทรัพย์ให้ยึด กรณีเช่นนี้สะท้อนว่าความรวดเร็วหลังชนะคดีมีผลโดยตรงต่อโอกาสได้รับชำระหนี้จริง

การสืบทรัพย์ลูกหนี้: หัวใจของการบังคับคดี

กฎหมายไม่ได้บังคับให้เจ้าพนักงานบังคับคดีต้องออกไปค้นหาทรัพย์สินของลูกหนี้ให้ เจ้าหนี้ต้องเป็นฝ่ายสืบทรัพย์เองแล้วนำข้อมูลไปยื่นประกอบคำขอยึดหรืออายัด แหล่งข้อมูลที่ใช้ได้ตามกฎหมายมีทั้งการตรวจสอบกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สำนักงานที่ดิน การตรวจทะเบียนรถที่กรมการขนส่งทางบก และการขอข้อมูลบัญชีธนาคารผ่านกระบวนการที่ศาลหรือกรมบังคับคดีอนุญาต

ปัจจุบันกรมบังคับคดีมีระบบสืบทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมโยงข้อมูลบางส่วนกับหน่วยงานรัฐ ช่วยลดเวลาสืบทรัพย์ลงได้มาก แต่ข้อมูลเหล่านี้ไม่ครอบคลุมทุกประเภททรัพย์สิน โดยเฉพาะเงินสด สินค้าคงคลัง หรือทรัพย์สินที่ถือครองผ่านชื่อบุคคลอื่น ซึ่งต้องอาศัยการสืบสวนเชิงลึกเพิ่มเติม

งานสืบทรัพย์ที่ทำได้ดีมักไม่ได้อาศัยเพียงฐานข้อมูลราชการ แต่รวมถึงการตรวจสอบพฤติกรรมทางธุรกิจของลูกหนี้ เช่น ลูกหนี้ยังดำเนินกิจการอยู่หรือไม่ มีคู่ค้าที่เป็นลูกหนี้ของลูกหนี้อีกทอดหนึ่งหรือไม่ ซึ่งอาจนำไปสู่การอายัดสิทธิเรียกร้องที่ลูกหนี้มีต่อบุคคลภายนอกได้เช่นกัน

อายัดเงินเดือนและบัญชีธนาคาร: เงื่อนไขที่คนมักเข้าใจผิด

การอายัดเงินเดือนลูกหนี้ที่เป็นพนักงานเอกชนทำได้ แต่กฎหมายกำหนดเพดานคุ้มครองส่วนหนึ่งของเงินเดือนไว้ไม่ให้ถูกอายัดทั้งหมด เพื่อให้ลูกหนี้มีเงินเหลือดำรงชีพ อัตราส่วนที่อายัดได้จึงขึ้นอยู่กับยอดเงินเดือนจริงและภาระเลี้ยงดูที่ลูกหนี้แจ้งต่อเจ้าพนักงาน เจ้าหนี้จึงไม่ควรคาดหวังว่าจะได้รับเงินเดือนทั้งก้อนในทันที

สำหรับข้าราชการหรือพนักงานรัฐวิสาหกิจบางประเภท เงินเดือนอาจได้รับความคุ้มครองไม่ให้ถูกอายัดตามกฎหมายเฉพาะ ซึ่งเป็นจุดที่เจ้าหนี้จำนวนมากพลาดเพราะไม่ได้ตรวจสอบสถานะการทำงานของลูกหนี้ก่อนยื่นคำขอ ทำให้เสียเวลาและค่าใช้จ่ายโดยไม่ได้ผล

ส่วนการอายัดบัญชีธนาคาร เจ้าหนี้ต้องระบุชื่อธนาคารและสาขาที่คาดว่าลูกหนี้มีบัญชีอยู่ให้เจ้าพนักงานบังคับคดีทราบ กรมบังคับคดีจะไม่ค้นหาบัญชีให้ครบทุกธนาคารในประเทศ การสืบทรัพย์ที่ดีจึงควรตรวจสอบพฤติกรรมการรับโอนเงินของลูกหนี้ล่วงหน้า เช่น บัญชีที่ใช้รับชำระค่าสินค้าในคดีเดิม ซึ่งมักเป็นบัญชีที่ยังมีเงินหมุนเวียนอยู่

ระยะเวลาบังคับคดี 10 ปี และผลของการปล่อยทิ้งไว้

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งกำหนดให้เจ้าหนี้ต้องร้องขอให้บังคับคดีภายในสิบปีนับแต่วันมีคำพิพากษา หากปล่อยเวลาเกินกำหนดนี้ สิทธิบังคับคดีจะระงับไปแม้หนี้ตามคำพิพากษาจะยังไม่ขาดอายุความในทางแพ่งก็ตาม เจ้าหนี้บางรายเข้าใจผิดว่าคำพิพากษาไม่มีวันหมดอายุ ซึ่งเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและอาจทำให้เสียสิทธิไปเลย

ในทางปฏิบัติสิบปีดูเหมือนยาวนาน แต่หากลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินให้ยึดในช่วงแรก เจ้าหนี้จำเป็นต้องติดตามสถานะทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นระยะตลอดช่วงเวลาดังกล่าว เพราะลูกหนี้อาจได้รับมรดก ซื้อทรัพย์สินใหม่ หรือเปลี่ยนสถานะการทำงานเมื่อใดก็ได้ การตั้งระบบติดตามที่ต่อเนื่องจึงสำคัญไม่น้อยไปกว่าการยื่นคำขอครั้งแรก

อีกประเด็นที่ต้องระวังคือการยื่นคำขอบังคับคดีซ้ำหลายครั้งภายในสิบปีต้องมีการวางเงินค่าใช้จ่ายใหม่ทุกครั้งที่มีการยึดหรืออายัดทรัพย์ชิ้นใหม่ เจ้าหนี้ที่วางแผนกระแสเงินสดไม่ดีอาจต้องหยุดกระบวนการกลางคันเพียงเพราะขาดเงินสำรองสำหรับค่าใช้จ่ายส่วนนี้

ค่าใช้จ่ายที่ต้องวางล่วงหน้าในการบังคับคดี

การยึดหรืออายัดทรัพย์แต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายที่เจ้าหนี้ต้องวางไว้ล่วงหน้าต่อกรมบังคับคดี เช่น ค่าธรรมเนียมการยึดทรัพย์ ค่าเก็บรักษาทรัพย์ระหว่างรอการขายทอดตลาด และค่าประกาศขายทอดตลาดในกรณีที่ต้องนำทรัพย์ออกขาย ค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกหักคืนจากเงินที่ขายทรัพย์ได้ในภายหลัง แต่เจ้าหนี้ต้องสำรองจ่ายไปก่อน

หากทรัพย์ที่ยึดมาเป็นอสังหาริมทรัพย์ ค่าใช้จ่ายมักสูงกว่าการอายัดเงินในบัญชีธนาคารอย่างชัดเจน เพราะต้องมีการประเมินราคาทรัพย์ ตรวจสอบภาระผูกพันเช่นจำนอง และดำเนินกระบวนการขายทอดตลาดที่ใช้เวลานานหลายเดือนถึงหลายปีในบางกรณี เจ้าหนี้จึงควรประเมินความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจยึดทรัพย์ประเภทนี้

เจ้าหนี้ที่มีหนี้มูลค่าไม่สูงมากควรชั่งน้ำหนักระหว่างค่าใช้จ่ายบังคับคดีกับยอดหนี้ที่คาดว่าจะได้คืน เพราะในบางกรณีการเจรจาประนอมหนี้นอกกระบวนการศาลอาจให้ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าการบังคับคดีเต็มรูปแบบ โดยเฉพาะเมื่อทรัพย์สินของลูกหนี้มีมูลค่าไม่มากนัก

การบันทึกหนี้สูญทางบัญชีและภาษีเมื่อบังคับคดีไม่สำเร็จ

เมื่อดำเนินการบังคับคดีจนสุดทางแล้วยังไม่ได้รับชำระหนี้ ธุรกิจสามารถพิจารณาตัดหนี้สูญออกจากบัญชีเพื่อประโยชน์ทางภาษีได้ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญ ซึ่งกำหนดเงื่อนไขและหลักฐานที่ต้องมีแตกต่างกันตามมูลค่าหนี้ เช่น หนี้จำนวนไม่มากอาจตัดได้ง่ายกว่าหนี้ก้อนใหญ่ที่ต้องมีหลักฐานการติดตามทวงถามและการฟ้องร้องบังคับคดีอย่างครบถ้วน

หลักฐานสำคัญที่กรมสรรพากรมักพิจารณาประกอบด้วยสำเนาคำพิพากษา หมายบังคับคดี รายงานผลการสืบทรัพย์ที่แสดงว่าลูกหนี้ไม่มีทรัพย์สินเพียงพอ และหนังสือรับรองจากเจ้าพนักงานบังคับคดีว่าไม่สามารถยึดทรัพย์ได้ การเก็บเอกสารเหล่านี้ตลอดกระบวนการจึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าตัวกระบวนการบังคับคดีเอง

ฝ่ายบัญชีและฝ่ายกฎหมายควรทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น เพราะการจำหน่ายหนี้สูญที่ไม่ครบเงื่อนไขอาจถูกกรมสรรพากรปฏิเสธไม่ให้นำมาหักเป็นรายจ่ายในการคำนวณภาษีเงินได้นิติบุคคล ทำให้ธุรกิจเสียทั้งเงินต้นที่ไม่ได้คืนและประโยชน์ทางภาษีที่ควรจะได้รับไปพร้อมกัน

สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนมอบหมายทนายบังคับคดีให้ดำเนินการแทน

งานบังคับคดีต่างจากงานว่าความในชั้นพิจารณาคดี เพราะต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านการสืบทรัพย์และความคุ้นเคยกับกระบวนการของกรมบังคับคดีโดยตรง ก่อนมอบหมายงาน ควรสอบถามว่าทนายความหรือทีมงานเคยดำเนินคดีบังคับคดีจริงกี่เรื่อง มีประสบการณ์สืบทรัพย์ประเภทใดบ้าง เช่น ที่ดิน รถยนต์ หุ้น หรือสิทธิเรียกร้องต่อบุคคลภายนอก

ควรตรวจสอบใบอนุญาตทนายความและสถานะการเป็นสมาชิกสภาทนายความให้ชัดเจนก่อนเซ็นสัญญาว่าจ้าง เจ้าหนี้มีสิทธิขอดูใบอนุญาตหรือตรวจสอบสถานะผ่านช่องทางที่สภาทนายความเปิดให้ตรวจสอบได้ อย่าเชื่อเพียงคำบอกเล่าหรือนามบัตรที่ไม่มีเลขใบอนุญาตกำกับ

โครงสร้างค่าบริการงานบังคับคดีมีได้หลายแบบ ทั้งค่าบริการเหมาจ่ายรายเรื่อง ค่าบริการตามชั่วโมงทำงานสืบทรัพย์ หรือค่าตอบแทนตามเปอร์เซ็นต์ของยอดที่เรียกคืนได้จริง ควรให้ทนายความระบุเป็นลายลักษณ์อักษรว่าค่าใช้จ่ายส่วนใดรวมอยู่ในค่าบริการแล้ว และค่าใช้จ่ายส่วนใดที่เจ้าหนี้ต้องสำรองจ่ายเพิ่มเติมต่อกรมบังคับคดี เช่น ค่าธรรมเนียมยึดทรัพย์หรือค่าประกาศขายทอดตลาด

ควรสอบถามให้ชัดว่าใครเป็นผู้เดินเรื่องที่กรมบังคับคดีจริงในแต่ละขั้นตอน ทนายความเจ้าของสำนวนหรือผู้ช่วยที่ไม่มีใบอนุญาต และควรตกลงรูปแบบการรายงานความคืบหน้า เช่น รายงานทุกครั้งที่มีการยื่นคำขอหรือทุกเดือน เพื่อให้เจ้าหนี้ติดตามสถานะทรัพย์สินและค่าใช้จ่ายได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ควรตรวจสอบว่าสำนักงานที่ปรึกษามีความขัดกันทางผลประโยชน์กับฝ่ายลูกหนี้หรือไม่ และพึงระวังผู้ที่รับปากรับประกันว่าจะยึดทรัพย์ได้แน่นอน เรียกเก็บเงินสดล้วนโดยไม่ออกใบเสร็จ หรือไม่ยอมทำสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งล้วนเป็นสัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม

สรุป

การบังคับคดีเป็นงานที่ต้องอาศัยความรู้เฉพาะทางแยกจากงานว่าความในชั้นศาล ตั้งแต่การสืบทรัพย์ การคำนวณเพดานอายัดเงินเดือน การบริหารค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ไปจนถึงการเตรียมเอกสารเพื่อจำหน่ายหนี้สูญทางภาษีเมื่อเรียกคืนไม่สำเร็จ งานว่าความและบังคับคดีในชั้นศาลเป็นส่วนที่ฝ่ายสำนักงานกฎหมายของกลุ่มบริษัทดูแลโดยตรง ผู้สนใจสามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://tla.co.th เนื้อหาในบทความนี้สะท้อนหลักกฎหมายและแนวปฏิบัติเท่าที่ทราบ ณ เดือนกันยายน 2569 เป็นการให้ข้อมูลภาพรวมเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายสำหรับกรณีใดกรณีหนึ่งโดยเฉพาะ

ปรึกษาทีมเราฟรี

คำถามที่พบบ่อย

ชนะคดีแล้วต้องรอศาลบังคับให้ลูกหนี้จ่ายเองหรือไม่+

ไม่ ศาลจะไม่ดำเนินการบังคับให้อัตโนมัติ เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอออกหมายบังคับคดีเองแล้วนำไปยื่นต่อกรมบังคับคดีเพื่อดำเนินการยึดหรืออายัดทรัพย์ต่อไป

สืบทรัพย์ลูกหนี้ต้องทำเองทั้งหมดหรือขอความช่วยเหลือจากรัฐได้บ้าง+

กรมบังคับคดีมีระบบสืบทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ช่วยตรวจสอบข้อมูลบางส่วน แต่เจ้าหนี้ยังต้องเป็นฝ่ายรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมและยื่นประกอบคำขอเอง โดยเฉพาะทรัพย์สินที่ไม่ปรากฏในฐานข้อมูลราชการ

เจ้าหนี้ตามคำพิพากษาอายัดเงินเดือนลูกหนี้ได้สูงสุดเท่าไร และเหลือให้ลูกหนี้ใช้จ่ายเท่าไร+

ไม่ได้ กฎหมายกำหนดส่วนที่ได้รับความคุ้มครองไว้ให้ลูกหนี้มีเงินเหลือดำรงชีพ อัตราที่อายัดได้จริงขึ้นอยู่กับยอดเงินเดือนและภาระเลี้ยงดูของลูกหนี้แต่ละราย

ถ้าปล่อยทิ้งไว้เกินสิบปีจะเกิดอะไรขึ้น+

สิทธิร้องขอให้บังคับคดีจะระงับไปตามกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แม้คำพิพากษาจะยังคงมีผลอยู่ก็ตาม เจ้าหนี้จึงควรติดตามและยื่นคำขอบังคับคดีภายในกำหนดเวลาดังกล่าว

ค่าใช้จ่ายในการยึดหรืออายัดทรัพย์ใครเป็นผู้รับผิดชอบในที่สุด+

เจ้าหนี้ต้องสำรองจ่ายค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องล่วงหน้า แต่ตามหลักแล้วค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะถูกหักคืนจากเงินที่ได้จากการขายทรัพย์หรือเงินที่อายัดได้ในภายหลัง หากบังคับคดีไม่สำเร็จเจ้าหนี้อาจต้องรับภาระค่าใช้จ่ายส่วนนี้เอง

ตัดหนี้สูญทางบัญชีได้ทันทีที่บังคับคดีไม่สำเร็จหรือไม่+

ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรว่าด้วยการจำหน่ายหนี้สูญ ซึ่งกำหนดหลักฐานและเงื่อนไขต่างกันตามมูลค่าหนี้ ควรปรึกษาฝ่ายบัญชีควบคู่กับฝ่ายกฎหมายเพื่อจัดเตรียมเอกสารให้ครบก่อนยื่นตัดหนี้สูญ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
Loading related articles