Legal
ต่างชาติถือหุ้นบริษัทไทย: ความเสี่ยงนอมินีและวิธีตั้งโครงสร้างให้ถูกกฎหมาย

เขียนโดย
หุ้นส่วนผู้จัดการ
ทนายความอาวุโส สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ที่ปรึกษากฎหมายธุรกิจกว่า 15 ปี ดูแลงานควบรวมกิจการ สัญญาการค้า และข้อพิพาทพาณิชย์ระหว่างประเทศให้ลูกค้าองค์กร
ตรวจทานโดย
หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-09-09 · แก้ไขล่าสุด 2026-09-09
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานนักลงทุนต่างชาติจำนวนมากอยากตั้งบริษัทในไทยโดยให้คนไทยถือหุ้นข้างมากเพื่อหลีกเลี่ยงข้อจำกัดตาม พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 แต่ถ้าคนไทยที่ถือหุ้นนั้นไม่ได้ลงทุนเงินจริง ไม่มีอำนาจตัดสินใจ และรับค่าตอบแทนเพียงเพื่อยืมชื่อ โครงสร้างนั้นเข้าข่ายนอมินีซึ่งมีความผิดทางอาญาทั้งฝ่ายคนไทยและคนต่างด้าว บทความนี้อธิบายกรอบกฎหมาย ความเสี่ยงเชิงปฏิบัติ และแนวทางที่ทำให้ธุรกิจต่างชาติดำเนินไปได้อย่างถูกต้อง
โครงสร้าง พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวและบัญชีแนบท้าย
พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 กำหนดว่านิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่กึ่งหนึ่งขึ้นไปถือเป็น 'คนต่างด้าว' ตามกฎหมาย และหากธุรกิจที่จะทำอยู่ในบัญชีแนบท้ายหนึ่ง สอง หรือสาม จะต้องขออนุญาตหรือขอใบรับรองก่อนประกอบกิจการ บัญชีหนึ่งเป็นธุรกิจที่ห้ามคนต่างด้าวทำโดยเด็ดขาดด้วยเหตุผลด้านความมั่นคงและวัฒนธรรม เช่น การทำนา การค้าที่ดิน สื่อมวลชนบางประเภท
บัญชีสองเป็นธุรกิจที่เกี่ยวกับความปลอดภัยหรือศิลปวัฒนธรรมซึ่งต้องขออนุญาตจากรัฐมนตรีโดยผ่านความเห็นชอบคณะรัฐมนตรี ส่วนบัญชีสามครอบคลุมธุรกิจบริการทั่วไปจำนวนมาก เช่น บริการทางบัญชี กฎหมาย สถาปัตยกรรม ก่อสร้าง และการค้าปลีกค้าส่งที่มีทุนต่ำกว่าเกณฑ์ ซึ่งต้องขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
การเข้าใจว่าธุรกิจที่ตนจะทำอยู่ในบัญชีใดคือจุดเริ่มต้นของการวางโครงสร้างที่ถูกต้อง เพราะถ้าธุรกิจไม่อยู่ในบัญชีแนบท้ายเลย คนต่างชาติสามารถถือหุ้นได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์โดยไม่ต้องขออนุญาตพิเศษ แต่ในทางปฏิบัติเจ้าหน้าที่มักตีความขอบเขตธุรกิจอย่างเคร่งครัด จึงควรให้ที่ปรึกษากฎหมายตรวจสอบวัตถุประสงค์บริษัทและกิจกรรมจริงให้สอดคล้องกันตั้งแต่ก่อนจดทะเบียน
นอมินีคืออะไรและเหตุใดจึงเป็นความผิดอาญา
มาตรา 36 ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้บัญญัติห้ามคนไทยหรือนิติบุคคลไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวเพื่อให้คนต่างด้าวประกอบธุรกิจที่ต้องห้ามหรือต้องขออนุญาตโดยหลีกเลี่ยงกฎหมาย การกระทำเช่นนี้เรียกว่าการถือหุ้นแทนหรือนอมินี ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับ และศาลอาจสั่งเลิกกิจการ โดยความผิดครอบคลุมทั้งผู้ถือหุ้นไทยที่ยินยอมให้ใช้ชื่อ ผู้ที่ร่วมสนับสนุน และคนต่างด้าวผู้ได้รับประโยชน์
ในทางปฏิบัติ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าและกรมสอบสวนคดีพิเศษใช้ตัวชี้วัดหลายอย่างในการตรวจสอบ เช่น ผู้ถือหุ้นไทยมีรายได้หรือฐานะการเงินสอดคล้องกับสัดส่วนหุ้นที่ถือหรือไม่ เงินที่นำมาชำระค่าหุ้นมาจากบัญชีของผู้ถือหุ้นไทยเองหรือโอนมาจากบัญชีต่างประเทศในช่วงเวลาใกล้เคียงกับวันจดทะเบียน ผู้ถือหุ้นไทยเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นและมีบทบาทตัดสินใจจริงหรือเพียงเซ็นเอกสารตามที่บอก
ตัวอย่างสมมุติ บริษัทท่องเที่ยวแห่งหนึ่งจดทะเบียนโดยให้คนไทยถือหุ้น 51 เปอร์เซ็นต์ แต่เงินลงทุนทั้งหมดโอนมาจากบัญชีคู่สมรสต่างชาติของผู้ถือหุ้นไทยในวันเดียวกับที่จดทะเบียน และผู้ถือหุ้นไทยไม่เคยลงนามในมติที่ประชุมใด ๆ เลย ลักษณะเช่นนี้เป็นความเสี่ยงสูงที่จะถูกตีความว่าเป็นนอมินีหากมีการตรวจสอบ
หลักฐานที่มาของเงินลงทุนที่ผู้ถือหุ้นไทยควรเตรียม
เพื่อพิสูจน์ว่าการถือหุ้นเป็นการลงทุนจริงไม่ใช่การให้ยืมชื่อ ผู้ถือหุ้นไทยควรเก็บหลักฐานที่มาของเงินที่ใช้ชำระค่าหุ้นอย่างชัดเจน เช่น สลิปโอนเงินจากบัญชีธนาคารส่วนตัวของตนเอง หนังสือรับรองเงินเดือนหรือรายได้ประจำ เอกสารแสดงทรัพย์สินหรือมรดกที่นำมาลงทุน และหากกู้ยืมจากญาติหรือสถาบันการเงินก็ควรมีสัญญากู้ยืมที่มีดอกเบี้ยและกำหนดชำระคืนตามความเป็นจริง
งบการเงินของบริษัทตั้งแต่ปีแรกควรสะท้อนการเดินบัญชีของผู้ถือหุ้นไทยอย่างสม่ำเสมอ เช่น การรับเงินปันผลตามสัดส่วนหุ้นจริง การมีชื่อในบัญชีธนาคารบริษัทในฐานะผู้มีอำนาจลงนามร่วม และมีการเข้าร่วมประชุมกรรมการหรือผู้ถือหุ้นตามที่บันทึกในรายงานการประชุม เอกสารเหล่านี้ควรเก็บรักษาไว้ในแฟ้มบริษัทควบคู่กับสมุดบัญชีที่ผู้ตรวจสอบบัญชีจัดทำทุกปี
ผู้ถือหุ้นไทยที่รับจ้างถือหุ้นโดยไม่มีความเข้าใจเรื่องนี้มักตกเป็นจำเลยร่วมโดยไม่รู้ตัวเมื่อมีการร้องเรียนจากคู่แข่งหรือลูกจ้างเดิม จึงควรปรึกษาที่ปรึกษาทางบัญชีก่อนตอบตกลงถือหุ้นให้ใคร และเก็บสำเนาเอกสารทุกฉบับที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนไว้เป็นของตนเองด้วย ไม่ใช่ฝากไว้กับฝ่ายต่างชาติเพียงฝ่ายเดียว
ทางเลือกที่ถูกกฎหมาย: Amity Treaty, BOI และใบอนุญาตประกอบธุรกิจ
ความตกลงทางไมตรีไทย–อเมริกัน หรือ Amity Treaty เปิดทางให้นิติบุคคลอเมริกันถือหุ้นได้เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ในธุรกิจส่วนใหญ่ ยกเว้นบางสาขาที่สงวนไว้ เช่น การสื่อสาร การขนส่ง และธนาคารพาณิชย์ โดยต้องขอหนังสือรับรองจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่งอาศัยหนังสือรับรองจากสถานทูตสหรัฐฯ ก่อน
สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือ BOI ให้สิทธิประโยชน์แก่ธุรกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมาย เช่น การถือหุ้นต่างชาติเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์แม้ธุรกิจนั้นจะอยู่ในบัญชีแนบท้าย รวมถึงยกเว้นหรือลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคล การขอ BOI ต้องยื่นแผนธุรกิจแสดงมูลค่าการลงทุน การจ้างงาน และการถ่ายทอดเทคโนโลยีตามเงื่อนไขที่ประกาศกำหนดในแต่ละหมวดกิจการ
หากธุรกิจไม่เข้าเงื่อนไข Amity หรือ BOI ทางเลือกที่เหลือคือการยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยตรงต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ซึ่งพิจารณาจากประโยชน์ต่อเศรษฐกิจ การถ่ายทอดเทคโนโลยี และผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทยรายย่อย กระบวนการนี้ใช้เวลาหลายเดือนและควรเตรียมเอกสารทางการเงินของบริษัทแม่ในต่างประเทศให้ครบถ้วนตั้งแต่ต้น
เอกสารบัญชีที่ต้องเก็บไว้เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสของโครงสร้าง
นอกจากหลักฐานที่มาของเงินลงทุนแล้ว บริษัทควรเก็บสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น รายงานการประชุมผู้ถือหุ้นและกรรมการทุกครั้ง หนังสือบริคณห์สนธิและข้อบังคับฉบับปัจจุบัน สัญญาเงินกู้กรรมการหากมี และบัญชีแยกประเภทที่แสดงการเคลื่อนไหวของเงินทุนจดทะเบียนอย่างต่อเนื่องตั้งแต่วันจดทะเบียนจนถึงปัจจุบัน
งบการเงินที่ผู้สอบบัญชีรับอนุญาตลงนามรับรองทุกปีเป็นเอกสารสำคัญที่แสดงว่าบริษัทดำเนินกิจการจริง มีรายได้และรายจ่ายสอดคล้องกับธุรกิจที่จดทะเบียน หากมีการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ งบการเงินที่จัดทำอย่างสม่ำเสมอและตรงต่อเวลาย่อมช่วยลดข้อสงสัยเรื่องความโปร่งใสของผู้ถือหุ้นได้มาก ต่างจากบริษัทที่ปล่อยให้งบการเงินค้างส่งหลายปีซึ่งมักถูกตั้งข้อสังเกตก่อน
สำนักงานบัญชีที่ดูแลบริษัทควรจัดทำแฟ้มเอกสารประจำปีแยกตามหมวด เช่น แฟ้มทะเบียนผู้ถือหุ้น แฟ้มสัญญาเงินกู้ แฟ้มมติที่ประชุม และแฟ้มหลักฐานการโอนเงินลงทุน เพื่อให้ทั้งฝ่ายบัญชีและฝ่ายกฎหมายสามารถดึงเอกสารมาชี้แจงได้ทันทีหากมีหนังสือเรียกจากหน่วยงานราชการ การเตรียมล่วงหน้าเช่นนี้ประหยัดเวลาและลดความเสี่ยงในการถูกตั้งข้อหาอย่างมาก
สิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนมอบหมายทนายความดูแลโครงสร้างการลงทุนต่างชาติ
งานด้านโครงสร้างผู้ถือหุ้นต่างชาติต้องอาศัยทนายความที่มีประสบการณ์ตรงด้าน foreign investment และเคยยื่นขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวหรือ BOI มาก่อน ควรสอบถามผลงานที่ผ่านมาว่าเคยทำเรื่องประเภทใดบ้าง เคยรับมือกับการตรวจสอบนอมินีของกรมพัฒนาธุรกิจการค้าหรือไม่ และควรตรวจสอบใบอนุญาตว่าความและการเป็นสมาชิกสภาทนายความแห่งประเทศไทยของทนายความที่จะดูแลคดีให้แน่ใจว่ามีตัวตนและใบอนุญาตยังไม่ถูกเพิกถอน
โครงสร้างค่าบริการของงานประเภทนี้มักแบ่งเป็นค่าที่ปรึกษารายเดือนสำหรับดูแลต่อเนื่อง ค่าบริการรายเรื่องสำหรับการยื่นขอใบอนุญาตแต่ละครั้ง และบางครั้งมีค่าธรรมเนียมราชการแยกต่างหากซึ่งไม่รวมอยู่ในค่าบริการทนายความ ควรขอทราบล่วงหน้าว่าค่าบริการครอบคลุมถึงขั้นตอนใดบ้าง เช่น การร่างเอกสาร การยื่นคำขอ การตอบข้อซักถามของเจ้าหน้าที่ หรือหากถูกดำเนินคดีอาญาต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมงานฟ้องร้องและแก้ต่างคดีในชั้นศาลอยู่ในความดูแลของฝ่ายคดีความ ซึ่งเผยแพร่รายละเอียดไว้ที่ https://tla.co.th
ก่อนตัดสินใจว่าจ้าง ควรขอขอบเขตงานเป็นลายลักษณ์อักษรระบุผู้รับผิดชอบหลักที่จะติดต่อและรายงานความคืบหน้า ความถี่ในการอัปเดต และตรวจสอบว่าทนายความหรือสำนักงานนั้นมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์หรือไม่ เช่น เคยเป็นที่ปรึกษาให้คู่แข่งทางธุรกิจของท่านมาก่อน สัญญาณเตือนที่ควรระวังคือทนายที่รับประกันผลลัพธ์แบบเบ็ดเสร็จ รับเงินสดโดยไม่ออกใบเสร็จ หรือไม่มีสัญญาว่าจ้างเป็นลายลักษณ์อักษรตั้งแต่เริ่มต้น
สรุป
การถือหุ้นแทนหรือนอมินีไม่ใช่ทางลัดที่ปลอดภัย เพราะมีโทษอาญาต่อทั้งผู้ถือหุ้นไทยและนักลงทุนต่างชาติ และอาจนำไปสู่การเลิกกิจการโดยคำสั่งศาล ทางเลือกที่ยั่งยืนกว่าคือการวางโครงสร้างให้ถูกต้องตั้งแต่ต้นผ่านสนธิสัญญาไมตรี การขอ BOI หรือการขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวโดยตรง พร้อมทั้งเก็บหลักฐานทางบัญชีให้ครบถ้วนตลอดอายุกิจการ บทความนี้เรียบเรียงจากกฎเกณฑ์ที่ใช้อยู่ในเดือนกันยายน 2569 มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นความรู้พื้นฐานแก่ผู้ประกอบการ ไม่ได้จัดทำขึ้นเพื่อใช้แทนความเห็นทางกฎหมายในโครงสร้างการถือหุ้นรายใด
ปรึกษาทีมเราฟรีคำถามที่พบบ่อย
ถ้าคนต่างชาติถือหุ้น 49 เปอร์เซ็นต์ ถือว่าปลอดภัยจากข้อหานอมินีเลยหรือไม่+
สัดส่วนหุ้นไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียว หากผู้ถือหุ้นไทยส่วนที่เหลือไม่ได้ลงทุนเงินจริงหรือไม่มีอำนาจตัดสินใจใด ๆ เจ้าหน้าที่ยังสามารถตีความว่าเป็นนอมินีได้จากพฤติการณ์โดยรวม ไม่ใช่จากตัวเลขสัดส่วนหุ้นเพียงอย่างเดียว
กรรมการต่างชาติเซ็นเช็คบริษัทได้หรือไม่หากผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นคนไทย+
ได้ กรรมการต่างชาติสามารถมีอำนาจลงนามผูกพันบริษัทได้ตามที่ระบุในหนังสือรับรอง แต่การมีอำนาจบริหารเต็มรูปแบบขณะที่ผู้ถือหุ้นไทยไม่มีบทบาทเลยอาจถูกนำไปเป็นข้อสังเกตประกอบการตรวจสอบนอมินีได้เช่นกัน
BOI ครอบคลุมทุกประเภทธุรกิจหรือไม่+
ไม่ครอบคลุมทุกประเภท BOI ให้สิทธิประโยชน์เฉพาะกิจการในกลุ่มอุตสาหกรรมเป้าหมายตามประกาศคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เช่น การผลิต เทคโนโลยีขั้นสูง และบริการบางประเภท ธุรกิจค้าปลีกทั่วไปมักไม่เข้าเงื่อนไข
หากถูกกล่าวหาว่าเป็นนอมินี บริษัทจะถูกดำเนินการอย่างไร+
หน่วยงานอาจสั่งให้ชี้แจงหรือแก้ไขโครงสร้างผู้ถือหุ้น หากพบว่าเข้าข่ายความผิดจริง ศาลอาจสั่งให้เลิกกิจการและดำเนินคดีอาญากับผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายตามมาตรา 36 และมาตราที่เกี่ยวข้องของ พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
ผู้ถือหุ้นไทยที่ถูกจ้างให้ถือหุ้นสามารถถอนตัวได้หรือไม่หากรู้ตัวภายหลังว่าเป็นนอมินี+
สามารถขอคำปรึกษาทางกฎหมายเพื่อโอนหุ้นคืนหรือปรับโครงสร้างใหม่ได้ แต่ควรทำโดยเร็วและมีหลักฐานประกอบว่าตนไม่ได้มีเจตนาช่วยเหลือการหลีกเลี่ยงกฎหมายตั้งแต่แรก การปรึกษาทนายความก่อนดำเนินการจะช่วยลดความเสี่ยงทางอาญาของตนเอง
งานฟ้องร้องหรือแก้ต่างคดีนอมินีในชั้นศาลทำโดยใคร+
งานว่าความในชั้นศาลเป็นงานของฝ่ายสำนักงานกฎหมายที่มีทนายความขึ้นทะเบียนว่าความ ซึ่งแยกจากงานให้คำปรึกษาด้านโครงสร้างและบัญชี รายละเอียดงานด้านคดีความเผยแพร่แยกไว้ที่เว็บไซต์ https://tla.co.th
บทความที่เกี่ยวข้อง
ดูทั้งหมด →อ่านต่อรายจังหวัด
รับจดทะเบียนบริษัท หจก. VAT เครื่องหมายการค้า — เลือกจังหวัดของคุณ
แต่ละจังหวัดมีสำนักงานพื้นที่ที่ต้องติดต่อ รอบส่งเอกสาร และลักษณะธุรกิจต่างกัน หน้าด้านล่างเขียนแยกตามพื้นที่จริงและเสนอราคาเป็นรายกรณี
ภาคกลาง
ภาคตะวันออก
ภาคตะวันตก
ภาคเหนือ
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (อีสาน)
ภาคใต้