ข้อพิพาทภาษีและการตรวจสอบจากสรรพากร
ตอบหนังสือเชิญพบและอุทธรณ์การประเมิน โดยทีมที่อ่านงบของคุณเอง
คำตอบสั้น ๆ
เมื่อได้รับหนังสือเชิญพบหรือหนังสือแจ้งการประเมิน สิ่งที่ชี้ผลลัพธ์คือเอกสารที่คุณมีอยู่ ไม่ใช่คำอธิบายปากเปล่า เราจึงเริ่มจากการตรวจว่าหลักฐานของรายการที่ถูกตั้งคำถามครบหรือไม่ ประเด็นที่สู้ได้กับประเด็นที่ควรยอมมีอะไร แล้วจึงเตรียมคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและเข้าพบแทนคุณภายในกำหนดเวลาของหนังสือฉบับนั้น
ประเด็นที่ถูกตั้งคำถามบ่อย
ประเด็นที่พบมากที่สุดคือรายจ่ายที่ไม่มีเอกสารรองรับเพียงพอ ค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่ปนอยู่ในค่าใช้จ่ายบริษัท เงินที่กรรมการยืมออกไปโดยไม่มีสัญญา และภาษีซื้อที่ขอคืนจากใบกำกับภาษีที่ไม่ครบองค์ประกอบ
อีกกลุ่มคือรายได้ที่ยอดในงบไม่ตรงกับยอดในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มหรือยอดเงินเข้าบัญชีธนาคาร ผลต่างที่อธิบายไม่ได้จะถูกถือเป็นรายได้ที่ยังไม่ได้นำมาเสียภาษี ซึ่งเป็นเหตุให้เกิดเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม
ลำดับการทำงาน
เราไม่แนะนำให้เข้าพบก่อนตรวจเอกสาร เพราะคำตอบที่ให้ไปในวันแรกจะถูกใช้อ้างอิงต่อไปทั้งเรื่อง ขั้นแรกคือรวบรวมเอกสารตามประเด็นในหนังสือ ขั้นที่สองคือประเมินว่าถ้าถูกประเมินเต็มจำนวนจะเป็นเงินเท่าไร เพื่อให้คุณเห็นขอบเขตความเสี่ยงจริง
ถ้าการประเมินออกมาแล้วและเห็นว่าไม่ถูกต้อง ยังมีขั้นตอนอุทธรณ์ตามกำหนดเวลาที่กฎหมายให้ไว้ การปล่อยให้พ้นกำหนดคือความเสียหายที่แก้ไม่ได้ เราจึงจับกำหนดเวลาของทุกฉบับไว้ตั้งแต่วันรับเรื่อง
เอกสารที่ต้องเตรียม
- หนังสือเชิญพบหรือหนังสือแจ้งการประเมินฉบับจริง
- งบการเงินและแบบแสดงรายการภาษีของปีที่ถูกตรวจ
- สมุดบัญชี รายงานภาษีซื้อ–ขาย และใบกำกับภาษีของรายการที่ถูกถาม
- รายการเดินบัญชีธนาคารของช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง
- สัญญาหรือเอกสารที่ใช้อ้างอิงรายการนั้น
ลำดับการทำงาน
- 1.อ่านหนังสือและจับกำหนดเวลาทุกฉบับก่อนเริ่มงานอื่น
- 2.ตรวจเอกสารตามประเด็นที่ถูกตั้งคำถามทีละข้อ
- 3.ประเมินภาระภาษี เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มในกรณีเลวร้ายที่สุด
- 4.จัดทำคำชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรและเข้าพบแทนบริษัท
- 5.ถ้าจำเป็น ยื่นอุทธรณ์ภายในกำหนดและติดตามผล
ทำไมฝ่ายบัญชีต้องเข้ามาด้วย
ข้อพิพาทภาษีเป็นงานที่แยกฝ่ายกฎหมายกับฝ่ายบัญชีไม่ได้เลย เพราะข้อต่อสู้ทุกข้อต้องชี้ไปที่รายการในสมุดบัญชีและเอกสารประกอบที่มีอยู่จริง
คำถามที่ลูกค้าถามบ่อยในงานนี้
ได้รับหนังสือเชิญพบ ต้องไปเองไหม
มอบอำนาจให้ผู้แทนเข้าพบได้ และในทางปฏิบัติมักดีกว่า เพราะผู้แทนที่เตรียมเอกสารมาแล้วจะตอบตรงประเด็นและไม่ให้ข้อมูลเกินขอบเขตที่ถูกถาม
ถ้ายอมจ่ายตามที่ประเมิน จะจบเรื่องเลยไหม
จบเฉพาะปีและประเด็นที่ถูกประเมิน แต่ถ้าสาเหตุตั้งต้นยังอยู่ เช่น เอกสารรายจ่ายยังไม่ครบเหมือนเดิม ปีถัดไปก็มีโอกาสถูกตั้งคำถามด้วยเหตุเดียวกัน เราจึงเสนอแนวทางแก้ที่ต้นทางไปพร้อมกัน
มีค่าใช้จ่ายเท่าไร
เสนอราคาตามจำนวนปีที่ถูกตรวจ จำนวนประเด็น และปริมาณเอกสารที่ต้องรวบรวม แจ้งเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน ค่าธรรมเนียมราชการถ้ามีเรียกเก็บตามจริงแยกจากค่าบริการ