Skip to main content
กลับสู่บทความทั้งหมด

อุตสาหกรรม / Industry

คลินิกขายทั้งการรักษาและเครื่องสำอาง: รายได้ไหนเสีย VAT รายได้ไหนยกเว้น

2025-03-04 7 minหัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)
นักบัญชีกำลังตรวจสอบเอกสารบัญชีรายเดือนของบริษัทในสำนักงานบัญชี
นักบัญชีกำลังตรวจสอบเอกสารบัญชีรายเดือนของบริษัทในสำนักงานบัญชี

เขียนโดย

หัวหน้าฝ่ายบัญชี (CPA)

ผู้สอบบัญชีรับอนุญาต ขึ้นทะเบียนสภาวิชาชีพบัญชี

ดูแลงบการเงินของ SME และบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นต่างชาติ ตั้งแต่ออกแบบผังบัญชีเดือนแรกจนถึงการรับรองงบปลายปีตาม TFRS for NPAEs

ตรวจทานโดย

หัวหน้าฝ่ายภาษี

ที่ปรึกษาภาษีอากรและผู้ตรวจสอบภาษี (TA)

ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2025-03-04 · แก้ไขล่าสุด 2026-01-10

ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทาน

คลินิกที่ให้ทั้งการรักษาและขายสินค้าหรือบริการเสริมความงามต้องแยกรายได้ให้ชัด เพราะบริการรักษาพยาบาลได้รับยกเว้น VAT แต่รายได้ส่วนอื่นอาจต้องเสีย VAT การแยกไม่ชัดอาจทำให้ถูกประเมินภาษีย้อนหลัง

1) อะไรได้ยกเว้น VAT อะไรไม่ได้

มาตรา 81(1) ยกเว้น VAT สำหรับบริการรักษาพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ การจัดประเภทขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของบริการ ไม่ใช่ชื่อหัตถการ

  • •มักอยู่ในข่ายยกเว้น: การตรวจ วินิจฉัย และรักษาโรคโดยผู้ประกอบวิชาชีพ รวมถึงยาที่จ่ายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษา
  • •มักต้องเสีย VAT: หัตถการเพื่อความงามที่ไม่มีวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ การขายครีมหรืออาหารเสริมแยกต่างหาก บริการสปา
  • •กรณีก้ำกึ่ง: ควรมีเวชระเบียนระบุเหตุผลทางการแพทย์ และหากไม่แน่ใจ ขอความเห็นจากกรมสรรพากรเป็นหนังสือ

2) โครงผังบัญชี

แยกบัญชีรายได้อย่างน้อยเป็น บริการรักษาที่ยกเว้น VAT, บริการหรือสินค้าที่เสีย VAT และการขายยาหรือสินค้าแยกต่างหาก เพื่อให้ยอดขายในแบบ ภ.พ.30 ตรงกับบัญชีและใบกำกับภาษี

3) การเฉลี่ยภาษีซื้อ

ค่าใช้จ่ายที่ใช้ร่วมกันทั้งกิจการยกเว้นและกิจการเสีย VAT เช่น ค่าเช่า ค่าไฟ ค่าโฆษณา ต้องเฉลี่ยภาษีซื้อตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกรมสรรพากรกำหนด โดยทั่วไปใช้สัดส่วนรายได้ เช่น รายได้ที่เสีย VAT 30% ของรายได้รวม จะใช้ภาษีซื้อส่วนนั้นได้ประมาณ 30%

4) แพทย์ผู้ก่อตั้ง: เงินเดือนหรือเงินปันผล

เงินเดือนเสียภาษีตามอัตราก้าวหน้าและเป็นรายจ่ายของบริษัท ส่วนเงินปันผลจ่ายจากกำไรหลังภาษีนิติบุคคลและถูกหัก ณ ที่จ่าย 10% ซึ่งผู้รับเลือกไม่นำไปรวมคำนวณภาษีได้ สัดส่วนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับกำไร รายได้อื่น และค่าลดหย่อนของแต่ละคน ควรคำนวณจากตัวเลขจริง

สรุป

ระบบบัญชีที่แยกรายได้และเก็บเอกสารถูกต้องช่วยลดความเสี่ยงถูกประเมินภาษีย้อนหลัง ทีมของเราช่วยวางระบบให้คลินิกความงาม ทันตกรรม และสัตวแพทย์ ค่าบริการขึ้นอยู่กับขอบเขตงาน กรุณาติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อขอใบเสนอราคา

ปรึกษาทีมเราฟรี

คำถามที่พบบ่อย

คลินิกทันตกรรมต้องจด VAT ไหม?+

การรักษาทางทันตกรรมอยู่ในข่ายยกเว้น แต่หากมีรายได้จากการขายสินค้าหรือบริการที่เสีย VAT เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียน ควรประเมินรายได้แต่ละประเภท

จ่ายค่าตรวจให้แพทย์ที่มาออกตรวจ หัก ณ ที่จ่ายเท่าไร?+

ค่าวิชาชีพอิสระตามมาตรา 40(6) หัก 3% ยื่น ภ.ง.ด.3 หากผู้รับเป็นบุคคล หรือ ภ.ง.ด.53 หากเป็นนิติบุคคล

ภาษีซื้อจากการซื้อยา ใช้เครดิตได้ไหม?+

ใช้ไม่ได้ในส่วนที่เกี่ยวกับกิจการที่ได้รับยกเว้น ส่วนที่ใช้ร่วมกันต้องเฉลี่ยตามหลักเกณฑ์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด →
บัญชี / Accountingหมวดเดียวกัน

ปิดงบการเงินให้ทันเดดไลน์: Checklist สำหรับ SME

รายการเอกสารและกำหนดเวลาที่ต้องรู้ก่อนปิดงบทุกปี พร้อมเทคนิคลดต้นทุน CPA

5 minอ่านบทความ ปิดงบการเงินให้ทันเดดไลน์: Checklist สำหรับ SME →
อุตสาหกรรม / Industryหมวดเดียวกัน

ผู้รับเหมาโดนหักเงินประกันผลงาน: รับรู้รายได้ตามงวดงานอย่างไรให้กำไรไม่เพี้ยน

วิธีรับรู้รายได้ตามขั้นความสำเร็จ (POC) ตาม TFRS 15 คุม retention 5% และแยก sub-contractor WHT ให้จบทุกงวด

9 minอ่านบทความ ผู้รับเหมาโดนหักเงินประกันผลงาน: รับรู้รายได้ตามงวดงานอย่างไรให้กำไรไม่เพี้ยน →
อุตสาหกรรม / Industryหมวดเดียวกัน

โรงแรมจะคุยกับธนาคารหรือนักลงทุน: จัดงบกำไรขาดทุนแบบ USALI

วางบัญชีโรงแรมตาม Uniform System of Accounts for the Lodging Industry (USALI 11th) พร้อม reconcile OTA และคุม service charge 10%

9 minอ่านบทความ โรงแรมจะคุยกับธนาคารหรือนักลงทุน: จัดงบกำไรขาดทุนแบบ USALI →
แก้ปัญหา / Helpหมวดเดียวกัน

จะเปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปี: ขอรับอะไรคืนจากที่เดิมให้ครบ

แผนย้ายสำนักบัญชีที่ไม่ทำให้เดือนถัดไปพัง — trial balance, VAT open items, WHT running numbers, และ closing memo ที่ต้องขอครบ

7 minอ่านบทความ จะเปลี่ยนสำนักงานบัญชีกลางปี: ขอรับอะไรคืนจากที่เดิมให้ครบ →

แหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้

ตรวจตัวบทและแนวทางของหน่วยงานได้จากลิงก์ต้นทางด้านล่าง ขอบเขตที่แต่ละแหล่งรองรับระบุไว้ใต้ชื่อเอกสาร ข้อสรุปเฉพาะกิจการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและกฎที่มีผลกับช่วงเวลานั้นด้วย

  1. 1. พระราชบัญญัติ

    พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    หน้าที่จัดทำบัญชี คุณสมบัติผู้ทำบัญชี ระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสาร และกำหนดนำส่งงบการเงิน

  2. 2. มาตรฐานวิชาชีพ

    มาตรฐานรายงานการเงินฉบับที่ใช้กับกิจการซึ่งไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ (NPAEs) (TFRS for NPAEs)

    สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์

    กรอบการรายงานที่ SME ส่วนใหญ่ใช้จัดทำงบการเงิน รวมถึงการรับรู้รายได้ สินค้าคงเหลือ และที่ดินอาคารอุปกรณ์

  3. 3. ประมวลกฎหมาย

    ประมวลรัษฎากร

    กรมสรรพากร

    ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล

  4. 4. ระบบ/แบบฟอร์มราชการ

    ระบบนำส่งงบการเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ (DBD e-Filing)

    กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

    ช่องทางนำส่งงบการเงินและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์