คู่มือตามสถานการณ์
คู่มือภาษีคลินิกเวชกรรม เสริมความงาม และทันตกรรม: แยกรายได้ยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มกับสินค้าเสียภาษี
เจ้าของคลินิกเวชกรรม คลินิกเสริมความงาม คลินิกทันตกรรม และแพทย์ที่กำลังตัดสินใจเปิดสถานพยาบาลของตนเอง
สรุปคำตอบสั้น
รายได้ค่าตรวจรักษาพยาบาล ค่ายา และหัตถการทางการแพทย์ของสถานพยาบาลได้รับยกเว้นภาษีมูลค่าเพิ่มตามประมวลรัษฎากร แต่รายได้จากการขายเวชสำอาง ครีมบำรุง อาหารเสริม และคอร์สความงามที่ไม่ใช่การรักษา เป็นส่วนที่ต้องเสียภาษีเมื่อรายได้ส่วนนั้นถึงเกณฑ์จดทะเบียน คลินิกที่มีทั้งสองส่วนต้องแยกรายได้ให้ชัด และเฉลี่ยภาษีซื้อของค่าใช้จ่ายส่วนกลางตามสัดส่วนรายได้ มิฉะนั้นภาษีซื้อทั้งหมดมีสิทธิถูกตัด
ปุ่ม PDF จะเปิดหน้าพร้อมพิมพ์ ให้เลือก “บันทึกเป็น PDF” ในกล่องพิมพ์ของเบราว์เซอร์ ไฟล์ประกอบด้วยข้อเท็จจริงสำคัญ เช็กลิสต์เอกสาร และไทม์ไลน์
ข้อเท็จจริงสำคัญ
| รายได้ที่ยกเว้นภาษี | ค่าตรวจรักษา ค่ายา และหัตถการทางการแพทย์ที่เป็นการประกอบโรคศิลปะ |
|---|---|
| รายได้ที่ต้องเสียภาษี | การขายเวชสำอาง อาหารเสริม และบริการความงามที่ไม่ใช่การรักษาพยาบาล |
| ภาษีซื้อส่วนกลาง | ค่าเช่า ค่าน้ำค่าไฟ และอุปกรณ์ที่ใช้ร่วมกันต้องเฉลี่ยตามสัดส่วนรายได้ที่เสียภาษี |
| เงินได้ของแพทย์ | ค่าตอบแทนการประกอบโรคศิลปะเป็นเงินได้ประเภทที่กฎหมายกำหนดไว้เฉพาะ พร้อมทางเลือกหักค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ |
สรุปใช้งานจริง
ถ้ามีเวลาอ่านแค่ย่อหน้าเดียว ให้เริ่มจากห้าบรรทัดนี้ก่อน แล้วค่อยกลับมาอ่านรายละเอียดทีหลัง
- 1.ก่อนเปิดคลินิก — ออกแบบผังบัญชีให้แยกรายได้ยกเว้นกับรายได้เสียภาษีตั้งแต่รหัสบัญชี
- 2.ทุกเดือน — สรุปรายได้แต่ละประเภทและคำนวณสัดส่วนสำหรับเฉลี่ยภาษีซื้อ
- 3.เมื่อรายได้ฝั่งเสียภาษีถึงเกณฑ์ — จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดและเริ่มออกใบกำกับภาษีสำหรับส่วนที่เสียภาษี
- 4.ผังรายได้แยกตามประเภทบริการและสินค้า
- 5.ใบกำกับภาษีของค่าใช้จ่ายส่วนกลางทั้งหมด
เช็กลิสต์เอกสาร
ผังรายได้แยกตามประเภทบริการและสินค้า
ทุกรายการขายต้องตอบได้ว่าอยู่ฝั่งยกเว้นหรือฝั่งเสียภาษี
ใบกำกับภาษีของค่าใช้จ่ายส่วนกลางทั้งหมด
เป็นฐานของการเฉลี่ยภาษีซื้อ ถ้าไม่มีเอกสารจะไม่มีอะไรให้เฉลี่ย
บันทึกวิธีเฉลี่ยภาษีซื้อที่ใช้สม่ำเสมอ
เจ้าหน้าที่จะถามว่าใช้เกณฑ์ใดและเปลี่ยนเกณฑ์หรือไม่
ทะเบียนสินค้าคงคลังของเวชสำอางและอาหารเสริม
การขายสินค้าต้องมีบัญชีสินค้าคงคลังรองรับยอดขายและต้นทุน
สัญญาหรือหนังสือจ้างแพทย์ที่ระบุค่าตอบแทนชัดเจน
กำหนดว่ารายการใดเป็นเงินได้ของแพทย์และรายการใดเป็นรายได้ของคลินิก
ใบอนุญาตสถานพยาบาลและเอกสารประกอบวิชาชีพ
ขอบเขตการยกเว้นผูกกับการเป็นสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ
ไทม์ไลน์ที่ต้องทำ
ก่อนเปิดคลินิก
ออกแบบผังบัญชีให้แยกรายได้ยกเว้นกับรายได้เสียภาษีตั้งแต่รหัสบัญชี
ทุกเดือน
สรุปรายได้แต่ละประเภทและคำนวณสัดส่วนสำหรับเฉลี่ยภาษีซื้อ
เมื่อรายได้ฝั่งเสียภาษีถึงเกณฑ์
จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มภายในกำหนดและเริ่มออกใบกำกับภาษีสำหรับส่วนที่เสียภาษี
ทุกรอบยื่นแบบ
ยื่นแบบแสดงเฉพาะรายได้และภาษีซื้อส่วนที่เกี่ยวกับกิจการที่เสียภาษี
ปิดรอบบัญชี
ทบทวนสัดส่วนเฉลี่ยทั้งปีและปรับปรุงหากสัดส่วนจริงต่างจากที่ใช้ระหว่างปี
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย
- ถือว่ารายได้ทั้งหมดของคลินิกได้รับยกเว้นเพราะเป็นสถานพยาบาล
- นำภาษีซื้อของค่าใช้จ่ายส่วนกลางมาใช้เต็มจำนวนโดยไม่เฉลี่ย
- ขายเวชสำอางปนในใบเสร็จค่ารักษาใบเดียวกันโดยไม่แยกรายการ
- เปลี่ยนวิธีเฉลี่ยภาษีซื้อระหว่างปีโดยไม่มีเหตุผลบันทึกไว้
คำถามที่ถูกถามซ้ำ
ต้องพิจารณาว่าเป็นการรักษาพยาบาลโดยแพทย์หรือเป็นบริการความงาม หัตถการที่แพทย์ทำเพื่อการรักษาอยู่ในขอบเขตยกเว้น ส่วนบริการเพื่อความงามล้วนที่ไม่ใช่การรักษาเป็นฝั่งเสียภาษี การจัดประเภทควรทำเป็นรายบริการและบันทึกเหตุผลไว้
เมื่อรายได้จากส่วนที่เสียภาษีรวมกันถึงเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด คลินิกต้องจดทะเบียนและเรียกเก็บภาษีเฉพาะส่วนนั้น รายได้ค่ารักษายังคงได้รับยกเว้นต่อไป
ค่าเช่าเป็นค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ต้องเฉลี่ยตามสัดส่วนรายได้ที่เสียภาษีต่อรายได้รวม และใช้สิทธิเฉพาะส่วนที่เฉลี่ยได้เท่านั้น
การรับในนามบุคคลเป็นเงินได้ประเภทการประกอบโรคศิลปะซึ่งมีวิธีหักค่าใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ ส่วนการเปิดบริษัททำให้หักค่าใช้จ่ายตามจริงและเสียภาษีในอัตรานิติบุคคล ทางเลือกขึ้นกับขนาดรายได้ โครงสร้างค่าใช้จ่าย และแผนระยะยาว ควรคำนวณเปรียบเทียบทั้งสองแบบก่อนตัดสินใจ
ยาที่จ่ายเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาพยาบาลอยู่ในขอบเขตยกเว้นเช่นเดียวกับค่ารักษา แต่ควรแสดงรายการในใบเสร็จให้เห็นว่าเป็นยาที่จ่ายประกอบการรักษา ไม่ใช่การขายสินค้าแยกอิสระ
เมื่อพิสูจน์ส่วนที่ยกเว้นไม่ได้ เจ้าหน้าที่อาจถือว่ารายได้ทั้งหมดเป็นฝั่งเสียภาษี และภาษีซื้อที่เคยใช้สิทธิก็ถูกทบทวนตามไปด้วย การออกแบบบัญชีให้แยกตั้งแต่ต้นจึงสำคัญกว่าการมาแก้ภายหลัง
เขียนโดย
หัวหน้าฝ่ายลูกค้าต่างชาติ
ผู้เชี่ยวชาญ BOI ใบอนุญาตประกอบธุรกิจคนต่างด้าว และใบอนุญาตทำงาน
ประสานงานกับ BOI กรมพัฒนาธุรกิจการค้า และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองให้นักลงทุนต่างชาติ ตั้งแต่ขั้นออกแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นจนถึงต่ออายุวีซ่า
ตรวจทานโดย
หุ้นส่วนผู้จัดการ
ทนายความอาวุโส สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์
ตรวจความถูกต้องของข้อกฎหมายและตัวเลขก่อนเผยแพร่ · เผยแพร่ 2026-08-29 · แก้ไขล่าสุด 2026-08-29
ดูคุณวุฒิผู้ตรวจทานแหล่งอ้างอิงที่ตรวจสอบได้
ตรวจตัวบทและแนวทางของหน่วยงานได้จากลิงก์ต้นทางด้านล่าง ขอบเขตที่แต่ละแหล่งรองรับระบุไว้ใต้ชื่อเอกสาร ข้อสรุปเฉพาะกิจการต้องพิจารณาข้อเท็จจริงและกฎที่มีผลกับช่วงเวลานั้นด้วย
1. ประมวลกฎหมาย
ประมวลรัษฎากรกรมสรรพากร
ตัวบทหลักของภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ พร้อมกฎกระทรวงและคำสั่งที่ออกตามความในประมวล
2. มาตรฐานวิชาชีพ
มาตรฐานรายงานการเงินฉบับที่ใช้กับกิจการซึ่งไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ (NPAEs) (TFRS for NPAEs)สภาวิชาชีพบัญชี ในพระบรมราชูปถัมภ์
กรอบการรายงานที่ SME ส่วนใหญ่ใช้จัดทำงบการเงิน รวมถึงการรับรู้รายได้ สินค้าคงเหลือ และที่ดินอาคารอุปกรณ์
3. พระราชบัญญัติ
พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
หน้าที่จัดทำบัญชี คุณสมบัติผู้ทำบัญชี ระยะเวลาเก็บรักษาบัญชีและเอกสาร และกำหนดนำส่งงบการเงิน
คู่มืออื่นในชุดนี้