Skip to main content

บริการ · บัญชี ภาษี และตรวจสอบ

งานประกันสังคมสำหรับนายจ้าง

ขึ้นทะเบียนนายจ้าง ยื่นเงินสมทบ และดูแลกองทุนเงินทดแทน

  • มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป

    จำนวนลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง

  • ภายใน 30 วันนับแต่วันจ้างลูกจ้างคนแรก

    กำหนดขึ้นทะเบียนนายจ้าง

  • แต่ละฝ่ายจ่าย 5% โดยคิดจากฐานค่าจ้างช่วง 1,650 ถึง 17,500 บาท

    อัตราเงินสมทบ (นายจ้าง+ลูกจ้าง)

ฝ่ายบุคคลขึ้นทะเบียนพนักงานใหม่เข้าประกันสังคม

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนต้องขึ้นทะเบียนประกันสังคมภายใน 30 วันนับจากวันเริ่มจ้าง และนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป เราขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง ยื่น สปส.1-10 ทุกเดือน แจ้งเข้า–แจ้งออกให้ทันกำหนด และดูแลรายงานกองทุนเงินทดแทนประจำปี

สอบถามเพื่อประเมินราคา — เจ้าหน้าที่ตรวจปริมาณเอกสาร ความซับซ้อน และกำหนดส่งงานก่อนออกใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษร

ขอบเขตที่ใช้ประเมินใบเสนอราคา

รายการการเสนอราคา
ขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง (สปส.1-01)ประเมินตามปริมาณเอกสาร
ยื่นเงินสมทบรายเดือน (สปส.1-10)ประเมินตามปริมาณเอกสาร
ยื่นกองทุนเงินทดแทนและรายงานประจำปีประเมินตามปริมาณเอกสาร

ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าอากรแสตมป์ และค่าแปลเอกสารเรียกเก็บตามจริงพร้อมแนบใบเสร็จของหน่วยงาน ทุกงานออกใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรและยืนยันขอบเขตงานก่อนเริ่ม

เหมาะกับใคร

  • บริษัทที่กำลังจ้างพนักงานคนแรก
  • กิจการที่มีพนักงานเข้า–ออกบ่อย
  • นายจ้างที่ยื่นเงินสมทบล่าช้าและมีเงินเพิ่มค้าง

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • ทะเบียนนายจ้างและเลขที่บัญชีนายจ้าง
  • แบบยื่นเงินสมทบรายเดือนพร้อมหลักฐานชำระ
  • การแจ้งเข้า–แจ้งออกพนักงานตามกำหนด
  • รายงานกองทุนเงินทดแทนประจำปี

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองบริษัทและบัตรประชาชนกรรมการ
  • รายชื่อพนักงาน เงินเดือน และวันเริ่มงาน
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือพาสปอร์ตพนักงาน

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 4 ขั้น

  1. 1

    ขึ้นทะเบียนนายจ้าง

    ยื่น สปส.1-01 และรับเลขที่บัญชีนายจ้าง

  2. 2

    ขึ้นทะเบียนลูกจ้าง

    แจ้งขึ้นทะเบียนพนักงานและเลือกสถานพยาบาล

  3. 3

    ยื่นเงินสมทบรายเดือน

    คำนวณและนำส่งเงินสมทบภายในวันที่ 15

  4. 4

    ดูแลรายปี

    ยื่นรายงานกองทุนเงินทดแทนและปรับอัตราตามจริง

เจาะลึกบริการ

หลายกิจการมองว่าการขึ้นทะเบียนประกันสังคมเป็นแค่เอกสารแนบท้ายการจดบริษัท แต่ในทางปฏิบัติ เงื่อนไข 'มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป' หมายความว่าแทบทุกกิจการที่จ้างพนักงานประจำแม้เพียงคนเดียวต้องขึ้นทะเบียนภายในกำหนด และความผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดไม่ใช่การไม่ขึ้นทะเบียนเลย แต่คือขึ้นทะเบียนช้า หรือแจ้งค่าจ้างไม่ตรงกับที่จ่ายจริงจนสะสมปัญหาไว้หลายเดือนกว่าจะถูกตรวจพบ บทความนี้อธิบายกลไกที่นายจ้างต้องรู้ก่อนจ้างพนักงานคนแรก

ตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

จำนวนลูกจ้างที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้าง
มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป
พระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 33, 34
กำหนดขึ้นทะเบียนนายจ้าง
ภายใน 30 วันนับแต่วันจ้างลูกจ้างคนแรก
พระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 34
อัตราเงินสมทบ (นายจ้าง+ลูกจ้าง)
แต่ละฝ่ายจ่าย 5% โดยคิดจากฐานค่าจ้างช่วง 1,650 ถึง 17,500 บาท
พระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 46 และประกาศอัตราเงินสมทบ
กำหนดนำส่งเงินสมทบรายเดือน
ภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดมา
พระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 47
เงินเพิ่มกรณีนำส่งล่าช้า
2% ต่อเดือนของเงินสมทบที่ค้าง
พระราชบัญญัติประกันสังคม มาตรา 49

ไทม์ไลน์การทำงาน

ใครทำอะไร ใช้เวลาเท่าไร

  1. 1 ทีมเรา

    ตรวจสอบสถานะความเป็นนายจ้าง

    ครึ่งวัน

    ยืนยันวันที่จ้างลูกจ้างคนแรกและประเภทการจ้าง (ประจำ/ทดลองงาน) เพื่อกำหนดวันเริ่มนับ 30 วัน

  2. 2 ลูกค้า

    จัดเตรียมเอกสารขึ้นทะเบียน

    1 วันทำการ

    รวบรวมหนังสือรับรองบริษัท แบบ สปส.1-01 และสำเนาบัตรประชาชนลูกจ้าง

  3. 3 ทีมเรา

    ยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้าง

    1–3 วันทำการ

    ยื่นแบบ สปส.1-01 และ สปส.1-03 ต่อสำนักงานประกันสังคมพื้นที่ที่รับผิดชอบ

  4. 4 หน่วยงานราชการ

    เจ้าหน้าที่ออกเลขที่บัญชีนายจ้าง

    3–7 วันทำการ

    สำนักงานประกันสังคมตรวจเอกสารและออกเลขที่บัญชีนายจ้างสำหรับนำส่งเงินสมทบ

  5. 5 ทีมเรา

    ตั้งระบบนำส่งเงินสมทบรายเดือน

    ต่อเนื่องทุกเดือน

    คำนวณเงินสมทบจากค่าจ้างจริงและนำส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนกำหนดทุกเดือน

ลูกค้า ทีมเรา หน่วยงานราชการ

รูปแบบการว่าจ้าง

เลือกขอบเขตให้พอดีกับกิจการ

แพ็กเกจขึ้นทะเบียนนายจ้างครั้งแรก

กิจการที่เพิ่งจ้างพนักงานคนแรก

  • •ตรวจสอบกำหนด 30 วัน
  • •จัดทำและยื่น สปส.1-01, สปส.1-03
  • •ติดตามผลจนได้เลขที่บัญชีนายจ้าง

แพ็กเกจนำส่งเงินสมทบรายเดือนต่อเนื่อง

กิจการที่ขึ้นทะเบียนแล้วต้องการผู้ดูแลนำส่งประจำ

  • •คำนวณเงินสมทบจากค่าจ้างจริงทุกเดือน
  • •นำส่งผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก่อนกำหนด
  • •แจ้งเข้า-ออกลูกจ้างให้ตรงเวลา

แพ็กเกจตรวจสุขภาพงานประกันสังคม

กิจการที่สงสัยว่าค่าจ้างที่แจ้งไม่ตรงกับจ่ายจริงในอดีต

  • •ตรวจสอบประวัติการนำส่งย้อนหลัง
  • •คำนวณส่วนต่างที่ต้องนำส่งเพิ่มหรือขอคืน
  • •ยื่นแก้ไขข้อมูลกับสำนักงานประกันสังคม

สถานการณ์ตัวอย่าง (สมมติเพื่ออธิบาย)

หน้างานจริงมักเป็นแบบนี้

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีทำงาน ไม่ใช่ผลลัพธ์ของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

กรณี 1

ร้านอาหารเปิดใหม่ในภูเก็ตจ้างพนักงานเสิร์ฟคนแรก

ปัญหา: เจ้าของไม่รู้ว่าการจ้างพนักงานประจำแม้คนเดียวก็ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างภายใน 30 วัน

วิธีทำ: ยื่นขึ้นทะเบียนนายจ้างและลูกจ้างทันทีที่ทราบ พร้อมตรวจสอบวันจ้างจริงเพื่อยืนยันว่ายังไม่เกินกำหนด

สิ่งที่เปลี่ยน: ขึ้นทะเบียนทันกำหนดโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มจากความล่าช้า

กรณี 2

บริษัทสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีในกรุงเทพฯ

ปัญหา: แจ้งค่าจ้างลูกจ้างบางส่วนต่ำกว่าที่จ่ายจริงเพื่อลดเงินสมทบโดยไม่รู้ความเสี่ยง

วิธีทำ: ตรวจสอบประวัติย้อนหลังและปรับแก้ข้อมูลค่าจ้างให้ตรงกับที่จ่ายจริง พร้อมยื่นนำส่งส่วนต่างย้อนหลัง

สิ่งที่เปลี่ยน: แก้ไขข้อมูลเสร็จก่อนถูกสำนักงานประกันสังคมตรวจพบเอง

กรณี 3

โรงงานผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในระยองที่มีลูกจ้างเข้า-ออกบ่อย

ปัญหา: แจ้งลูกจ้างลาออกล่าช้าหลายเดือนจนยังต้องนำส่งเงินสมทบของคนที่ไม่ได้ทำงานแล้ว

วิธีทำ: วางระบบแจ้งเข้า-ออกให้ประสานกับฝ่ายบุคคลทุกสัปดาห์แทนการรวบรวมทำทีเดียวปลายเดือน

สิ่งที่เปลี่ยน: ลดเงินสมทบที่จ่ายเกินความจำเป็นได้ตั้งแต่เดือนถัดไป

จุดพลาดที่มีราคาแพง

ความเสี่ยงต้นทุนถ้าพลาดวิธีป้องกันของเรา
เข้าใจผิดว่าจ้างพนักงานทดลองงานไม่ต้องขึ้นทะเบียนค้างขึ้นทะเบียนเกิน 30 วันจนถูกเรียกเก็บเงินเพิ่มย้อนหลังนับวันเริ่มนับจากวันแรกที่เริ่มทำงานจริง ไม่ใช่วันที่ผ่านทดลองงาน
แจ้งค่าจ้างต่ำกว่าที่จ่ายจริงเพื่อลดเงินสมทบถูกประเมินเงินสมทบเพิ่มพร้อมเงินเพิ่ม 2% ต่อเดือนย้อนหลังทั้งหมดแจ้งค่าจ้างตามจริงทุกรอบและกระทบยอดกับระบบเงินเดือนก่อนนำส่ง
ลืมแจ้งลูกจ้างลาออกหรือเข้าใหม่ตามกำหนดนายจ้างยังต้องรับผิดชอบนำส่งเงินสมทบของลูกจ้างที่ลาออกไปแล้วรวบรวมรายการเข้า-ออกจากฝ่ายบุคคลทุกสัปดาห์แล้วยื่นแจ้งทันที ไม่รอรวบปลายเดือน
ไม่แยกลูกจ้างประจำกับผู้รับจ้างทำของ/ฟรีแลนซ์ให้ชัดเจนสำนักงานประกันสังคมอาจตีความว่าเป็นความสัมพันธ์นายจ้าง-ลูกจ้างและเรียกเก็บย้อนหลังตรวจสอบลักษณะงานจริง เช่น เวลาทำงาน การควบคุมบังคับบัญชา ก่อนจัดประเภทผู้ปฏิบัติงาน
นำส่งเงินสมทบผ่านระบบผิดช่องทางจนไม่มีหลักฐานตรงเวลาถือว่านำส่งล่าช้าแม้จ่ายเงินไปแล้วเพราะไม่มีหลักฐานยืนยันวันที่นำส่งจริงใช้ระบบ e-payment ของประกันสังคมที่มีใบเสร็จยืนยันวันเวลาที่ชัดเจน

ทำเอง vs จ้างพนักงาน vs ใช้เรา

หัวข้อทำเองจ้างพนักงานประจำThai Law & Accounting
ความตรงเวลาในการขึ้นทะเบียนมักไม่รู้ตัวจนเกินกำหนด 30 วันตรงเวลาถ้าฝ่ายบุคคลติดตามอย่างใกล้ชิดติดตามวันจ้างจริงและยื่นภายในกำหนดทุกครั้ง
ความถูกต้องของค่าจ้างที่แจ้งมักแจ้งตามฐานเดิมโดยไม่ปรับตามค่าจ้างจริงที่เปลี่ยนแปลงถูกต้องถ้าระบบเงินเดือนเชื่อมกับงานประกันสังคมโดยตรงกระทบยอดกับระบบเงินเดือนก่อนนำส่งทุกเดือน
การแจ้งเข้า-ออกลูกจ้างมักรวบรวมทำทีเดียวปลายเดือนจนล่าช้าตรงเวลาถ้ามีกระบวนการ HR ที่ชัดเจนแจ้งทันทีเมื่อได้รับข้อมูลจากฝ่ายบุคคล
การจัดประเภทลูกจ้าง/ผู้รับจ้างทำของมักปะปนกันจนเสี่ยงถูกตีความใหม่ภายหลังขึ้นกับความเข้าใจกฎหมายแรงงานของทีมภายในตรวจลักษณะงานจริงก่อนจัดประเภทตั้งแต่เริ่มจ้าง
หลักฐานการนำส่งตรงเวลามักไม่เก็บหลักฐานใบเสร็จรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์เอาไว้เก็บได้ถ้ามีระเบียบจัดเก็บเอกสารที่ดีจัดเก็บใบเสร็จทุกเดือนพร้อมส่งมอบเมื่อถูกตรวจสอบ

มุมกฎหมายของงานนี้

มุมกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

การขึ้นทะเบียนประกันสังคมเชื่อมโยงโดยตรงกับกฎหมายคุ้มครองแรงงานและสัญญาจ้างที่นายจ้างทำกับลูกจ้างทุกคน

ความสัมพันธ์กับกฎหมายคุ้มครองแรงงาน

สิทธิลาคลอด ค่าชดเชย และวันหยุดตามกฎหมายแรงงานเดินคู่ขนานกับสิทธิประโยชน์ประกันสังคม นายจ้างต้องดูแลทั้งสองระบบพร้อมกัน

ผลของการจัดประเภทผิดในสัญญาจ้าง

สัญญาที่เรียกผู้ปฏิบัติงานว่า 'ผู้รับจ้างทำของ' แต่ลักษณะงานจริงเข้าข่ายลูกจ้างอาจถูกศาลแรงงานตีความใหม่

ความรับผิดทางอาญาของนายจ้างที่ไม่ขึ้นทะเบียน

การไม่ขึ้นทะเบียนหรือไม่นำส่งเงินสมทบมีโทษทั้งทางแพ่งและอาญาตามพระราชบัญญัติประกันสังคม

การเชื่อมโยงกับงบการเงินและภาระผูกพันพนักงาน

เงินสมทบและภาระผูกพันผลประโยชน์พนักงานต้องสะท้อนในงบการเงินให้สอดคล้องกับมาตรฐานบัญชี

ดูบริการที่เกี่ยวข้อง

ศัพท์ที่ควรรู้

สปส.1-01
แบบขึ้นทะเบียนนายจ้าง
สปส.1-03
แบบขึ้นทะเบียนผู้ประกันตน (ลูกจ้าง)
ผู้ประกันตนมาตรา 33
ลูกจ้างในสถานประกอบการที่นายจ้างและลูกจ้างนำส่งเงินสมทบร่วมกับรัฐ
ฐานค่าจ้างที่ใช้คำนวณเงินสมทบ
ค่าจ้างที่ใช้เป็นฐานเงินสมทบ ต่ำสุด 1,650 บาท และไม่เกิน 17,500 บาทต่อเดือน
e-payment ประกันสังคม
ระบบนำส่งเงินสมทบทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกใบเสร็จยืนยันวันที่นำส่ง
กองทุนเงินทดแทน
กองทุนแยกต่างหากที่นายจ้างต้องนำส่งฝ่ายเดียวเพื่อคุ้มครองการประสบอันตรายจากการทำงาน

ข้อสังเกตจากพื้นที่ที่เราให้บริการ

สำนักงานประกันสังคมพื้นที่/จังหวัดมีระยะเวลาออกเลขที่บัญชีนายจ้างไม่เท่ากัน เขตอุตสาหกรรมอย่างระยองหรือสมุทรปราการที่มีโรงงานจำนวนมากมักดำเนินการเร็วเพราะคุ้นเคยกับปริมาณงานสูง ขณะที่บางจังหวัดที่มีเจ้าหน้าที่จำกัดอาจใช้เวลานานกว่าและขอเอกสารเพิ่มเติมเป็นกรณีไป โดยเฉพาะกิจการที่ไม่มีป้ายชื่อบริษัทติดหน้าสถานประกอบการชัดเจน เราจึงตรวจสอบแนวปฏิบัติของสำนักงานพื้นที่ก่อนยื่นเพื่อเตรียมเอกสารให้ครบตั้งแต่รอบแรก

พื้นที่ให้บริการ

คู่มือภาษีเฉพาะจังหวัด

เราให้บริการครบ 77 จังหวัดผ่านระบบยื่นออนไลน์ ส่วนหน้าคู่มือด้านล่างเป็นจังหวัดที่เราเขียนข้อมูลเฉพาะพื้นที่ไว้จริง เช่น สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ดูแล และอุตสาหกรรมหลักของจังหวัด

กรุงเทพมหานครสมุทรปราการนนทบุรีปทุมธานีพระนครศรีอยุธยาอ่างทองลพบุรีสิงห์บุรีชัยนาทสระบุรีนครนายกสมุทรสาครสมุทรสงครามนครปฐมสุพรรณบุรีฉะเชิงเทราปราจีนบุรีสระแก้วชลบุรีระยองจันทบุรีตราดกาญจนบุรีราชบุรีเพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ตากเชียงใหม่เชียงรายลำปางลำพูนแม่ฮ่องสอนน่านพะเยาแพร่อุตรดิตถ์สุโขทัยพิษณุโลกพิจิตรเพชรบูรณ์กำแพงเพชรนครสวรรค์อุทัยธานีขอนแก่นมหาสารคามร้อยเอ็ดกาฬสินธุ์ชัยภูมินครราชสีมาบุรีรัมย์สุรินทร์ศรีสะเกษอุบลราชธานียโสธรอำนาจเจริญมุกดาหารอุดรธานีหนองบัวลำภูเลยสกลนครนครพนมหนองคายบึงกาฬชุมพรระนองสุราษฎร์ธานีพังงาภูเก็ตกระบี่นครศรีธรรมราชตรังพัทลุงสตูลสงขลาปัตตานียะลานราธิวาส

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

ต้องครับ นายจ้างที่มีลูกจ้างตั้งแต่ 1 คนขึ้นไปต้องขึ้นทะเบียนภายใน 30 วัน

คำตอบนี้ช่วยได้ไหม

พร้อมเริ่มต้นกับ งานประกันสังคมสำหรับนายจ้าง หรือยัง?

ขอคำปรึกษา 30 นาที ผ่าน LINE โทร หรืออีเมล

ติดต่อเรา