Skip to main content

บริการ · กฎหมายและทนายความ

วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

วางฐานทางกฎหมาย จัดทำนโยบาย และเตรียมพร้อมรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหลตาม PDPA

  • 1 มิถุนายน 2565

    วันบังคับใช้เต็มรูปแบบ

  • ภายใน 72 ชั่วโมงต่อสำนักงาน สคส. เมื่อมีความเสี่ยงสูง

    กรอบเวลาแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหล

  • ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อกรรม

    โทษปรับทางปกครองสูงสุด

ที่ปรึกษาด้านข้อมูลส่วนบุคคลอธิบายแบบขอความยินยอมให้เจ้าของกิจการรายย่อย

สรุปย่อ (AI Quick Answer)

พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2565 กำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลต้องมีฐานทางกฎหมายในการเก็บ ใช้ เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เช่น ความยินยอม สัญญา หน้าที่ตามกฎหมาย หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย ต้องแจ้งเหตุละเมิดข้อมูลต่อสำนักงาน สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง และมีโทษปรับทางปกครองสูงสุดถึง 5 ล้านบาทต่อกรรม เราช่วยวางระบบตั้งแต่การทำ Records of Processing ไปจนถึงแต่งตั้ง DPO ให้ครบตามที่กฎหมายกำหนด

สอบถามเพื่อประเมินราคาดูตารางค่าบริการด้านล่าง

ตารางค่าบริการ

รายการค่าบริการ
Gap Assessment และให้คำปรึกษาเบื้องต้น8,000–18,000 บาท
จัดทำ Data Mapping และ ROP ฉบับเต็ม25,000–60,000 บาท
นโยบายความเป็นส่วนตัวและแบบฟอร์มยินยอม15,000–35,000 บาท
คู่มือรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหล10,000–20,000 บาท
สัญญาประมวลผลข้อมูล (DPA) ต่อฉบับ5,000–12,000 บาท/ฉบับ
บริการ DPO ภายนอกรายเดือน15,000–30,000 บาท/เดือน
อบรมพนักงานเรื่อง PDPA (ครึ่งวัน)12,000–20,000 บาท/รุ่น

ค่าธรรมเนียมราชการ ค่าอากรแสตมป์ และค่าแปลเอกสารเรียกเก็บตามจริงพร้อมแนบใบเสร็จของหน่วยงาน ทุกงานออกใบเสนอราคาเป็นลายลักษณ์อักษรและยืนยันขอบเขตงานก่อนเริ่ม

เหมาะกับใคร

  • ธุรกิจที่เก็บข้อมูลลูกค้า พนักงาน หรือผู้สมัครงานจำนวนมาก
  • ผู้ประกอบการอีคอมเมิร์ซและแพลตฟอร์มออนไลน์
  • โรงพยาบาล คลินิก และธุรกิจที่เก็บข้อมูลสุขภาพ
  • บริษัทที่ส่งข้อมูลข้ามพรมแดนไปสำนักงานใหญ่ต่างประเทศ
  • HR และฝ่ายจัดซื้อที่ต้องทำสัญญาประมวลผลข้อมูลกับผู้รับจ้างภายนอก

สิ่งที่ลูกค้าได้รับ

  • นโยบายความเป็นส่วนตัว (Privacy Notice) สำหรับลูกค้าและพนักงาน
  • แบบฟอร์มขอความยินยอมที่สอดคล้องกับฐานทางกฎหมาย
  • บันทึกรายการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ROP)
  • คู่มือรับมือและแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลภายใน 72 ชั่วโมง
  • ประเมินความจำเป็นและช่วยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูล (DPO)
  • ร่างสัญญาประมวลผลข้อมูล (Data Processing Agreement) กับผู้รับจ้างภายนอก
  • อบรมพนักงานเรื่องการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
  • ตรวจสอบเงื่อนไขการโอนข้อมูลไปต่างประเทศ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • แผนผังการไหลของข้อมูล (Data Flow) ในองค์กร
  • รายชื่อระบบไอทีและผู้ให้บริการภายนอกที่เกี่ยวข้อง
  • แบบฟอร์มเก็บข้อมูลลูกค้า/พนักงานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน
  • นโยบายความปลอดภัยไอทีที่มีอยู่ (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองบริษัทและโครงสร้างองค์กร

ขั้นตอนการทำงาน

กระบวนการ 6 ขั้น

  1. 1

    สำรวจข้อมูลและประเมินความเสี่ยง (Data Mapping)

    สำรวจว่าองค์กรเก็บ ใช้ และส่งต่อข้อมูลส่วนบุคคลใดบ้าง พร้อมประเมินช่องว่างเทียบกับกฎหมาย

  2. 2

    กำหนดฐานทางกฎหมายและจัดทำ ROP

    เลือกฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมกับกิจกรรมแต่ละประเภทและบันทึกลงทะเบียนกระบวนการประมวลผล

  3. 3

    จัดทำนโยบายและแบบฟอร์มยินยอม

    ร่างนโยบายความเป็นส่วนตัวและแบบฟอร์มขอความยินยอมให้ตรงกับการใช้งานจริง

  4. 4

    วางระบบรับมือเหตุละเมิดข้อมูล

    จัดทำขั้นตอนตรวจจับ ประเมิน และแจ้งเหตุต่อสำนักงาน สคส. ภายใน 72 ชั่วโมง

  5. 5

    อบรมพนักงานและแต่งตั้ง DPO (ถ้าจำเป็น)

    อบรมทีมงานที่เกี่ยวข้องและช่วยแต่งตั้งเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

  6. 6

    ทบทวนและปรับปรุงระบบต่อเนื่อง

    ทบทวนนโยบายและ ROP เมื่อมีกิจกรรมประมวลผลข้อมูลใหม่หรือกฎหมายเปลี่ยนแปลง

เจาะลึกบริการ

เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่รู้ว่า "มี PDPA" แต่ไม่รู้ว่าองค์กรของตนเข้าข่ายต้องทำอะไรบ้าง เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดแบบฟอร์มตายตัวชุดเดียวให้ทุกกิจการใช้ร่วมกัน แต่ให้ประเมินความเสี่ยงตามกิจกรรมประมวลผลข้อมูลของตนเอง บทความนี้อธิบายว่าฐานทางกฎหมายแต่ละแบบต่างกันอย่างไร เมื่อไหร่ต้องมี DPO และหากเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลต้องทำอะไรภายในกรอบเวลา 72 ชั่วโมง ก่อนที่จะกลายเป็นความรับผิดทางปกครองหรือคดีความ

ตัวเลขที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจ

วันบังคับใช้เต็มรูปแบบ
1 มิถุนายน 2565
พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562
กรอบเวลาแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหล
ภายใน 72 ชั่วโมงต่อสำนักงาน สคส. เมื่อมีความเสี่ยงสูง
มาตรา 37(4) พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โทษปรับทางปกครองสูงสุด
ไม่เกิน 5 ล้านบาทต่อกรรม
มาตรา 82–90 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิของเจ้าของข้อมูล
เข้าถึง แก้ไข ลบ โอนย้าย และคัดค้านการประมวลผล
มาตรา 30–36 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
เกณฑ์ต้องมี DPO
ทำการติดตามข้อมูลปริมาณมากเป็นงานประจำหลัก หรือประมวลผลข้อมูลอ่อนไหวในสเกลใหญ่
มาตรา 41 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
การโอนข้อมูลไปต่างประเทศ
ต้องมีมาตรฐานคุ้มครองที่เพียงพอหรือมาตรการคุ้มครองที่เหมาะสม
มาตรา 28–29 พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ไทม์ไลน์การทำงาน

ใครทำอะไร ใช้เวลาเท่าไร

  1. 1 ทีมเรา

    ประเมินสถานะเบื้องต้น (Gap Assessment)

    3–5 วันทำการ

    สำรวจกิจกรรมประมวลผลข้อมูลที่มีอยู่จริงและเทียบกับข้อกำหนดของกฎหมาย

  2. 2 ทีมเรา

    จัดทำ Data Mapping และ ROP

    1–2 สัปดาห์

    ลงรายละเอียดแหล่งที่มา วัตถุประสงค์ และปลายทางของข้อมูลแต่ละประเภท

  3. 3 ทีมเรา

    จัดทำนโยบายและเอกสารยินยอม

    1–2 สัปดาห์

    ร่างนโยบายความเป็นส่วนตัวและแบบฟอร์มยินยอมให้สอดคล้องกับฐานทางกฎหมายที่เลือกใช้

  4. 4 ลูกค้า

    ทบทวนร่วมกับลูกค้าและปรับแก้

    3–7 วันทำการ

    ลูกค้าตรวจสอบเอกสารและยืนยันรายละเอียดเชิงปฏิบัติการก่อนประกาศใช้

  5. 5 ทีมเรา

    ประกาศใช้และอบรมพนักงาน

    1 สัปดาห์

    อบรมทีมงานที่เกี่ยวข้องและเริ่มบังคับใช้นโยบายอย่างเป็นทางการ

  6. 6 ทีมเรา

    ติดตามและทบทวนประจำปี

    ต่อเนื่องทุกปี

    ทบทวน ROP และนโยบายเมื่อมีกิจกรรมใหม่หรือกฎเกณฑ์ของ สคส. เปลี่ยนแปลง

ลูกค้า ทีมเรา หน่วยงานราชการ

รูปแบบการว่าจ้าง

เลือกขอบเขตให้พอดีกับกิจการ

PDPA เบื้องต้น

SME ที่ยังไม่มีเอกสารใดๆ เลย

  • Gap Assessment เบื้องต้น
  • นโยบายความเป็นส่วนตัวหลัก 1 ฉบับ
  • แบบฟอร์มยินยอมพื้นฐาน

PDPA มาตรฐานองค์กร

บริษัทที่มีหลายแผนกและระบบไอทีหลายชุด

  • Data Mapping และ ROP ฉบับเต็ม
  • คู่มือรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหล
  • สัญญาประมวลผลข้อมูลกับผู้รับจ้างภายนอก

PDPA พร้อม DPO ภายนอก

องค์กรที่เข้าเงื่อนไขต้องมี DPO ตามกฎหมาย

  • ทำหน้าที่ DPO ภายนอกรายเดือน
  • ตรวจสอบและรายงานการปฏิบัติตามกฎหมายประจำปี
  • เป็นตัวแทนติดต่อกับสำนักงาน สคส. เมื่อมีเหตุ

สถานการณ์ตัวอย่าง (สมมติเพื่ออธิบาย)

หน้างานจริงมักเป็นแบบนี้

ตัวอย่างสมมติเพื่ออธิบายวิธีทำงาน ไม่ใช่ผลลัพธ์ของลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

กรณี 1

ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในกรุงเทพฯ ที่เก็บข้อมูลลูกค้ากว่า 50,000 ราย

ปัญหา: ใช้แบบฟอร์มสมัครสมาชิกเดิมที่ขอความยินยอมแบบเหมารวมโดยไม่แยกวัตถุประสงค์

วิธีทำ: แยกฐานทางกฎหมายตามกิจกรรม เช่น สัญญาซื้อขายกับการตลาดทางอีเมล และจัดทำแบบฟอร์มยินยอมแยกส่วนใหม่

สิ่งที่เปลี่ยน: ลูกค้าเลือกยกเลิกเฉพาะการตลาดได้โดยไม่กระทบการสั่งซื้อ และองค์กรมีหลักฐานฐานทางกฎหมายชัดเจนต่อกิจกรรม

กรณี 2

คลินิกความงามในขอนแก่นที่เก็บประวัติการรักษาของลูกค้า

ปัญหา: จัดเก็บข้อมูลสุขภาพซึ่งเป็นข้อมูลอ่อนไหวโดยไม่มีมาตรการรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม

วิธีทำ: จัดประเภทข้อมูลอ่อนไหวแยกจากข้อมูลทั่วไป กำหนดสิทธิเข้าถึงเฉพาะบุคลากรที่เกี่ยวข้อง และปรับแบบฟอร์มยินยอมให้ชัดแจ้ง

สิ่งที่เปลี่ยน: ลดความเสี่ยงจากการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่จำเป็นและมีเอกสารยินยอมที่ตรงตามมาตรฐานข้อมูลอ่อนไหว

กรณี 3

บริษัทผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ในอุดรธานีที่ส่งข้อมูลพนักงานให้บริษัทแม่ในต่างประเทศ

ปัญหา: ส่งไฟล์ข้อมูลพนักงานทางอีเมลไปต่างประเทศเป็นประจำโดยไม่เคยประเมินมาตรฐานคุ้มครองของประเทศปลายทาง

วิธีทำ: ประเมินมาตรฐานคุ้มครองของประเทศปลายทางและจัดทำข้อสัญญามาตรฐานคุ้มครองข้อมูลระหว่างสองบริษัท

สิ่งที่เปลี่ยน: การโอนข้อมูลเป็นไปตามเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนดและลดความเสี่ยงจากการถูกตรวจสอบ

จุดพลาดที่มีราคาแพง

ความเสี่ยงต้นทุนถ้าพลาดวิธีป้องกันของเรา
ใช้ความยินยอมเป็นฐานทางกฎหมายสำหรับทุกกิจกรรมโดยไม่จำเป็นลูกค้าสามารถถอนความยินยอมได้ตลอดเวลาจนกระทบการดำเนินธุรกิจปกติประเมินและเลือกฐานทางกฎหมายที่เหมาะสมกับแต่ละกิจกรรม เช่น สัญญาหรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
ไม่มีขั้นตอนแจ้งเหตุข้อมูลรั่วไหลที่ชัดเจนแจ้งสำนักงาน สคส. ไม่ทันภายใน 72 ชั่วโมงและถูกดำเนินการทางปกครองจัดทำคู่มือรับมือเหตุพร้อมกำหนดผู้รับผิดชอบและช่องทางแจ้งเหตุล่วงหน้า
เก็บข้อมูลเกินความจำเป็นโดยไม่มีนโยบายทำลายข้อมูลเพิ่มความเสี่ยงหากเกิดเหตุรั่วไหลและอาจถูกตั้งคำถามเรื่อง Data Minimisationกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาข้อมูลแต่ละประเภทและตั้งระบบทำลายข้อมูลอัตโนมัติ
มอบหมายงานให้ผู้รับจ้างภายนอกโดยไม่มีสัญญาประมวลผลข้อมูลผู้ควบคุมข้อมูลยังต้องรับผิดหากผู้รับจ้างทำข้อมูลรั่วไหลจัดทำ Data Processing Agreement ที่กำหนดขอบเขตและมาตรการรักษาความปลอดภัยชัดเจน
เข้าใจผิดว่ามีนโยบายความเป็นส่วนตัวแล้วคือปฏิบัติตาม PDPA ครบถ้วนขาดหลักฐาน ROP และกระบวนการภายในเมื่อถูกตรวจสอบจริงจัดทำระบบครบวงจรตั้งแต่ ROP นโยบาย จนถึงการอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่อง

ทำเอง vs จ้างพนักงาน vs ใช้เรา

หัวข้อทำเองจ้างพนักงานประจำThai Law & Accounting
การกำหนดฐานทางกฎหมายมักเลือกความยินยอมทุกกรณีเพราะดูปลอดภัยที่สุดขึ้นกับว่ามีนิติกรที่เข้าใจ PDPA เชิงลึกหรือไม่วิเคราะห์แต่ละกิจกรรมแยกกันและเลือกฐานที่เหมาะสมที่สุด
การจัดทำ ROPมักทำแบบผิวเผินหรือไม่ได้ทำเลยทำได้แต่คุณภาพแปรผันตามภาระงานอื่นจัดทำ ROP ฉบับละเอียดพร้อมปรับปรุงตามรอบตรวจสอบ
ความพร้อมรับมือเหตุข้อมูลรั่วไหลไม่มีขั้นตอนที่ซ้อมไว้ล่วงหน้ามีแนวทางกว้างๆ แต่ไม่ผ่านการซ้อมจริงมีคู่มือพร้อมบทบาทหน้าที่และเส้นตายที่ชัดเจนภายใน 72 ชั่วโมง
การโอนข้อมูลข้ามพรมแดนมักส่งข้อมูลโดยไม่ตรวจสอบมาตรฐานประเทศปลายทางต้องพึ่งความเห็นกฎหมายจากต่างประเทศเพิ่มเติมประเมินมาตรฐานและจัดทำข้อสัญญาคุ้มครองข้อมูลที่เหมาะสม
ต้นทุนการดูแลต่อเนื่องต่ำในระยะสั้นแต่เสี่ยงค่าปรับสูงในระยะยาวต้องจ้างบุคลากรเฉพาะทางเพิ่มซึ่งมีต้นทุนคงที่สูงจ่ายตามขอบเขตงานจริงพร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญที่ปรับตามความจำเป็น

มุมบัญชี–ภาษีของงานนี้

มุมมองด้านบัญชีและภาษีต่อการวางระบบ PDPA

ระบบ PDPA ไม่ได้แยกขาดจากงานบัญชี เพราะข้อมูลเงินเดือน ข้อมูลลูกหนี้ และข้อมูลลูกค้าที่ฝ่ายบัญชีถืออยู่ล้วนเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องอยู่ภายใต้กรอบเดียวกัน

ระยะเวลาเก็บเอกสารทางบัญชีกับ Data Minimisation

เอกสารทางบัญชีต้องเก็บอย่างน้อย 5 ปีตามประมวลรัษฎากร ต้องกำหนดนโยบายเก็บรักษาที่สอดคล้องกันทั้งสองกฎหมาย

ข้อมูลเงินเดือนที่ฝ่าย HR และบัญชีใช้ร่วมกัน

ต้องจำกัดสิทธิเข้าถึงไฟล์เงินเดือนเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องและมีสัญญาความลับกับผู้ให้บริการทำบัญชีภายนอก

สัญญาผู้ให้บริการบัญชีภายนอกในฐานะผู้ประมวลผลข้อมูล

เมื่อว่าจ้างสำนักงานบัญชีภายนอก ต้องมีข้อตกลงประมวลผลข้อมูลระบุขอบเขตและมาตรการรักษาความปลอดภัย

หลักฐานทางบัญชีประกอบการประเมินค่าปรับ

หากถูกปรับทางปกครอง ทีมบัญชีต้องบันทึกและรายงานผลกระทบทางการเงินอย่างถูกต้องในงบการเงิน

ดูบริการที่เกี่ยวข้อง

ศัพท์ที่ควรรู้

ผู้ควบคุมข้อมูล (Data Controller)
บุคคลหรือนิติบุคคลที่มีอำนาจตัดสินใจเกี่ยวกับการเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ประมวลผลข้อมูล (Data Processor)
บุคคลหรือนิติบุคคลที่ดำเนินการประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของผู้ควบคุมข้อมูล
ฐานทางกฎหมาย (Lawful Basis)
เหตุผลทางกฎหมายที่อนุญาตให้ประมวลผลข้อมูลได้ เช่น ความยินยอมหรือสัญญา
ROP (Records of Processing Activities)
บันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลขององค์กร
DPO (เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
ผู้ทำหน้าที่กำกับดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลภายในองค์กร
ข้อมูลอ่อนไหว (Sensitive Personal Data)
ข้อมูลที่มีความอ่อนไหวสูง เช่น เชื้อชาติ ศาสนา สุขภาพ ประวัติอาชญากรรม ที่ต้องได้รับความคุ้มครองสูงกว่าข้อมูลทั่วไป
สคส. (สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล)
หน่วยงานกำกับดูแลการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทย
Data Processing Agreement (DPA)
สัญญาที่กำหนดขอบเขตและมาตรการรักษาความปลอดภัยระหว่างผู้ควบคุมและผู้ประมวลผลข้อมูล

ข้อสังเกตจากพื้นที่ที่เราให้บริการ

ธุรกิจในกรุงเทพฯ มักเผชิญความซับซ้อนจากระบบไอทีหลายชุดและการโอนข้อมูลข้ามพรมแดนไปสำนักงานใหญ่ต่างประเทศ จึงต้องเน้นที่สัญญาประมวลผลข้อมูลและมาตรฐานการโอนข้อมูลระหว่างประเทศเป็นหลัก ขณะที่ลูกค้าของเราในขอนแก่น อุดรธานี และหนองคายส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัวหรือ SME ที่เพิ่งเริ่มเก็บข้อมูลลูกค้าอย่างเป็นระบบ งานส่วนใหญ่จึงเน้นการวาง Data Mapping และแบบฟอร์มยินยอมพื้นฐานให้ใช้งานได้จริงในหน้าร้านหรือคลินิก ทีมที่สำนักงานขอนแก่นและอุดรธานีมักลงพื้นที่ตรวจสอบกระบวนการเก็บข้อมูลหน้างานร่วมกับเจ้าของกิจการโดยตรง ส่วนสำนักงานหนองคายรองรับลูกค้าที่มีการค้าชายแดนซึ่งต้องพิจารณาการส่งข้อมูลข้ามประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มเติมจากกรอบทั่วไป

พื้นที่ให้บริการ

คู่มือภาษีเฉพาะจังหวัด

เราให้บริการครบ 77 จังหวัดผ่านระบบยื่นออนไลน์ ส่วนหน้าคู่มือด้านล่างเป็นจังหวัดที่เราเขียนข้อมูลเฉพาะพื้นที่ไว้จริง เช่น สำนักงานสรรพากรพื้นที่ที่ดูแล และอุตสาหกรรมหลักของจังหวัด

กรุงเทพมหานครสมุทรปราการนนทบุรีปทุมธานีพระนครศรีอยุธยาอ่างทองลพบุรีสิงห์บุรีชัยนาทสระบุรีนครนายกสมุทรสาครสมุทรสงครามนครปฐมสุพรรณบุรีฉะเชิงเทราปราจีนบุรีสระแก้วชลบุรีระยองจันทบุรีตราดกาญจนบุรีราชบุรีเพชรบุรีประจวบคีรีขันธ์ตากเชียงใหม่เชียงรายลำปางลำพูนแม่ฮ่องสอนน่านพะเยาแพร่อุตรดิตถ์สุโขทัยพิษณุโลกพิจิตรเพชรบูรณ์กำแพงเพชรนครสวรรค์อุทัยธานีขอนแก่นมหาสารคามร้อยเอ็ดกาฬสินธุ์ชัยภูมินครราชสีมาบุรีรัมย์สุรินทร์ศรีสะเกษอุบลราชธานียโสธรอำนาจเจริญมุกดาหารอุดรธานีหนองบัวลำภูเลยสกลนครนครพนมหนองคายบึงกาฬชุมพรระนองสุราษฎร์ธานีพังงาภูเก็ตกระบี่นครศรีธรรมราชตรังพัทลุงสตูลสงขลาปัตตานียะลานราธิวาส

FAQ

คำถามที่พบบ่อย

บังคับใช้กับผู้ควบคุมข้อมูลทุกขนาดที่เก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลในไทย ไม่มีข้อยกเว้นตามขนาดธุรกิจ เพียงแต่ระดับความเข้มข้นของระบบอาจต่างกัน

คำตอบนี้ช่วยได้ไหม

พร้อมเริ่มต้นกับ วางระบบ PDPA คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือยัง?

ขอคำปรึกษา 30 นาที ผ่าน LINE โทร หรืออีเมล

ติดต่อเรา